โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เปิดใจผู้โพสต์คนแรก พบประวัติการรักษาใน “หมอพร้อม” ทั้งที่ไม่เคยใช้บริการ มองว่าอาจมีการคอร์รัปชัน

Thai PBS

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

เจ้าตัวเผยเข้าแอปฯ เพื่อตรวจสอบประวัติวัคซีน ก่อนพบข้อมูลการรักษาและรับยาที่ไม่เคยเกิดขึ้น ระบุได้รับคำชี้แจงจาก รพ.ว่า “คีย์ผิด” แต่เห็นว่ายังไม่เพียงพอ พร้อมแจ้งความดำเนินคดีแล้ว เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง

วันนี้ (27 ก.ค. 69) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้โพสต์คนแรกเกี่ยวกับกรณีพบประวัติการรับบริการในแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” ทั้งที่ไม่ได้เข้ารับการรักษาหรือรับบริการดังกล่าว ให้สัมภาษณ์กับ The Active ถึงที่มาของการตรวจพบข้อมูลดังกล่าว โดยระบุว่า เดิมทีไม่ได้ตั้งใจเข้าไปตรวจสอบประวัติการรักษา

เจ้าตัวเล่าว่า ช่วงเวลาดังกล่าวมีคนในครอบครัวไม่สบาย ประกอบกับมีข่าวเกี่ยวกับแพทย์และวงการสาธารณสุขจำนวนมาก จึงพูดคุยกับเพื่อนเรื่องวัคซีน ก่อนถูกถามว่าเคยฉีดวัคซีนอะไรบ้าง แต่จำไม่ได้ จึงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “หมอพร้อม” เพื่อดูประวัติการฉีดวัคซีน

หลังจากตรวจสอบประวัติวัคซีนแล้ว ได้กดดูข้อมูลในส่วนอื่นของแอปฯ และพบประวัติการรักษาที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

ผู้ให้สัมภาษณ์ระบุว่า ภายในประวัติการรักษาปรากฏข้อมูลการตรวจอุจจาระครั้งหนึ่งโดย อสม. และมีข้อมูลการเข้ารับการรักษาพร้อมรับยาอีก 2 ครั้ง คือในช่วงเดือนมกราคม 1 ครั้ง และเดือนกุมภาพันธ์ 1 ครั้ง โดยระบุว่ามีการรับยาครั้งละกว่า 50 เม็ด

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยได้รับยาจำนวนดังกล่าว และไม่เคยเข้ารับการรักษาตามข้อมูลที่ปรากฏในระบบ

เมื่อถูกถามว่าเคยใช้บริการโรงพยาบาลประชาธิปัตย์มาก่อนหรือไม่ เจ้าตัวยืนยันว่า “ไม่เคยเลย”

ได้รับคำชี้แจงว่า “คีย์ผิด” แต่ขอหนังสือยืนยัน

ผู้ให้สัมภาษณ์กล่าวว่า หลังพบข้อมูลดังกล่าว ได้สอบถาม อสม. ซึ่งระบุว่าไม่ทราบเรื่อง ก่อนที่พยาบาลจะพยายามติดต่อกลับมา พร้อมให้เหตุผลว่าเป็นการ “คีย์ผิด”

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวระบุว่า ได้แจ้งกลับไปว่า หากเป็นการคีย์ผิด ขอให้มีหนังสือหรือเอกสารยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะกังวลว่าประวัติการรักษาที่ปรากฏในระบบอาจส่งผลกระทบต่อการทำประกันสุขภาพในอนาคต อย่างไรก็ตาม ต้องการให้มีหนังสือยืนยัน ไม่ใช่เพียงการชี้แจงด้วยวาจาว่าเป็นการคีย์ผิด

ผู้ให้สัมภาษณ์ กล่าวอีกว่า ภายหลังพยาบาลประสานผ่าน อสม. ได้รับแจ้งว่าข้อมูลที่ใช้ในการรักษาไม่ตรงกับข้อมูลของตนเอง นอกจากนี้ หมายเลขโทรศัพท์ไม่ใช่ของตน บ้านเลขที่ก็ไม่ใช่ของตน และไม่มีข้อมูลส่วนตัวอื่นที่ตรงกัน ข้อมูลที่ตรงกับตนมีเพียง ชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ซึ่งถูกใช้ในการใช้สิทธิรักษาพยาบาล

มองว่าอาจมีการคอร์รัปชัน แต่ระบุไม่ทราบว่าเกิดจากจุดใด

เมื่อถูกถามถึงความเห็นส่วนตัวต่อสาเหตุที่เกิดขึ้น ผู้ให้สัมภาษณ์กล่าวว่า “ส่วนตัวพี่คิดว่ามีการคอร์รัปชันเกิดขึ้น แต่ไม่รู้ว่าอยู่มาจากจุดไหน”

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ตนเองไม่เคยใช้สิทธิ ไม่ทราบว่ายาที่ถูกเบิกไปนั้นมีผู้รับจริงหรือไม่ และตั้งคำถามว่า ค่าใช้จ่ายในการเบิกจ่ายยาซึ่งรัฐบาลเป็นผู้จ่ายนั้นไปอยู่ที่ใด หากไม่มีผู้รับยาจริง

พร้อมระบุว่า “พี่คิดว่ามีการคอร์รัปชันเกิดในวงการสาธารณสุข” ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวของตน

แจ้งความดำเนินคดี เหตุถูกนำชื่อไปใช้สิทธิรักษา

ผู้ให้สัมภาษณ์เปิดเผยว่า เมื่อคืนวานนี้ (26 ก.ค. 69) ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี โดยระบุว่าโรงพยาบาลประชาธิปัตย์นำชื่อของตนไปใช้ ทั้งที่ไม่เคยเข้ารับการรักษา พร้อมให้เหตุผลว่า การมีประวัติการรักษาที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของตนในอนาคต

เมื่อถูกถามว่าการแจ้งความครอบคลุมถึงประเด็นทุจริตหรือไม่ เจ้าตัวระบุว่า ยังไม่ได้ไปถึงประเด็นดังกล่าว แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบไปถึงเรื่องนั้น

ยกตัวอย่างผู้ที่พบข้อมูลผิดปกติรายอื่น

ผู้ให้สัมภาษณ์กล่าวว่า หลังจากโพสต์เรื่องของตนเอง ได้เห็นข้อมูลจากผู้ใช้งานรายอื่นในกระทู้ โดยยกตัวอย่างว่า เพื่อนสนิทของตนซึ่งใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานครมาตลอด กลับพบข้อมูลว่ามีประวัติรักษาเนื้องอกที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเวลานาน 3 ปี ทั้งที่ไม่เคยไปรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังระบุว่ามีอีกกรณีที่บุคคลซึ่งอยู่ต่างประเทศ แต่กลับพบข้อมูลการรักษาโรคโควิด-19

ผู้ให้สัมภาษณ์กล่าวว่า จากข้อมูลที่พบ ทำให้มองว่าประเด็นดังกล่าวอาจไม่ใช่เพียงเรื่องยาที่ปรากฏในประวัติของตนเอง แต่เป็นเรื่องที่มีขนาดใหญ่กว่านั้น พร้อมตั้งคำถามว่า หากตนไม่ได้โพสต์เรื่องนี้ จะยังมีอีกกี่คนที่พบข้อมูลลักษณะเดียวกัน และตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการอนุมัติ การเบิกจ่ายยา และข้อมูลการรักษาที่เกี่ยวข้อง

ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

ในช่วงท้าย ผู้ให้สัมภาษณ์ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้มีอำนาจ โดยเรียกร้องให้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และช่วยพิสูจน์ข้อเท็จจริงของกรณีนี้

พร้อมระบุว่า ไม่อยากให้เรื่องดังกล่าวเงียบหายไปเหมือนหลายกรณีที่ผ่านมา และอยากให้ประชาชนยังมีความเชื่อมั่นต่อประเทศ

นอกจากนี้ ยังกล่าวว่า ไม่ต้องการให้สังคมอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถเชื่อถืออะไรได้ และทุกเรื่องถูกอธิบายว่าเป็นการทุจริต เป็นความผิดพลาด หรือเป็นการโกหก โดยเห็นว่าควรมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจน

รมว. สธ .สั่งเร่งตรวจสอบการสวมสิทธิ์

ด้าน พัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว. สาธารณสุข ระบุว่า แอปพลิเคชันดังกล่าว มีการอัปเดตโปรแกรมและข้อมูลอยู่เรื่อย ๆ เพื่อแสดงข้อมูลการรักษาพยาบาลส่วนบุคคลให้ได้มากที่สุด ซึ่งแอปพลิเคชันหมอพร้อมรับข้อมูลจากหน่วยให้บริการ แล้ว นําเข้าสู่ระบบโทรศัพท์มือถือของผู้เข้ารับการบริการ

หากประชาชนพบว่าข้อมูลนั้นไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งไปที่แอปพลิเคชัน หมอพร้อมได้เลย แอปฯจะลบข้อมูลหน้าบ้านให้ แต่ข้อมูลหลังบ้านไม่ได้ลบ ซึ่งข้อมูลยังสามารถนําไปสืบสวนสอบสวนได้ ว่าหน่วยให้บริการใด เป็นหน่วยที่บันทึกข้อมูลเข้ามา เพื่อนําไปตรวจสอบต่อว่าเกิดจากเหตุใด เช่น การคีย์ข้อมูลผิด หรือสวมสิทธิ์ ซึ่งประชาชนอาจต้องเสียเวลาอัปเดตแอปพลิเคชันนิดหน่อย

เมื่อถามว่า ได้มีการสั่งการให้เร่งดำเนินการเรื่องการสวมสิทธิ์หรือยัง รมว.สธ. กล่าวว่า ตนได้สั่งการไปแล้ว และเริ่มมีข้อมูลเข้ามาแล้ว แต่ยังไม่ได้ดูว่าเป็นการสวมสิทธิ์ คิดว่า 1-2 วัน จะสามารถดูข้อมูลและประเมินได้ แต่หากมีเคสเพิ่มเติมก็สามารถแจ้งเข้ามาได้ และมีการประสาน สํานักงานหลักประกันสุขภาพ (สปสช.)และโรงพยาบาลเอกชน เพื่อนําข้อมูลมาเชื่อมกันให้มากที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

“อนุทิน” ยัน ยังไม่พับ “โครงการแลนด์บริดจ์” ภาคประชาชน จี้ เลิกแผนงบศึกษา EHIA ทั้งหมด

16 นาทีที่แล้ว

โพสต์อ้าง “เรือไทยออยล์ 10” ถูกอิหร่านโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ แท้จริงเรือไม่เคยผ่านไปเส้นทางนั้น

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พีมูฟ นัดชุมนุมทำเนียบ ออกแถลงการณ์ประณาม รองนายกฯ “ปกรณ์” หลังเตรียมยุบ บจธ.

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิดหลักฐานคดีโกง สว.ภาค 2 (27 ก.ค.69) I ตรงประเด็น

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สุขภาพ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...