ธนาคารกรุงเทพ กำไรปี 68 แตะ 4.6 หมื่นล้าน พร้อมหนุนลูกค้าสู้ศก.เปราะบาง
ธนาคารกรุงเทพ กำไรสุทธิปี 2568 จำนวน 46,007 ล้านบาท เติบโต 1.8% ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่เปราะบาง แข็งแกร่งด้วยเงินสำรองสูงถึง 324.1% เดินหน้าช่วยลูกหนี้
20 มกราคม 2569 รายงานข่าวจาก ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ในปี 2568 เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ
ภาคการส่งออกแม้ได้รับแรงหนุนในช่วงครึ่งแรกของปีจากการเร่งคำสั่งซื้อ ก่อนการบังคับใช้มาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา แต่ก็ชะลอลงในช่วงครึ่งหลังตามการอ่อนแรงของอุปสงค์โลก ภาคการท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวต่ำกว่าที่คาด โดยเฉพาะจากการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีน ส่งผลให้ภาคบริการ
ไม่สามารถกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ ขณะเดียวกัน อุปสงค์ภายในประเทศยังอยู่ในภาวะอ่อนแรง สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ติดลบต่อเนื่องและระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับความไม่แน่นอนจากต่างประเทศที่กดดันการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
ยังมีข้อจำกัดจากกรอบงบประมาณและระดับหนี้สาธารณะ โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงมีความเปราะบางและเผชิญความเสี่ยงต่อแนวโน้มการฟื้นตัวในระยะถัดไป
ท่ามกลางพลวัตของโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์ที่จะส่งผลต่อการค้าโลก การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น
ตลอดจนความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรมธนาคารกรุงเทพมุ่งมั่นให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม พร้อมยืนเคียงข้างในฐานะเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจในภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง
รวมถึงสนับสนุนโอกาสในการขยายกิจการไปต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริมนโยบายของภาครัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย เช่น โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยบรรเทาภาระหนี้ของลูกหนี้เพื่อให้สามารถฟื้นตัวได้ในระยะยาว และ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่สนับสนุนให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้เพิ่มเติมเพื่อยกระดับการขยายตัวเศรษฐกิจในอนาคต
ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending)และมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืน
ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 จำนวน 46,007 ล้านบาท
ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 จำนวน 46,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 จากปีก่อน ภายใต้ความไม่แน่นอนหลายด้านธนาคารมีรายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้วยการกระจายแหล่งที่มาของรายได้
โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงและมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.75 ซึ่งเป็นไปตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและการชะลอตัวของเงินให้สินเชื่อขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิ จากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และกำไรจากเงินลงทุน
โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงเล็กน้อยจากบริการธุรกรรมผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวมทั้งนี้ ธนาคารยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินงาน เพื่อสร้างความพร้อมในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต
พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ร้อยละ 48.4 สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย
นอกจากนี้ จากการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องธนาคารมีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2568 ลดลงจากไตรมาสก่อน และสำหรับปี 2568 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมีจำนวน 36,147 ล้านบาท
ธนาคารกรุงเทพยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพ ฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,608,286 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.2 จากสิ้นปีก่อน โดยสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ยังคงเติบโตสำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวม อยู่ที่ร้อยละ 3.0
ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 324.1 เป็นผลจากการที่ธนาคารยึดหลักการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวัง และรอบคอบอย่างต่อเนื่อง
ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 จำนวน 3,196,284 ล้านบาท อยู่ในระดับใกล้เคียงกับสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 81.6
ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ร้อยละ 21.8 ร้อยละ 17.2 และร้อยละ 17.2 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด (เพิ่มเติม…)