คดีรัสเซียเปิดปม ฆ่ายกครัว 3 ศพ ญาติแจ้งความคนหายอ้าง ตร.ไม่ตามต่อ
วันนี้ (1 ส.ค.2569) ความคืบหน้าการเจาะลึกเบาะแสหลังการจับกุม นายฑนา หรือ "ป๋อง" และ นายธงชัย หรือ "ธง" ผู้ต้องหาในคดีฆาตกรรม 2 พี่น้องชาวรัสเซีย
ล่าสุด นายธง ได้เปิดปากรับสารภาพเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ไม่ถึง 1 เดือน ตนและนายป๋องได้ร่วมกับผู้ต้องหาอีก 2 คน คือ นายอัษฎางค์ หรือ "บอล" ชูวงษ์ และ นายชัชนันท์ หรือ "ฟลุ๊ค" แป้นเอี่ยม ก่อเหตุอุ้มฆ่าฝังอำพรางศพครอบครัวคนไทย 3 พ่อแม่ลูก เพื่อชิงรถกระบะ แล้วนำร่างไปฝังไว้ในพื้นที่ป่าที่ไม่ห่างจากจุดฝังศพชาวรัสเซีย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวนายบอลและนายฟลุ๊ค ได้เมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา รวมผู้ต้องหาในคดีนี้ทั้งหมด 4 คน
จากการสอบสวนพฤติการณ์การก่อเหตุ นายธง ให้การว่า ในวันเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปที่บ้านของผู้เสียชีวิต โดยนายป๋อง ได้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเคาะประตูเรียก 2 สามีภรรยา ระหว่างนั้นลูกสาวเดินทางกลับมาจากร้านสะดวกซื้อ กลุ่มคนร้ายจึงได้ควบคุมตัวทุกคนไว้พร้อมใส่กุญแจมือ ก่อนพาขึ้นรถกระบะของผู้เสียชีวิตไปยังสวนมะพร้าว
จากนั้นแบ่งหน้าที่กันสังหาร โดยนายป๋องทำหน้าที่ยิงผู้เป็นแม่ นายบอลยิงผู้เป็นพ่อ และ นายฟลุ๊คยิงลูกสาว ซึ่งจากการตรวจสอบยังพบว่า มีการล่วงละเมิดทางเพศลูกสาวก่อนลงมือสังหารด้วย จากนั้นได้ยึดโทรศัพท์มือถือของผู้เสียชีวิตทั้งหมดและนำร่างทั้ง 3 คน ไปฝังอำพรางรวมกันในหลุมเดียว
ญาติร่ำไห้จี้ลงโทษขั้นสูงสุด ตัดพ้อแจ้งความคนหายแต่ตำรวจไร้การติดตาม
ด้านน้องสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ครอบครัวได้พยายามออกตามหาผู้สูญหายทั้ง 3 คนมาตลอดเวลากว่า 1 เดือน โดยได้เข้าแจ้งความบุคคลสูญหายไว้ที่ สภ.ห้วยใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.2569 รวมถึงประสานงานทุกหน่วยงาน แต่กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือความคืบหน้าใด ๆ
หากไม่มีการสืบสวนขยายผลในคดีของ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ครอบครัวก็คงไม่มีทางได้ทราบชะตากรรมอันน่าเศร้าของพี่สาว พี่เขย และหลานสาว จึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคนอย่างถึงที่สุด เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิต
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างคำถามใหญ่ในสังคมถึงมาตรการลงโทษ เนื่องจากพบประวัติ นายป๋อง เคยถูกดำเนินคดีอาวุธปืนในปี 2559 และ 2561 คดีพรากผู้เยาว์ในปี 2563 รวมถึงคดีพยายามฆ่า โดยเพิ่งพ้นโทษออกมาไม่ถึง 2 เดือนก่อนมาก่อเหตุซ้ำ นายป๋องอ้างว่า ซื้อเครื่องแบบตำรวจมาจากช่องทางออนไลน์และเลียนแบบพฤติกรรมจากข่าวอาชญากรรม
ทั้งนี้ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดระบุว่า พนักงานสอบสวนจะต้องส่งประวัติการเคยถูกดำเนินคดีของผู้ต้องหาให้อัยการ เพื่อเสนอศาลพิจารณาเพิ่มโทษหนักขึ้นเนื่องจากเป็นผู้กระทำความผิดซ้ำซากไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยเบื้องต้นตำรวจเตรียมนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ไปฝากขังต่อศาลพัทยาพร้อมแจ้งข้อหาหนักเพิ่มเติมต่อไป
อ่านข่าว :
"คลัง" เผย ปชช.ยื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 3.99 ล้านคน
แผ่นดินไหว 4.7 เขย่าตอนใต้อิตาลี อาคารเสียหาย-เจ็บอย่างน้อย 10 คน