ทองคำปี69 พุ่งแล้ว 9% ธนาคารกลางทั่วโลกแห่ ตุนทอง YLG เปิด 3 ปัจจัยหนุนราคา
ทองคำพุ่งไม่แผ่วปีนี้ผ่านมาแค่ 20 วัน ทองโลกไทยพุ่งแล้ว 9% ทองไทยพุ่งเกือบ 7% รับแรงสกัดจากเงินบาทแข็งค่า ขณะที่ สถาบันการเงินต่างประเทศส่วนใหญ่ให้เป้าหมายปีนี้ที่ 4,900 - 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป หากมองปัจจัยบวกหลักมาจากความกังวลนโยบายทรัมป์ ทั้งการเตรียมที่จะฮุบกรีนแลนด์ คาดการณ์ว่าอาจส่งผลกระทบไปถึงสงครามการค้ากับยุโรป รวมไปถึงความตึงเครียดกับอิหร่านด้วยเช่นกัน ส่งผลดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลัง Flow ถูกโยกไปภูมิภาคอื่นเพื่อหนีความเสี่ยงทางฝั่งตะวันตก และเข้ามาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเข้าซื้อทองคำต่อเนื่อง
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่าตั้งแต่ต้นปี 2569 จนถึงวันที่20 ม.ค. 2569 พบว่า ราคาทองคำในตลาดโลก (Gold Spot) พุ่งขึ้นมาทะลุระดับ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกว่า 9% จากราคาเปิดต้นปี อยู่ที่ประมาณ 4,321 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาที่ปรับขึ้นมาในระดับนี้เพียง 20 วันถือว่าเป็นการปรับขึ้นที่เร็วกว่าคาดหมาย แถมยังเป็นการเปิด gap ในวันจันทร์ทุกสัปดาห์ ขานรับความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทองคำไทย (ทองคำแท่ง 96.5%) จากต้นปีจนถึงวันนี้ (20 ม.ค. 2569) ราคาขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 69,300 บาทต่อบาททองคำ หรือขึ้นมาเกือบ 7%
ทั้งนี้แนะนักลงทุนที่ต้องการเข้ามาลงทุนควรอจังหวะ ควรลงทุนผ่านฟิวเจอร์สเพื่อเป็นทางเลือกในช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในระดับสูง เพราะใช้เงินลงทุนเพียง 10% ของราคาทองคำทั้งนี้วายแอลจีตั้งเป้าหมายหลักปีนี้ 4,900 - 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์”
สำหรับปัจจัยที่กระตุ้นให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงมาจากปัจจัยหลัก 3 ด้าน คือ 1.ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดศึกชิง กรีนแลนด์ และความเสี่ยงด้านสงครามการค้า US-EUภายหลังจาก ปธน.ทรัมป์ ประกาศขู่จะเก็บภาษีนำเข้าจาก 8 ประเทศในยุโรปสูงถึง 10-25% เนื่องจากกรณีที่ขัดขวางไม่ให้สหรัฐฯ ซื้อเกาะกรีนแลนด์ส่งผลให้ผู้นำยุโรปกำลังจัดการประชุมด่วนสร้างความตึงเครียดทั้งภูมิภาค ส่งผลให้นักลงทุนเกิดความกังวลและหันมาซื้อทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven)
2. เงินดอลลาร์อ่อนค่า & เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ร่วงฉับพลันจากความกังวลของตลาดที่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะต้องปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้มากกว่าที่แสดงใน Dot Plot ที่เพียง 1 ครั้ง หลังเกิดการปรับเปลี่ยนหลายตำแหน่งในเฟดโดยเฉพาะนายพาวเวล ที่จะหมดวาระประธานเฟดในเดือนพ.ค. อีกทั้ง เริ่มเกิดการคาดการณ์ว่าเฟดอาจจำเป็นต้องปรับลดดอกเบี้ย เพื่อรับมือกับสงครามการค้าที่ทรัมป์จุดชนวนขึ้น อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่จะต้องสกัดการเร่งตัวขึ้นของ Bond Yield สหรัฐ หากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐถูกเทขายจากประเทศในยุโรป หากความขัดแย้งปะทุรุนแรงมากขึ้น
และ3. ธนาคารกลางทั่วโลกแห่ ตุนทอง"ธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะจีนและรัสเซียที่ยังคงโยกเงินออกจากดอลลาร์สหรัฐฯ ตามนโยบาย De-Dollarization มาซื้อทองคำเก็บไว้เป็นทุนสำรองฯ เพื่อป้องกันความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐฯ แรงซื้อมหาศาลจากธนาคารกลางทั่วโลก เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง
ทั้งนี้ จากการสำรวจ พบว่า ว่าสุดสถาบันการเงินต่างชาติส่วนใหญ่ได้ให้ราคาเป้าหมายทองคำ ไว้ในระดับ 4,900-5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไป เริ่มจาก J.P. Morgan ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 5,055 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้าน Goldman Sachs ให้ราคาเป้าหมายที่ 4,900 ดอลลาร์ต่อออนซ์ UBS ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 - 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รวมถึง Bank of America ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ Citi ให้ราคาเป้าหมายที่ 5,000 - 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำ วายแอลจี แนะเข้าลงทุนแบบรอจังหวะสะสม DCA เพื่อถือครองในระยาว พร้อมเพิ่มโอกาสด้วยการลงทุนระยะสั้น มีแนวรับสำคัญที่ต้องจับตา 4,660 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวต้านระยะสั้นประเมินไว้ที่ 4,720 - 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นอกจากนี้ ยังคงคาดการณ์ในปีนี้ว่าทองคำจะมีโอกาสขึ้นไปได้ถึงกรอบเป้าหมาย 4,900 - 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
อ่านข่าว:
"ปีม้าทอง" ดัน "ทองคำ" พุ่งทะยาน ประเดิม "รูปพรรณ" ทะลุ 68,550 บาท
“รูปพรรณ” ทะลุ 70,100 บาท อานิสงส์ ดอลลาร์อ่อน อียู ตอบโต้ สหรัฐฯ ปมกรีนแลนด์
“ทองคำปี 69” ร้อนแรงไม่แผ่ว เปิด 3 ปัจจัยดันราคาทะลุ 4,600 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์