เกาหลีใต้ : แปลงโสมให้ทันสมัย
เมื่อพูดถึงราชาแห่งสมุนไพรอย่างโสม แน่นอนว่าหลายคนจะนึกถึง “เกาหลี” เป็นอันดับแรก ในฐานะแหล่งปลูกโสมที่สำคัญของโลก แต่อะไรทำให้เกาหลีใต้สามารถทำให้สมุนไพรพื้นถิ่นชนิดนี้เป็นที่ต้องการของตลาดข้ามกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน และไม่หยุดอยู่แค่การเป็นยาบำรุงสำหรับผู้สูงอายุ แต่กลายเป็นสมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงามสำหรับทุกคน
คงไม่ใช่แค่พลังของโสมแต่เป็นวิสัยทัศน์ของหลากหลายแบรนด์ Made in Korea ที่พร้อมใจกันให้คุณค่ากับงานวิจัยและพัฒนา พร้อมปรับเปลี่ยนสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และพร้อมก้าวไปเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตสมัยใหม่ โดยมีเมืองคอยหนุนหลังช่วยส่งให้สมุนไพรจากเอเชียชนิดนี้เป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศได้อย่างไร้ข้อกังขา
©sulwhasoo.com
ก้าวหน้าด้วยงานวิจัย
การลงทุนในงานวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อค้นหาศักยภาพของพืชสมุนไพรและคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อทำให้โสมมีความสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค คือปัจจัยที่ทำให้เกาหลีใต้สามารถพาพืชสมุนไพรพื้นถิ่นชนิดนี้ไปได้ไกลกว่าหลายประเทศในเอเชีย ความสำเร็จของ Amore Pacific บริษัทที่ได้รับสมญานามว่าเป็นอาณาจักรแห่งเครื่องสำอางของเกาหลีใต้ ในฐานะที่เป็นเจ้าของแบรนด์เด่นอย่าง Sulwhasoo, innisfree, ETUDE HOUSE, Laneige และแบรนด์อื่น ๆ รวมกว่า 30 แบรนด์นั้น เริ่มต้นความสำเร็จที่ห้องแล็บเพื่อการวิจัยและพัฒนาสมุนไพรพื้นถิ่นของบริษัท การเติบโตและใช้ชีวิตในแคซ็อง เมืองแหล่งปลูกโสมที่สำคัญของเกาหลีทำให้ ซูซึงวาน (Suh Sungwhan) หรือจางวอน หลงใหลใฝ่ฝันเกี่ยวกับสมุนไพรชั้นดี สุขภาพ และความงาม จนก่อตั้ง Amore Pacific ขึ้นในปี 1945 พร้อมด้วยห้องแล็บเครื่องสำอางแห่งแรกของเกาหลี ด้วยความเชื่อมั่นว่า การวิจัยและพัฒนาจะทำให้เขาสามารถเปลี่ยนโสมให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ความงามอันเป็นที่ต้องการของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ และความตั้งใจของเขาก็สัมฤทธิผลเมื่อ Amore Pacific สามารถวางจำหน่าย ABC Ginseng Cream ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมจากโสมตัวแรกของโลกได้ในปี 1966 การวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับโสมอย่างต่อเนื่องยังทำให้บริษัทมีความเข้าใจในสมุนไพรชนิดนี้จนเปิด Sulwhasoo แบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางจากโสมได้ในปี 1997 และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั่วโลกในเวลาต่อมา โดยสามารถทำยอดขายได้สูงถึง 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (32,000 กว่าล้านบาท) นับเป็นแบรนด์ที่ทำรายได้สูงที่สุดในอุตสาหกรรมความงามในปี 2015
©sulwhasoo.com
หัวหอกในการขับเคลื่อนแบรนด์สู่ความสำเร็จคือ Sulwhasoo Heritage & Science Center สถาบันวิจัยที่มีนักวิจัยมากกว่า 500 คนผู้มุ่งหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ เกี่ยวกับโสมและความงาม โดยมุ่งผลิตงานวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับโสม ประสิทธิภาพของสมุนไพรนานาชนิด การชะลอริ้วรอยก่อนวัย และการใช้สมุนไพรให้เข้ากับยุคสมัย งานวิจัยเหล่านี้ทำให้ Sulwhasoo คิดค้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเปลี่ยนโสมให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคได้ดังเช่น Ginsenomics™ ที่เป็นผลลัพธ์จากการค้นพบว่า โดยทั่วไปแล้วโสมเกาหลีจะมีสารซาโปนินที่ช่วยบำรุงร่างกายและสร้างภูมิคุ้มกันมากกว่า 30 ชนิด แต่จะมีแค่ชนิดเดียวที่มีคุณสมบัติในการชะลอริ้วรอยก่อนวัยและมีในปริมาณที่น้อยมากข้อมูลนี้ทำให้ Sulwhasoo ก้าวไปข้างหน้าได้ก่อนแบรนด์อื่นด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองเพื่อสกัดสารซาโปนินและนำไปพัฒนาเป็น Ginsenomics™ สารบำรุงที่มีความเข้มข้นจากโสมที่ได้รับการต่อยอดเป็น Concentrated Ginseng Renewing Serum ซึ่งมีประสิทธิภาพในการช่วยผลัดเซลล์ผิวใหม่ พร้อมปกป้องและเติมเต็มผิวให้เนียนกระชับ จนทำให้เซรัมตัวนี้ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีและขึ้นแท่นเป็นสินค้าขายดีอันดับสองของ Sulwhasoo
สินค้าสำหรับทุกคน
โสมไม่ได้มีบทบาทแค่ในอุตสาหกรรมความงาม แต่ยังเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอุตสาหกรรมอาหารและยาของเกาหลีใต้ แม้ว่ารสชาติขมเฝื่อนเฉพาะตัวของโสมจะเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้บริโภคที่รับประทานสมุนไพรนี้เพื่อผลด้านการบำรุงสุขภาพและสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ประโยคที่ว่า “หวานเป็นลมขมเป็นยา” กลับไม่ได้เป็นจริงเสมอไปในยุคสมัยที่แบรนด์ Made in Korea พร้อมปรับลุคเปลี่ยนรสชาติของโสมให้เข้ากับความต้องการและวิถีชีวิตในปัจจุบัน ไปจนถึงการช่วยลบภาพและความรู้สึกต่อโสมว่าเป็นยาบำรุงรสขมชวนเบือนหน้าหนี และภาพของยาสมุนไพรที่มีความยุ่งยากในการตระเตรียมออกจากใจของผู้บริโภค Cheong Kwan Jang แบรนด์โสมภายใต้บริษัท Korea Ginseng Corp (KGC) ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ของโสมในฐานะยาขมสำหรับผู้สูงอายุให้กลายเป็นสมุนไพรสำหรับคนทุกเพศทุกวัยที่ทั้งกินง่ายและสะดวกผ่านหลากหลากผลิตภัณฑ์ของแบรนด์
©kgcus.com
การปรับรสชาติของโสมคือเรื่องที่แบรนด์ให้ความสนใจ เพื่อทำให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มกว้างขึ้นได้“หลังจากที่ได้กินโสมเกาหลี ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะรู้สึกหายอ่อนล้า มีผิวพรรณที่ดีขึ้น และยังเชื่ออีกว่าโสมเกาหลีนั้นมีส่วนช่วยชะลอริ้วรอยก่อนวัย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดังกล่าว ผู้บริโภคต้องการวิธีที่จะช่วยให้พวกเขากินโสมได้ง่ายขึ้น และไม่มีรสขม” ฮันซึงฮอน (Han Sung huen) ผู้จัดการ Korean Ginseng Association กล่าว ในปี 2011 Cheong Kwan Jang วางจำหน่าย Renesse ลูกอมโสมแดงสกัดที่ผสมเมนทอลและไซลิทอลเพื่อเพิ่มรสชาติที่หวานและรับประทานง่าย ความพยายามในการปรับรสชาติของโสมให้กินได้ง่ายขึ้นนี้ ยังทำให้แบรนด์พัฒนายาบำรุงจากโสมสำหรับเด็กได้สำเร็จ ในปี 2014 Cheong Kwan Jang วางจำหน่าย Korean Red Ginseng Kids Tonic ยำรุงโสมแดงสำหรับเด็กในช่วงอายุ 3-13 ปีโดยแบ่งสินค้าออกเป็น 3 ช่วงกลุ่มอายุ ได้แก่ สเต็ป 1 สำหรับเด็กอายุ 3-4 ปีที่เน้นการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน สเต็ป 2 สำหรับเด็กอายุ 5-7 ปีที่เน้นสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายสำหรับวัยอนุบาล และสเต็ป 3 สำหรับเด็กอายุ 8-10 ปีที่เน้นการบำรุงให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมกับการเริ่มเรียนในชั้นประถม ช่วยให้เด็ก ๆ หายจากความอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า และยังช่วยในเรื่องของการจดจำ สินค้าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มพ่อแม่และผู้ปกครองจนทำให้ Korean Red Ginseng Kids Tonic มีส่วนแบ่งทางการตลาดของผลิตภัณฑ์จากโสมสำหรับเด็กถึงร้อยละ 80 “ยาบำรุงโสมแดงรสหวานได้รับความนิยมมากขึ้นไม่เพียงแต่ในเกาหลีใต้แต่ยังรวมไปถึงจีนด้วย” เจ้าหน้าที่ของ Korea Ginseng Corp (KGC) กล่าว “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความต้องการของผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีมากขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาที่นี่ ซึ่งเป็นเพราะจำนวนพ่อแม่ชาวจีนที่ใส่ใจในสุขภาพของลูก ๆ ตนเองนั้นมีมากขึ้น”
Cheong Kwan Jang ไม่เพียงถูกปรับรสชาติของผลิตภัณฑ์ให้กินง่ายขึ้น แต่ยังถูกพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในรูปแบบที่กินได้สะดวกขึ้นด้วย Korean Red Ginseng Extract Everytime คือโสมสกัดผสมน้ำรสหวานน้อยพร้อมดื่มในซองขนาดกะทัดรัดที่ทั้งพกง่ายและกินสะดวก สามารถฉีกและดื่มจากซองหรือจะผสมน้ำเพื่อลดความเข้มข้นก็ได้เช่นกัน แต่ละซองมีส่วนผสมของโสมแดง 3,000 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่เหมาะกับการรับประทานในแต่ละวัน Cheong Kwan Jang ยังพาสินค้าตัวนี้ไปอยู่ในใจของผู้บริโภคผ่านวัฒนธรรมซีรีส์เกาหลี โดยให้ อี มินโฮ (Lee Minho) นักแสดงขวัญใจคนดูจากซีรีส์เรื่องดังอย่าง Boys Over Flowers, City Hunter และ The Heirs เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ประชาสัมพันธ์สินค้า หรือโปรโมตสินค้าผ่านซีรีส์ยอดนิยมต่าง ๆ รวมทั้ง Descendants of the Sun โดยให้ตัวละครเอกที่รับบทโดยซงจุงกิ (Song Joong ki) นักแสดงขวัญใจคนรุ่นใหม่หยิบโสมแดงซองนี้ขึ้นมารับประทาน “เราคิดว่าซีรีส์ยอดนิยมจะช่วยเพิ่มความสนใจในเรื่องโสมแดงและคุณสมบัติในเรื่องการบำรุงร่างกาย” โฆษกของ Korea Ginseng Corp (KGC) กล่าว การปรากฏของโสมแดงซองในซีรีส์จึงไม่เพียงแต่ทำให้คนสนใจเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มยอดขายของสินค้าตัวนี้ให้สูงถึงร้อยละ 175 และทำให้ผู้ชมชาวจีนที่คลั่งไคล้ซีรีส์เรื่องนี้จำนวนมากเกิดความสนใจและสั่งซื้อตาม
©Betwin Space Design/Photographs: Yong-joon Choi
โสม x กังนัม …ไลฟ์สไตล์สำหรับคนรุ่นใหม่
นอกจากการปรับลุคเปลี่ยนรสชาติของโสมให้เข้ากับความต้องการและวิถีชีวิตในปัจจุบันแล้ว แบรนด์ต่าง ๆ ยังทำให้โสมกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ผ่านการบริการรูปแบบต่างๆ
ในปี 2016 แบรนด์ Cheong Kwan Jang โดย Korea Ginseng Corporation (KGC) เปิดคาเฟ่ Sapoon Sapoon ในย่านช้อปปิ้งและธุรกิจของกรุงโซลอย่างย่านกังนัม เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจในสุขภาพด้วยเมนูเครื่องดื่มจากโสมและสมุนไพรต่าง ๆ เมนูแนะนำประจำคาเฟ่โสมแห่งนี้คือ Ginseng-ccino เครื่องดื่มจากโสมท็อปด้วยโฟมนมคล้ายคาปูชิโน่ มีให้เลือกทั้งเมนู Black (โสมผสมกาแฟ) White (โสมไม่ผสมกาแฟ) และ Soya (โสมผสมนมถั่วเหลือง) นอกจากนี้ ยังมีเมล็ดกาแฟ Micro lot จากแหล่งปลูกต่าง ๆ ให้ลูกค้าได้เลือกดื่ม กาแฟ โคลด์บรูว์ ชาสมุนไพร และน้ำผลไม้ เรียกได้ว่าครบทุกเมนูเอาใจสายคาเฟ่ไม่ว่าจะดื่มหรือไม่ดื่มกาแฟ
“เป็นการรวมความน่าเชื่อถือและคุณภาพของผลิตภัณฑ์จาก Cheong Kwan Jang เข้ากับวัฒนธรรมคาเฟ่ในยุคนี้ เราพยายามทำให้ลูกค้าได้สนุกและเพลิดเพลินไปกับไลฟ์สไตล์ของคนรักสุขภาพในสถานที่สบาย ๆ โดยเราจะออกเมนูใหม่ ๆ อย่างสม่ำเสมอ” นัมกุงจูวอน (Namgang Juwon) ผู้จัดการของ Korea Ginseng Corporation (KGC) กล่าว นอกจากเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการแล้ว Sapoon Sapoon ยังตั้งใจออกแบบให้พื้นที่ของร้านตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้คนอีกเช่นกัน โดยมีการจัดที่นั่งแบบโต๊ะเดี่ยวและโต๊ะยาว มีปลั๊กไฟให้บริการในแต่ละจุด รวมทั้งห้องประชุมที่สามารถขอใช้บริการได้ถ้าสั่งเครื่องดื่มถึงยอดที่ทางร้านกำหนด เรียกได้ว่าจะมาพักผ่อนจิบเครื่องดื่ม กินขนม หรือเปลี่ยนบรรยากาศมานั่งทำงานหรือประชุมก็ได้ทั้งหมด คาเฟ่โสมแห่งนี้จึงมัดใจลูกค้าได้ไม่ยากและมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ย 300-400 คนต่อวัน หลังจากที่เปิดสาขาแรกที่กังนัม Sapoon Sapoon เปิดสาขาที่สองในปี 2018 ที่เทอร์มินอล 2 ของสนามบินอินชอน บริเวณเกต 234 เพื่อแนะนำแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าต่างชาติและนักเดินทางมากขึ้น
อีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตาไม่แพ้คาเฟ่ก็คือ การที่แบรนด์สกินแคร์และเครื่องสำอางจากโสมต่างก็จับจองพื้นที่ในย่านกังนัมเพื่อนำเสนอประสบการณ์สปาระดับพรีเมียมที่มอบความผ่อนคลายให้กับลูกค้าในกลุ่มเจนวายที่เต็มไปด้วยความรีบเร่งและความเครียดจากการทำงานในแต่ละวันเช่นกัน ประสบการณ์สปาไม่ได้หยุดอยู่แค่ที่ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มอบให้ในแต่ละโปรแกรม แต่ยังรวมไปถึงการออกแบบพื้นที่ให้ดูร่วมสมัยและเป็นที่น่าจดจำ เมื่อเดินข้ามถนนจาก Sapoon Sapoon ไปไม่ไกลนัก จะพบกับ SPA 1899 โดย Donginbi ที่ได้รับการออกแบบให้บรรยากาศของสปาแห่งนี้มีความโมเดิร์น แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของบ้านเกาหลีแบบดั้งเดิม โดยการลดทอนรายละเอียดของบ้านและคงไว้แค่เทคนิคงานไม้แบบโบราณ SPA 1899 เน้นการให้บริการสปาจากโสมแดงและมีโปรแกรมที่เป็นที่นิยมในกลุ่มลูกค้าคือ Red Ginseng Energy Circulation Therapy™ ซึ่งเป็นวิธีทรีตเมนต์พิเศษที่นำโสมแดงสูตรเฉพาะของ Donginbi ที่ช่วยเรื่องการหมุนเวียนมาใช้ในสปาเพื่อช่วยผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ เช่นเดียวกับ Sulwhasoo SPA Flagship Store ที่ตั้งอยู่ในย่านเดียวกัน ด้านนอกอาคารโดดเด่นด้วยโครงสีทองสลับกับผนังสีดำโดยมีแนวคิดในการออกแบบจากความส่องสว่างเหมือนความงามของภูมิปัญญาแห่งเอเชีย ซึ่งเป็นการนำปรัชญาของแบรนด์มานำเสนอผ่านการตกแต่งภายในที่ดูร่วมสมัย ลูกค้าจำนวนมากต่างแวะเวียนเข้ามาที่นี่เพื่อรับบริการสปา Intense Ginseng Journey ที่ออกแบบขึ้นเพื่อป้องกันริ้วรอยและฟื้นฟูพลังงานให้กับผิวด้วยการผสมผสานคุณสมบัติของโสมเข้ากับเทคนิคเฉพาะของแบรนด์
©donginbi.com
ก้าวสู่อันดับหนึ่งในตลาดโลก
ความได้เปรียบในเรื่องการเป็นแหล่งปลูก การให้ความสำคัญกับการวิจัยเพื่อพัฒนาสินค้า และความพร้อมในการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต คือปัจจัยที่ทำให้เกาหลีใต้ประสบความสำเร็จในการแปลงโสมให้กลายเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคปรารถนา แต่รากฐานสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ Made in Korea เหล่านี้ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลกได้คือ นโยบายจากภาครัฐที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสมุนไพรพื้นถิ่นอย่างโสม ที่ในอดีตไม่ได้เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศ โดยในปี 1900 รัฐบาลกำหนดให้โสมเป็นสินค้าผูกขาดที่ต้องส่งผ่านบริษัท Samjeong Production Co., Ltd เพื่อนำไปขายในเซี่ยงไฮ้และเมืองต่าง ๆ ในประเทศจีน เมื่อปริมาณการส่งออกโสมมีเพิ่มมากขึ้น จึงเริ่มมีการติดตรา Cheong Kwan Jang ที่มีความหมายว่า “ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากโรงงานที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาล” บนสินค้าสำหรับส่งออกเพื่อการันตีว่าเป็นสินค้าโสมของแท้ที่ได้มาตรฐาน จนทำให้เกิดการยอมรับในตลาดทั้งในและต่างประเทศว่า โสมจากเกาหลีใต้นั้นเป็นสินค้าคุณภาพสูงที่เชื่อถือได้ แม้ว่ารัฐบาลจะยกเลิกการผูกขายโสมเกาหลีในเวลาต่อมา แต่ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือของตรา Cheong Kwan Jang ยังคงอยู่ และได้รับการนำไปสร้างเป็นแบรนด์ภายใต้บริษัท Korea Ginseng Corporation (KGC)
นอกจากนี้ ทุก ๆ ปี บริษัท Korea Ginseng Corporation (KGC) จะลงทุนในนักวิจัยกว่า 200 คนและลงทุนเงินกว่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อวิจัยเกี่ยวกับโสมและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ทุกตัวของ Cheong Kwan Jang ได้รับการรับรองจากกระทรวงอาหารและวิทยาศาสตร์เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตลาดต่างประเทศ เมื่อรากฐานแข็งแรง การไปต่อก็ไม่ยาก ประสบการณ์ในการผลิตกว่า 120 ปีภายใต้การควบคุมคุณภาพที่ได้มาตรฐานทำให้ Cheong Kwan Jang ประสบความสำเร็จในการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโสมที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคจนกลายเป็นแบรนด์โสมอันดับ 1 ของโลก สินค้าวางขายใน 40 ประเทศทั่วโลก มีสินค้าวางขายบนชั้นวางของห้างสรรพสินค้า Harrods ในลอนดอน มีคาเฟ่ Café & Ginseng เปิดที่ 5th Avenue ในนิวยอร์ก และทำรายได้ในต่างประเทศแตะ 100 ล้านเหรียญสหรัฐได้ในปี 2018
เมื่อถูกเสริมแรงด้วยเหตุการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้ความนิยมในการบริโภคโสมเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันมีมากขึ้นทั้งในเกาหลีใต้และต่างประเทศ ส่งผลให้ยอดขายของ Cheong Kwan Jang เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สินค้าอย่าง Korean Red Ginseng Concentrated Extract ซึ่งทำจากโสม 100% ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในขณะที่ยอดขายจากต่างประเทศก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยยอดขายออนไลน์ในประเทศจีนเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 41 เมื่อเทียบกับยอดขายรวมหกเดือนแรกในปี 2020 ยอดขายในสหรัฐฯ และญี่ปุ่นก็เพิ่มขึ้นหลังจากที่ Cheong Kwan Jang ตัดสินใจเปิดร้านบน Amazon เพื่อให้สินค้าเข้าถึงกลุ่มลูกค้าต่างชาติได้สะดวกขึ้น เช่นเดียวกันกับแบรนด์อื่น ๆ ในเครือบริษัท Korea Ginseng Corporation (KGC) ที่สามารถตีตลาดต่างประเทศได้อย่างไม่น้อยหน้า
Donginbi แบรนด์สกินแคร์จากสารสกัดโสมแดงที่ได้เปิดตลาดในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน ไทย นิวซีแลนด์ รวมทั้งสหรัฐอเมริกา ได้ขยายฐานลูกค้าต่างประเทศให้กว้างขึ้นในปี 2021 โดย Donginbi มุ่งขยายกลุ่มลูกค้าในสหรัฐฯ ด้วยการวางจำหน่าย Red Ginseng Homme Power ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผู้ชายที่ปรับสูตรให้เพิ่มความชุ่มชื้นมากขึ้นและซึมเข้าสู่ผิวได้รวดเร็วบน Amazon “การเปิดร้าน Donginbi บน Amazon สร้างโอกาสอันดีสำหรับการนำเสนอเครื่องสำอางจากโสมแดงของเราให้ลูกค้าต่างชาติรู้จักในช่วงเวลาที่เครื่องสำอางเกาหลีกำลังเป็นที่นิยมในตลาดสหรัฐฯ” อีจุงฮยุน (Lee Junghyun) หัวหน้าแผนก Cosmetics Business Division ประจำ Korea Ginseng Corporation (KGC) กล่าว “เราจะเริ่มจากร้านบน Amazon ก่อน จากนั้นจะเริ่มขายไปสู่แพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซอื่น ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าต่างชาติต่อไป” จวนฮวายอง (Jung Hwayung) หัวหน้าแผนก Global and E-Commerce ของ Donginbi กล่าว
ที่มา :
บทความ “CheongKwanJang’s Red Ginseng Gains Spotlight Amid Pandemic” โดย Yim Hyun-Su จาก koreaherald.com
บทความ “Ginseng Beauty : Cheong Kwan Jang’s Donginbi Extends US Reach to Offer ‘Quality Effective Products’ in Men’s Market” โดย Amanda Lim จาก cosmeticsdesign-asia.com
บทความ “Hit K-Drama Boosts Sales of South Korean Products” จาก straitstimes.com
บทความ “KGC Ginseng Corporation’s Café Sapoon Sapoon Becomes Trendy Place in Gangnam” โดย Choi Mun-Hee จาก businesskorea.co.kr
บทความ “KGC : The Global Leader in Ginseng” จาก kgccanada.com
บทความ “Korea’s Representative Red Ginseng, Cheong-Kwan-Jang Red Ginseng” จาก spag.co.kr
บทความ “Red Ginseng for Kids Growing in Popularity” โดย Lee Min-Hyung จาก koreatimes.co.kr
บทความ “Research & Innovation” จาก apgroup.com
บทความ “Spa.1899 / Spa interior” จาก ifworlddesignguide.com
บทความ “The House of Infinite Wisdom” จาก sulwhasoo.com
เรื่อง : ชาลินี บริราช