‘ค้าปลีกสหรัฐ’ ลุ้นรับเงินคืน หลังศาลสูงตีตกภาษีทรัมป์
คอลัมน์ : Market Move
คำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของศาลสูงสหรัฐ นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งสินค้าเข้าสู่สหรัฐแล้ว วงการค้าปลีกของสหรัฐเป็นอีกหนึ่งในผู้ที่ได้ประโยชน์จากคำตัดสินนี้ ทั้งด้านลดภาระภาษีนำเข้า และยังมีโอกาสลุ้นได้เงินภาษีที่จ่ายไปแล้วคืนอีกด้วย
สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานถึงความเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการค้าปลีกในสหรัฐว่า สหพันธ์ค้าปลีกของสหรัฐ หรือ National Retail Federation-NRF ออกแถลงการณ์ระบุว่า การประกาศของศาลฎีกาเกี่ยวกับภาษีศุลกากร ช่วยทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกสามารถทำงานได้อย่างไม่มีความคลุมเครือ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของสหรัฐ เพราะนโยบายการค้าที่ชัดเจนและสอดคล้องกันจะกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ การสร้างงาน และโอกาสสำหรับครอบครัวชาวอเมริกัน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2026 ศาลสูงสุดของสหรัฐตัดสินว่า อัตราภาษีศุลกากรที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดใช้กับประเทศคู่ค้าภายใต้กฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ หรือ International Emergency Economic Powers Act-IEEPA นั้นเกินขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดี
อย่างไรก็ตาม คำตัดสินนี้สร้างคำถามใหม่ว่า ผู้ค้าปลีกและผู้บริโภคชาวอเมริกันจะได้รับผลกระทบทางการเงินมากน้อยเพียงใด และธุรกิจ-อุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจะเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้นหรือน้อยลงกันแน่
เพราะเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากคำตัดสินออกมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจประณามคำตัดสินนี้ และระบุว่ารัฐบาลมี “ทางเลือกอื่น” พร้อมประกาศอัตราภาษีใหม่ทั่วโลกที่ 10%
“เดวิด เฟรนช์” รองประธานบริหารฝ่ายความสัมพันธ์กับรัฐบาลของ NRF กล่าวว่า ประธานาธิบดีสหรัฐยังมีเครื่องมือด้านภาษีศุลกากรอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งคาดว่าจะถูกนำมาใช้เพื่อรักษาอำนาจต่อรองในการเจรจากับประเทศอื่น ๆ ดังนั้น ประโยชน์ของคำพิพากษาในครั้งนี้คือ การตัดเครื่องมือหนึ่งอย่างออกจากมือของประธานาธิบดี และสร้างความแน่นอนมากขึ้นในกระบวนการด้านภาษีศุลกากร
ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับการใช้ IEEPA แล้ว มาตรการภาษีทางเลือกที่ประธานาธิบดีกำหนดเมื่อวันศุกร์จะมีข้อจำกัดมากกว่า เช่น มาตรการภาษีบางชนิดจะมีกำหนดเวลา หรือกำหนดให้ฝ่ายบริหารต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ก่อนจะสามารถประกาศใช้ได้
ขณะเดียวกัน ยังไม่มีความชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐจะคืนเงินภาษีศุลกากรที่ผู้นำเข้าชำระไปแล้ว ก่อนจะถูกตัดสินว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เมื่อใด และในรูปแบบใด
ในเรื่องคืนเงินภาษีศุลกากรนี้ แถลงการณ์ของ NRF ระบุว่า สมาพันธ์ขอเรียกร้องให้ศาลชั้นต้นสั่งดำเนินการคืนภาษีศุลกากรแก่ผู้นำเข้าในสหรัฐอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ เพราะเงินจำนวนนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยให้บริษัทต่าง ๆ มีเงินไปลงทุนในธุรกิจ, พนักงาน และลูกค้าของตนได้
“เราหวังว่าประธานาธิบดีจะสรุปกำหนดเวลาและรูปแบบการคืนเงินให้เร็วที่สุดและง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ทุกคน รวมถึงตัวประธานาธิบดีเอง เพราะอาจเป็นผลบวกต่อการเลือกตั้งกลางเทอมด้วย”
โดยกลุ่มธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์ประกอบด้วย เสื้อผ้า-รองเท้า ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐกำหนดกำแพงภาษีในอัตราสูงสำหรับสินค้านำเข้าจากเวียดนามและจีนที่เป็นฐานผลิตหลักของอุตสาหกรรมสิ่งทอ ขณะที่สหรัฐต้องนำเข้าเสื้อผ้า-รองเท้าเกือบ 100%
“แมตต์ พรีสต์” ซีอีโอของสมาคมผู้จัดจำหน่ายและค้าปลีกรองเท้าแห่งอเมริกากล่าวว่า การตัดสินครั้งนี้ลดความไม่แน่นอนในอุตสาหกรรมรองเท้า เพราะเป็นการจำกัดเครื่องมือทางภาษีที่ประธานาธิบดีสามารถใช้ได้ ให้เหลือเพียงภาษีที่ไม่ครอบคลุมกว้างขวางนัก และอาจต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา
“ถึงแม้ว่าจะยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง แต่เราก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเผชิญกับภาษีที่สูงเกินควรอีกต่อไปแล้ว”
ขณะเดียวกัน ยังมีอีกหลายกลุ่มธุรกิจ-อุตสาหกรรมที่ยังต้องเผชิญภาษีนำเข้าในอัตราสูงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์, ยา, เฟอร์นิเจอร์ และอาหาร เครื่องดื่มที่ใช้บรรจุภัณฑ์อะลูมิเนียม
เนื่องจากคำตัดสินของศาลไม่ครอบคลุมภาษีที่ตราขึ้นภายใต้มาตรา 232 ของพระราชบัญญัติขยายการค้าปี 1962 ซึ่งให้อำนาจเก็บภาษีสินค้าที่คุกคามความมั่นคงของชาติ ทำให้ภาษีส่วนนี้ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์, อะลูมิเนียม, เฟอร์นิเจอร์ประกอบสำเร็จ และยา เป็นต้น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ค้าปลีกสหรัฐ’ ลุ้นรับเงินคืน หลังศาลสูงตีตกภาษีทรัมป์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net