BH เปิดแผนพลิกวิกฤติ “โรคอ้วน” ไทย สู่โอกาสธุรกิจ ย้ำยกเลิกประกันเหมาจ่ายไม่กระทบ
ในยุคที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน อีกปัจจัยเสี่ยงที่มองข้ามไม่ได้คือ “วิกฤติความอ้วน” ล่าสุดบริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH เปิดข้อมูลน่าตกใจว่าคนไทยเกือบ 50% กำลังเผชิญภาวะน้ำหนักเกิน
ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาสุขภาพคนไทยเ ท่านั้น แต่เป็นระเบิดเวลาที่กัดกิน GDP และอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 5.6 ล้านล้านบาท หากไม่รีบแก้ไข นี่คือโจทย์ใหญ่ที่กระทบโครงสร้างประเทศโดยตรง
แต่ในวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ งานนี้แม่ทัพใหญ่อย่าง ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ซีอีโอ BH จึงวางหมากเดินหน้าปั้นศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ VitalLife ให้เป็นหัวหอกสำคัญ เพื่อเปลี่ยนวิกฤติการดูแลสุขภาพนี้ ให้กลายเป็น S-Curve ตัวใหม่ที่น่าจับตามอง
ส่วนประเด็นความกังวลเรื่องประกัน “Copay” ที่นักลงทุนหลายคนกังวลกันอยู่ ผู้บริหาร ก็ยืนยันชัดว่ากระทบน้อยมาก เพราะมีการกระจายความเสี่ยงฐานลูกค้าที่ดี ซึ่งก็สะท้อนความเชื่อมั่นได้ชัดเจนจากราคาหุ้นที่ปรับตัวกลับขึ้นไปแล้ว
เจาะลึกความเสียหาย เมื่อ “ความอ้วน” กัดกิน GDP
จากการประเมินร่วมกันขององค์การอนามัยโลก (WHO) และ World Obesity Federation (WOF) ชี้ให้เห็นถึงตัวเลขความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากภาวะโรคอ้วนของไทย
โดยในปี 2562 เพียงปีเดียว ประเทศไทยสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจไปแล้วถึง 8.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 256,370 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.5% ของ GDP หรือเฉลี่ยความเสียหายอยู่ที่ 4,000 บาทต่อคน
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือแนวโน้มในอนาคต รายงานคาดการณ์ว่าหากไม่มีการเร่งจัดการปัญหานี้ ภายในปี 2603 (อีก 34 ปีข้างหน้า) ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะทวีความรุนแรงขึ้นถึง 22 เท่า จากฐานปี 2562
โดยมูลค่าความเสียหายอาจพุ่งแตะระดับ 180.78 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.6 ล้านล้านบาท ซึ่งจะคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 5.6% ของ GDP ไทยในอนาคต
ความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นนี้ ประเมินจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโดยตรง และค่าใช้จ่ายทางอ้อมจากความสูญเสียของประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง การขาดงาน การทำงานได้ไม่เต็มที่ จนถึงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งกระทบต่อศักยภาพการเติบโตของประเทศโดยตรง
เจาะตลาด Wellness ดัน VitalLife แตะ 2 พันล้าน
ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้สะท้อนภาพสถานการณ์ปัจจุบันโดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่ระบุว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนสูงถึง 42.4% ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์โลกที่คาดว่าภายในปี 2573 ประชากรโลกกว่า 1,000 ล้านคนจะประสบปัญหาภาวะอ้วน
ทั้งนี้ การมีน้ำหนักเกินมาตรฐานไม่ใช่เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็น “ประตูสู่โรคร้าย” ที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งเป็นภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมันพอกตับ และมะเร็งบางชนิด
เพื่อรับมือกับวิกฤติดังกล่าว การจัดการเรื่องน้ำหนักจึงไม่ใช่แค่เทรนด์ความงาม แต่เป็นวาระเร่งด่วนทางสุขภาพ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จึงได้วางแนวทางการดูแลรักษาแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและยั่งยืน ผ่านทีมแพทย์เฉพาะทางและสหสาขาวิชาชีพ
จุดเด่นสำคัญคือการนำนวัตกรรมทางการแพทย์มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา เช่น นวัตกรรมส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร การใช้ยาควบคู่การปรับพฤติกรรม การออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เป็นต้น
ดร.อาทิรัตน์ กล่าวอีกว่า ในด้านโอกาสทางธุรกิจจากเทรนด์ Well-being และการลดน้ำหนัก บำรุงราษฎร์ได้วางกลยุทธ์บูรณาการศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ (VitalLife) เข้ากับโรงพยาบาลอย่างไร้รอยต่อ โดยเน้นการดูแลแบบองค์รวมทั้งการปรับไลฟ์สไตล์ โภชนาการ และการตรวจ เพื่อส่งต่อการรักษาที่เหมาะสม
เทรนด์ Well-being ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูง ปัจจุบันธุรกิจในส่วนของ VitalLife สร้างรายได้ระดับพันล้านบาท และมีเป้าหมายที่จะขยับขึ้นไปแตะระดับ 2,000 ล้านบาท โดยเน้นคุณภาพมาตรฐานระดับโลกเพื่อดึงดูด Wellness Tourism เข้าสู่ประเทศไทย
เคลียร์ชัดปม “ประกัน” กระทบจำกัด ราคาหุ้นสะท้อนความเชื่อมั่น
สำหรับประเด็นความกังวลเรื่องเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบร่วมจ่าย หรือ “Co-payment” ที่อาจกระทบกลุ่มโรงพยาบาล ดร.อาทิรัตน์ และทีมผู้บริหาร ให้ความมั่นใจว่า ผลกระทบต่อ BH มีน้อยมากอย่างไม่มีนัยสำคัญ เนื่องจากสัดส่วนลูกค้าประกันของโรงพยาบาลมีอยู่ไม่เกิน 30% ซึ่งในจำนวนนี้แบ่งเป็นประกันต่างชาติครึ่งหนึ่งและประกันไทยครึ่งหนึ่ง ทำให้มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี
ทั้งนี้ ผู้บริหารชี้ให้เห็นว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงที่มีข่าวระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งหลังจากนั้นราคาหุ้นก็ได้ดีดตัวกลับขึ้นมาสู่ระดับเดิมภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์ สะท้อนให้เห็นว่าพื้นฐานธุรกิจยังคงแข็งแกร่งและนักลงทุนมีความเชื่อมั่น
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการ แม้ไตรมาส 1 จะมีปัจจัยด้านฤดูกาล (Seasonal effect) เช่น ช่วงรอมฎอน แต่ภาพรวมผู้ป่วยต่างชาติไม่ได้ลดลง และยังมีปัจจัยบวกที่รออยู่จากการฟื้นตัวของผู้ป่วยกลุ่มตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความคาดหวังในการลงนาม MOU ระหว่างรัฐบาลไทยและซาอุดีอาระเบีย รวมถึงการกลับมาของผู้ป่วยชาวคูเวตหลังสถานการณ์ภายในประเทศเริ่มคลี่คลายด้วย
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : BH เปิดแผนพลิกวิกฤติ “โรคอ้วน” ไทย สู่โอกาสธุรกิจ ย้ำยกเลิกประกันเหมาจ่ายไม่กระทบ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- BH เปิดแผนพลิกวิกฤติ “โรคอ้วน” ไทย สู่โอกาสธุรกิจ ย้ำยกเลิกประกันเหมาจ่ายไม่กระทบ
- BH บวกแรง 3 วัน พุ่งทะลุ 18% แม้งบไตรมาส 2/68 ชะลอตัว เปิด 5 เหตุผล ทำไมหุ้นโรงพยาบาลยังไปต่อ
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath