โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เพื่อนออนไลน์” vs “เพื่อนในโลกจริง” เส้นบาง ๆ ของความสัมพันธ์ในยุคดิจิทัล

นิตยสารคิด

อัพเดต 12 มี.ค. 2566 เวลา 23.27 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2566 เวลา 23.27 น.
friend-cover

สำหรับคุณแล้ว การเป็นเพื่อนกับใครสักคนในชีวิตจริง กับการเป็นเพื่อนกับคนที่เริ่มรู้จักกันบนโลกออนไลน์มีความแตกต่างกันบ้างไหม

เพราะเผลอแป๊บเดียวเราก็อยู่บนโลกออนไลน์กันมานับสิบปีแล้ว โดยเฉพาะไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่อุปกรณ์สื่อสาร รวมถึงแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้งแอปพลิเคชัน แชต เกม และคอมมูนิตี้ของคนที่ชอบในสิ่งเดียวกันพร้อมใจกันผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด ซึ่งนอกจากโซเชียลมีเดียจะถูกใช้เพื่อติดต่อกับคนที่รู้จักอยู่แล้ว ยังมีมิตรภาพที่เริ่มต้นขึ้นบนโลกออนไลน์เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเฉพาะคนในวัยหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ผู้ใหญ่ที่ยิ่งโตก็ยิ่งเพื่อนน้อยลงและหาเพื่อนใหม่ในชีวิตจริงยากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ยังหันมาหามิตรภาพหน้าใหม่บนโลกออนไลน์เช่นกัน ทำให้คำว่า “เพื่อน” ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มีการตีความที่ค่อนข้างหลากหลายและแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

แล้วในสถานการณ์แบบนี้…เพื่อนแบบไหนล่ะ ที่เราจะถือว่าเป็นเพื่อนจริง ๆ ของเราได้ “เพื่อนที่รู้จักกันบนโลกออนไลน์” จะสามารถแทนที่ “เพื่อนที่รู้จักกันในชีวิตจริง” ได้หรือไม่ แล้วคนส่วนใหญ่มีมุมมองต่อเพื่อนแต่ละแบบว่าอย่างไรบ้าง

Nancy Nguyen / Unsplash

อายุ เพศ ศาสนา หลบไป! เพื่อนออนไลน์แค่ชอบเรื่องเดียวกันก็พอแล้ว!
โดยส่วนมากแล้ว เพื่อนในชีวิตจริงที่เราค่อนข้างสนิทหน่อย ก็มักมาจากละแวกบ้าน ไม่ก็โรงเรียนหรือที่ทำงาน ซึ่งเหมือนเป็นการโดนสุ่มจับคู่เพื่อนมาให้ บางทีก็เข้ากันได้ในเชิงนิสัย แต่ถ้าโชคดีหน่อยก็จะชอบอะไรคล้าย ๆ กันด้วย แต่ก็มักจะเป็นสิ่งที่มาค้นพบเอาหลังจากที่คบกันมาสักพักแล้ว

แต่สิ่งนี้กลับเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญอย่างหนึ่งของโลกออนไลน์ คือการได้รู้จักใครสักคนเพราะว่าความชอบในสิ่งเดียวกัน และคนที่ชอบในเรื่องเดียวกันก็มีตั้งแต่กลุ่มใหญ่ในระดับทั้งเว็บหรือแอปนั้นถูกสร้างมาเพื่อคนชอบสิ่งเดียวกัน ไปจนถึงระดับกรุ๊ปย่อยบนเฟซบุ๊ก หรือการสร้างห้องแชตที่คุยกันแค่เฉพาะบางเรื่องที่สนใจ

อย่างเช่นคนที่ชอบเดินป่าก็จะหาเพื่อนที่ชอบเดินป่าจากทั่วโลกได้ง่าย ๆ แถมเรื่องอย่างเพศ อายุ ศาสนา หรือแม้แต่เชื้อชาติก็ถูกมองข้ามไปเลยสิ้นเชิง แค่คุยกันรู้เรื่องก็พอแล้ว การเป็นคนเริ่มคุยก่อนก็ไม่ยากถ้าเทียบกับการคุยกับคนแปลกหน้าในโลกความจริง แล้วเรายังเลือกที่จะคุยกับใครตอนไหนก็ได้ ถ้ายังไม่อยากคุยก็แค่ปล่อยแชตทิ้งไว้แบบนั้น

Richard Hoang / Unsplash

นานวันเข้า จากประเด็นการคุยแค่นั้นก็เริ่มกลายมาเป็นการเล่าสิ่งนั้นสิ่งนี้ในชีวิตจริงให้กันฟัง ขอคำแนะนำ ปรับทุกข์กันได้เกือบทุกวัน จนบางครั้งเพื่อนบนโลกออนไลน์อาจจะรู้จักตัวตนของเราจริง ๆ มากกว่าเพื่อนในชีวิตจริงเสียอีก

โจเซฟ บี. วอลเทอร์ (Joseph B. Walther) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง (Nanyang Technological University) ในสิงคโปร์บอกว่า “บนโลกออนไลน์เราสามารถหาคนรับฟังประสบการณ์ที่ไม่ดีได้ง่ายมาก” เขายังบอกต่อว่า “ครอบครัวและเพื่อนอาจจะมีความเห็นอกเห็นใจเรา…แต่พวกเขาไม่สามารถเข้าใจเราได้เหมือนคนที่ประสบปัญหาแบบเดียวกันมาก่อนหรอก”

จากการสำรวจวัยรุ่นไปจนถึงช่วงวัยเลขสามในปี 2015 มีจำนวนถึง 57% ที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่บนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะจากในเกมและโซเชียลมีเดีย และคนส่วนหนึ่งจากกลุ่มนั้นยังบอกอีกว่า ความสัมพันธ์ออนไลน์ที่มีความชอบเหมือนกันยังสามารถรู้จักกันได้นานกว่าเพื่อนส่วนหนึ่งในชีวิตจริง และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือถ้าไม่ได้ติดเรื่องระยะทาง เพื่อนออนไลน์บางคนก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทต่างวัยในชีวิตจริงด้วยซ้ำ

Trung Thanh / Unsplash

จะดีหรือจะร้าย…เราก็ยังเป็นเพื่อนกัน
เพื่อนที่รู้จักกันในโลกความเป็นจริงเป็นคนที่เราเห็นกันซึ่ง ๆ หน้า สามารถไปเดินเล่น เที่ยวด้วยกันได้ เราคอยรับฟังปัญหาของเขา ส่วนเขาก็อยู่เป็นที่ระบายให้เราทั้งขาลงและขาขึ้นของชีวิต ส่วนมากเพื่อนแบบนี้เราจะได้ใช้เวลาชีวิตร่วมกันมายาวนาน มีความทรงจำครั้งใหญ่ในชีวิตมากมายที่ก่อให้เกิดเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้ง

ข้อดีที่ชัด ๆ ของการมีเพื่อนสนิทในโลกความจริงก็คือการที่เราสามารถพึ่งพาได้ในช่วงเวลาลำบาก หันไปไม่ว่าจะอย่างไรก็ยังเจอเพื่อนอยู่ข้าง ๆ ได้เสมอ คอยซัพพอร์ตอารมณ์เราได้เวลาอกหัก ผิดหวัง เสียใจ หรืออาจจะมานอนเป็นเพื่อนเรายามที่เราสูญเสียคนสำคัญในครอบครัว หรือช่วยเหลือในกิจกรรมต่าง ๆ ที่เราทำ และในบางกรณีก็ยังช่วยซัพพอร์ตการเงินในช่วงเวลาคับขันได้ด้วย

ไม่ว่าโลกออนไลน์จะไร้พรหมแดนอย่างไร แต่ก็ไม่มีสิ่งไหนมาแทนที่การสัมผัสของมนุษย์ไปได้ รูป รส กลิ่น เสียง ของเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ที่ได้เจอมาด้วยกัน มันจะฝังลึกลงไปในความทรงจำของเรา นึกย้อนกลับไปยังไงก็ยังนึกภาพได้ และต่อให้ห่างหายกันไปนานแค่ไหน แค่ทักแชตไปซักครั้ง ความสัมพันธ์ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม

มีการศึกษาจากนักท่องเน็ตกว่า 5,000 คนพบว่า เพื่อนตัวเป็น ๆ ในชีวิตจริงมีความสำคัญมากเป็นพิเศษสำหรับคนโสดและคนที่ไม่มีคู่ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า มิตรภาพออนไลน์ไม่ได้ให้ความสุขและอุ่นใจได้เท่าเพื่อนในชีวิตจริง และด้วยเหตุผลที่จับต้องได้แบบนี้ จึงไม่แปลกที่ยังมีคนส่วนมากออกมายืนยันว่า ยังไงคำว่า “เพื่อน” ก็ต้องหมายถึงเพื่อนที่รู้จักกันในโลกความเป็นจริงอยู่ดี

Duy Pham / Unsplash

ยิ่งเยอะยิ่งดี แต่จะบาลานซ์อย่างไรให้สุขภาพใจแข็งแรง
ก็คงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้าเราโตมากับเพื่อนประเภทไหน เราก็มีแนวโน้มที่จะมองว่าเพื่อนแบบนั้นสามารถตอบโจทย์ชีวิตเราได้มากกว่า และเราอาจจะเผลอทุ่มเวลาชีวิตให้จนเกินพอดีด้วยซ้ำ อย่างเช่นวัยรุ่นที่ติดโลกออนไลน์จนละเลยสมาชิกในครอบครัว หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ในบ้านที่ยึดติดกับความสัมพันธ์แบบจับต้องได้จนไม่กล้าเปิดใจให้กับเพื่อนบนออนไลน์

มีงานวิจัยของศาสตราจารย์โรบิน ดันบาร์ (Robin Dunbar) นักมานุษยวิทยาในปี 1992 ที่พบว่า โดยเฉลี่ยแล้ว มนุษย์เราจะมีเพื่อนที่สามารถคงความสัมพันธ์กันไว้ได้แค่ราว 150 คน แต่เมื่อเทคโนโลยีได้เข้ามาปฏิวัติการสื่อสาร เขาได้ทำการศึกษาอีกครั้งในปี 2016 ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจ เพราะต่อให้นับรวมทั้งเพื่อนออนไลน์และออฟไลน์แล้ว ตัวเลขที่ออกมาก็ยังคงเฉลี่ยอยู่ราว 150 คนเท่าเดิม

สิ่งนี้ทำให้เราเห็นว่า ไม่ว่าแพลตฟอร์มออนไลน์จะทำให้เรารู้จักคนได้มากขึ้นหรือรักษาการติดต่อกับคนรู้จักไว้ได้มากแค่ไหน แต่เส้นวงที่จะขีดล้อมคำว่าเพื่อนของแต่ละคนไว้ก็ยังคงขนาดเท่าเดิม และหมายความว่าคุณลักษณะบางอย่างของเพื่อนทั้งออนไลน์และออฟไลน์อาจจะแทนที่กันได้อยู่บ้างแต่ไม่ทั้งหมด

Austin Distel / Unsplash

การมีเพื่อนออนไลน์เพื่อมาเติมเต็มช่องว่างที่เพื่อนในโลกความจริงให้ไม่ได้ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่การเลือกมีเฉพาะเพื่อนออนไลน์มากเกินไปก็มีผลของการศึกษาที่ยืนยันออกมาแล้วว่า อาจจะเสี่ยงต่อการเสพติดโซเชียลและลงเอยด้วยโรคซึมเศร้าได้

หรือใครที่เลือกมีแต่เพื่อนออฟไลน์ วันหนึ่งที่ต้องแยกย้ายกันไปก็อาจจะเจอความเหงาและความน้อยใจเข้าแทรกจนอาจเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะต้องบาลานซ์ความสัมพันธ์ทั้งเพื่อนแบบออนไลน์และออฟไลน์ให้ดี

การที่ใครเริ่มโพสต์เรื่องราวส่วนตัวบ่อยหรือมากเกินเหตุก็เป็นสัญญาณหนึ่งที่พอจะบ่งบอกได้แล้วว่าความเหงาได้เริ่มมาเยือน ถึงเวลาที่จะต้องสร้างสัมพันธ์ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ให้แข็งแรงมากขึ้นแล้ว เริ่มจากการลองทัก หรือโทรชวนเพื่อนซักคนออกไปหาอะไรกินกันดูสิ

ที่มา : บทความ “Are real-life friends better than online ones?” จาก https://oxplore.org
บทความ “Teens, Technology and Friendships” โดย Amanda Lenhart จาก www.pewresearch.org
บทความ “Online vs. offline friendships” โดย Tobias van Schneider จาก https://vanschneider.com
บทความ “Know the benefits of Online friendships” โดย Dalilah Anna จาก https://wearerestless.org
บทความ “What”s the Difference Between Offline Friends and Online "Friends"?” โดย Charlie Gilkey จาก www.productiveflourishing.com
บทความ “เพื่อนบนโลกออนไลน์ : เพื่อนแท้หรือแค่คนรู้จัก ?” โดย พันธ์ศักดิ์ อาภาขจร จาก https://www.isranews.org

เรื่อง : สโรชา พรรณพิสิฐ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก นิตยสารคิด

Public Domain ทางลัดไอเดียใหม่ ลดต้นทุน เร่งสปีดงานสร้างสรรค์

1 วันที่แล้ว

ยิ่งเครียด ยิ่งซื้อ งบเพื่อความสวย ที่เราไม่เคยตัดทิ้ง

1 วันที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...