โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ชวนดูแลสุขภาพกายใจกับ “ธรรมะในสวน” ปีที่ 3

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กินแบบ Lifestyle คนเมือง: เรื่องเล็กที่กลายเป็นโรคใหญ่ ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ชวนดูแลสุขภาพกายใจ กับ “ธรรมะในสวน” ปีที่ 3

ต้นเหตุของโรคยอดฮิตในคนเมืองจำนวนไม่น้อย อาจไม่ได้เริ่มที่ “ความรุนแรงของโรค” แต่เริ่มจาก “วิถีชีวิตประจำวัน” ที่ทำซ้ำ ๆ จนกลายเป็นความเคยชิน

โดยข้อมูลจาก Thailand IBS Guideline 2022 ระบุว่า ปัญหาระบบทางเดินอาหาร เป็นโรคที่พบได้บ่อยขึ้นทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ สาเหตุสำคัญมักไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่เป็นพฤติกรรมในการใช้ชีวิต ที่เร่งรีบ นอนไม่พอ และมีความเครียดสะสม กระทบทั้งการกิน การนอน การทำงาน และอารมณ์โดยไม่รู้ตัว จนนำไปสู่โรคยอดฮิต ของคนกรุง เช่น กรดไหลย้อน โรคกระเพาะ ลำไส้แปรปรวน ฯลฯ ทั้งที่บางอาการ “แก้ได้ด้วยตัวเอง” ถ้าเราเข้าใจ และปรับทันเวลา

ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ชวนคนกรุงออกจากความเร่งรีบ แล้วมาปรับจังหวะชีวิตให้ช้าลง เพื่อดูแลใจไปพร้อมกับดูแลกาย กับกิจกรรม “ธรรมะในสวน” ปี 3 ปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมฟังธรรมกลางสวน แต่เป็นพื้นที่ที่ชวน “คนกรุง” ได้ออกมาใช้ชีวิตบนพื้นที่สีเขียว ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น ณ สวนเบญจกิติ ทุกวันเสาร์แรกของเดือน

โดยวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 พบกับ นพ.โชติ เหลืองช่อสิริ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารและตับ รพ.พญาไท 2 (ว.32025) กับหัวข้อ “กินแบบ Lifestyle คนเมือง เสี่ยงอะไรบ้าง” ที่มาลองสำรวจพฤติกรรมการใช้ชีวิตยุคเมืองใหญ่ พร้อมมุมมองการดูแลสุขภาพอย่างเข้าใจ และยั่งยืน

วงจรชีวิตจากพฤติกรรมเร่งรีบของคนเมือง ตัวกระตุ้นโรคโรคกรดไหลย้อน–ลำไส้แปรปรวน ไม่รู้ตัว

พฤติกรรมซ้ำ ๆ ของคนทำงานในเมือง เช่น นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ทานอาหารเช้า หรือทานแบบเร่งรีบ นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ทานมื้อเย็นดึก รับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารแปรรูปเป็นประจำ ล้วนเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดอาการกรดไหลย้อน กระเพาะอักเสบ หรือภาวะลำไส้แปรปรวนได้

นอกจากนี้ โรคทางเดินอาหารไม่ได้เกิดจากร่างกายอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับ “จิตใจและความคิด รวมถึงความเครียดจากทำงานก็เป็นอีกตัวเร่งสำคัญ แม้หลายคนจะบอกว่า “ไม่เครียด” แต่การต้องประชุม พรีเซนต์งาน หรือเร่งส่งงานทุกวัน ล้วนกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ปวดบิด แน่นท้อง หรืออยากถ่าย คล้ายความรู้สึกก่อนขึ้นรถไฟเหาะ หากร่างกายเผชิญความเครียดลักษณะนี้ทุกวัน อาการทางเดินอาหารจะกลายเป็นเรื้อรัง

การดูแลสุขภาพคนเมืองไม่จำเป็นต้องสุดโต่ง หลักสำคัญคือการปรับสมดุล

-เลือกวิธีปรุงที่เหมาะสม เช่น ต้ม นึ่ง ลวก ลดปิ้งย่างไหม้เกรียม และเครื่องดื่มน้ำตาลสูง
-ลดอาหารแปรรูป เช่น ไส้กรอก กุนเชียง และหลีกเลี่ยงเนื้อย่างไหม้เกรียม ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ในระยะยาว
-สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด แนะนำเมนูเช้าง่าย ๆ เช่น ไข่ลวก ไข่น้ำ ขนมปังโฮลวีตกับสลัดผัก
ปลา ธัญพืช ข้าวราดแกงที่หลีกเลี่ยงของทอดหรือแกงกะทิหลายอย่างในจานเดียว

ชานมไข่มุก–ฟาสต์ฟู้ด ความสุขชั่วคราวที่ต้องคุมปริมาณ

เครื่องดื่มยอดนิยมอย่างชานมไข่มุกให้พลังงานจากน้ำตาลสูง ส่งผลต่อระดับอินซูลิน น้ำหนักตัว และระบบเผาผลาญ หากดื่มเป็นประจำอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง ควรจำกัด ไม่เกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และไม่ควรใช้การกินเป็นเครื่องมือเยียวยาอารมณ์บ่อยเกินไป

เทรนด์ IF – คีโต – คลีน เหมาะกับทุกคนหรือไม่?

การทำ IF หรือคีโตสามารถลดน้ำหนักได้จริง แต่ต้องมีเป้าหมายและความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะอาจมีผลข้างเคียง เช่น IF อาจกระตุ้นโรคกระเพาะในบางราย หรือการทำคีโตอาจทำให้ไขมัน และคอเลสเตอรอลสูง คุณหมอแนะนำวิธีพื้นฐานที่ยั่งยืนกว่า คือ ควบคุมพลังงาน ให้เหมาะสม อ่านฉลากโภชนาการ เพิ่มกิจกรรมทางกาย เช่น เดินเพิ่มวันละ 10–15 นาที ซึ่งช่วยเผาผลาญพลังงานได้โดยไม่กระทบสุขภาพระยะยาว

“Slow Life–มีสติ–ปรับมุมคิด” ลดเสี่ยงได้ด้วยตัวเอง แบบคนเมืองอย่างยั่งยืน

Slow Life – ชะลอจังหวะชีวิต กินช้า เดินเพิ่ม ใช้เวลากับตัวเอง

มีสติ – เลือกอาหารอย่างรู้ตัว สังเกตอาการร่างกาย มีสติรู้เท่าทันอาการตนเอง สังเกตว่าปวดแบบไหน ปวดตรงไหน เป็นมากน้อยเพียงใด

ปรับ Mindset – ไม่กดดันตนเองเกินไป เดินทางสายกลาง ฝึกกำหนดลมหายใจ นั่งสมาธิ เพื่อลดความเครียด

เมื่อจิตใจผ่อนคลาย ระบบทางเดินอาหารจะทำงานดีขึ้น อาการหลายอย่างสามารถทุเลาได้โดยไม่ต้องพึ่งยาในระยะยาว เพราะการเริ่มต้นปรับพฤติกรรมไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่าง ในวันเดียว เพียงเริ่มจาก “สังเกตตัวเอง” แล้วค่อย ๆ ปรับทีละ 20–30% ก็สามารถลดความเสี่ยงโรคทางเดินอาหาร และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน เพราะบางครั้ง การรักษาที่ดีที่สุด อาจเริ่มจากการปรับพฤติกรรมของเราเองก่อนถึงมือหมอ

กิจกรรม “ธรรมะในสวน” วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม 2569 นพ.โชติ เหลืองช่อสิริ ผู้อำนวยการศูนย์ ความเป็นเลิศด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารและตับ รพ.พญาไท 2 หัวข้อ “กินแบบ Lifestyle คนเมือง เสี่ยงอะไรบ้าง” เวลา 8.30-10.00 น. ณ สวนเบญจกิติ (ลานองค์พระ)

หมายเหตุ : เข้าร่วมกิจกรรมฟรี! โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ผู้จัดงานจัดเตรียมเสื่อ และเก้าอี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับทุกท่าน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://web.facebook.com/QueenSirikitNationalConventionCenter

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ชวนดูแลสุขภาพกายใจกับ “ธรรมะในสวน” ปีที่ 3

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...