"ผู้อพยพ" ข้ามพรมแดนเข้าสเปนสมัครใจกลับโมร็อกโก 48,000 คน
วันนี้ (1 ส.ค.2569) เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน เดินทางลงพื้นที่เขตเซอูตา เพื่อหารือเกี่ยวกับการทะลักของคลื่นผู้อพยพที่เกิดขึ้น โดยผู้นำสเปนเรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าการละเมิดอธิปไตยทางดินแดนของสเปน และระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการส่งตัวผู้ที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมายกลับประเทศ โดยได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากโมร็อกโก
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ในระหว่างที่ผู้นำสเปนลงพื้นที่ มีกลุ่มผู้ประท้วงออกมาตะโกนถ้อยคำด่าทอแสดงความไม่พอใจ
ด้านกระทรวงมหาดไทยสเปน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้อพยพมากกว่า 48,000 คนสมัครใจเดินทางกลับโมร็อกโก หลังจากมีรายงานว่ามีผู้อพยพประมาณ 60,000 คน ข้ามพรมแดนเข้าไปเขตเซอูตา โดยมีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้วอย่างน้อย 57 คน ระหว่างพยายามข้ามมายังฝั่งสเปน
ขณะที่ผู้นำท้องถิ่นเซอูตา ระบุว่า จำนวนผู้อพยพที่เข้ามาคิดเป็นประมาณร้อยละ 70 ของประชากรในเมือง ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 83,600 คน จนทำให้ทางการท้องถิ่นต้องร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง ก่อนที่รัฐบาลสเปนจะประกาศส่งกำลังทหารเข้าประจำการในพื้นที่ เพื่อรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนหลายสิบคนรวมตัวประท้วง บริเวณด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตโมร็อกโก ในกรุงมาดริดของสเปน แสดงความไม่พอใจและต่อต้านการหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพในเขตเซอูตา
ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ระบุถึงสถานการณ์ผู้อพยพในสเปน โดยเรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นการรุกราน พร้อมชี้ว่า กฎหมายที่อ่อนแอและเสรีมากเกินไป รวมถึงการจัดการที่แย่ ทำให้เกิดปัญหาดังกล่าว พร้อมใช้โอกาสนี้ระบุว่า เหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นซ้ำอีกในสหรัฐฯ หากพรรครีพับลิกันไม่ชนะการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย.นี้
ก่อนหน้านี้ ผู้นำอิตาลีระบุว่า การย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมายคือภัยคุกคามที่แท้จริงต่อความมั่นคงของยุโรป พร้อมเรียกร้องให้ระงับสถานะของสเปนในเขตเชงเกน
อ่านข่าว :
ผู้อพยพนับพันคน ว่ายน้ำข้ามจากโมร็อกโกสู่เมือง "เซวตา" ของสเปน
ทำเนียบขาวเผยเอกสารฉบับเต็ม ต้นกำเนิดโควิด-19 ชี้มาจาก "แล็บอู่ฮั่น"
โดรนปริศนาโจมตีท่าเรืออียิปต์ สะเทือนเส้นทางน้ำมันตะวันออกกลาง