โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ที่ไทยมีขาย! หมอแนะนำ "ผลไม้แห่งความอายุยืน" แต่เตือนห้ามกินเกินครั้งละ 2 ลูก

sanook.com

เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ผลไม้ชนิดนี้ได้ชื่อว่า

ผลไม้ชนิดนี้ได้ชื่อว่า "ผลไม้แห่งความอายุยืน"! หมอเผย 3 ประโยชน์เด็ด แต่เตือนทานเกินครั้งละ 2 ลูก

ผลไม้บางชนิดขึ้นชื่อว่าอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมหาศาล แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะสามารถรับประทานได้ในปริมาณมากตามใจชอบ ล่าสุด หมอฝ่ายแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวจากไต้หวัน ได้ออกมากล่าวชื่นชม "ลูกฟิก" หรือ มะเดื่อฝรั่ง ว่าเป็นสุดยอดผลไม้เพื่อสุขภาพ แต่ก็พร้อมออกปากเตือนถึงข้อควรระวังสำคัญในการรับประทานเช่นกัน

เผย 3 ประโยชน์หลัก มะเดื่อฝรั่ง สุดยอดผลไม้แห่งความอายุยืน

หมอหลี่ ซื่อเสียน ได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า มะเดื่อฝรั่งเป็นผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก เนื่องจากอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารทั้งชนิดที่ละลายน้ำได้และไม่ละลายน้ำ ซึ่งส่งผลดีต่อร่างกาย 3 ประการหลักๆ ได้แก่:

  • ช่วยควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือด: ไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL): ส่งผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
  • กระตุ้นการทำงานของลำไส้: ไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำช่วยเพิ่มกากอาหาร กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ และลดปัญหาท้องผูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ในแถบตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียน มะเดื่อฝรั่งยังได้รับการยกย่องให้เป็น "สัญลักษณ์แห่งความอายุยืน" เนื่องจากมีสารประกอบฟีนอลิกและฟลาโวนอยด์สูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงและชะลอวัยให้ผิวพรรณ

iStockphoto

หมอเตือน! แม้ประโยชน์เยอะ แต่ทานได้ไม่เกินครั้งละ 2 ลูก

แม้ว่ามะเดื่อฝรั่งจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย แต่หมอหลี่ก็ได้เน้นย้ำข้อควรระวังว่า "ควรรับประทานไม่เกินครั้งละ 2 ลูกเท่านั้น" เนื่องจากมะเดื่อฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรูปแบบ "มะเดื่อตากแห้ง" ที่ระดับน้ำตาลจะถูกควบแน่นจนเข้มข้นขึ้นอย่างมาก หากรับประทานมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้

ขณะเดียวกัน นักโภชนาการยังได้เตือนเพิ่มเติมว่า มะเดื่อฝรั่งมีวิตามินเค (Vitamin K) อยู่ในปริมาณสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) ดังนั้น ผู้ที่กำลังรับประทานยาดังกล่าวอยู่จึงควรระมัดระวังและปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน

แหล่งอ้างอิง

  • HK01
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...