“อนุทิน” ยัน ยังไม่พับ “โครงการแลนด์บริดจ์” ภาคประชาชน จี้ เลิกแผนงบศึกษา EHIA ทั้งหมด
นายกฯ เผย พร้อมนำโครงการแลนด์บริดจ์ ปัดฝุ่นเมื่อมีความเหมาะสม ยังไม่ได้คุยรายละเอียดผลการศึกษากับ “เอกนิติ” ด้านสภาประชาชนภาคใต้ จี้ ยกเลิกแผนและงบประมาณการศึกษาที่เกี่ยวข้อง 4 ฉบับ และเดินหน้าแผนพัฒนาภาคใต้บนการมีส่วนร่วม และศักยภาพพื้นที่
วันนี้ (27 ก.ค.69) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึง กรณีรัฐบาลแถลงเตรียมพับโครงการแลนด์บริดจ์ โดยยืนยันว่า ไม่ได้พับ แต่เป็นการดำเนินการตามสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้เห็นว่าการทำ Missing Link หรือ โครงการเชื่อมต่อรถไฟ จะทำให้การดำเนินการสามารถเกิดขึ้นได้ด้วยความรวดเร็ว แล้วไปปรับปรุงท่าเรือทั้งสองฝั่ง ฉะนั้นเมื่อถึงเวลาอันควรเมื่อใด และมีความจำเป็นในตอนนั้น หรือ มีความเหมาะสมทางภูมิรัฐศาสตร์ ก็สามารถนำขึ้นมาปัดฝุ่นได้ตลอดเวลา
ส่วนท่าเรือระนองจะทำใหม่ หรือใช้จุดเดิมพัฒนาขึ้นมา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของรายละเอียดจะต้องไปศึกษา ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงยกระดับ แต่ขณะนี้ตนยังไม่ได้คุยรายละเอียดถึงผลการศึกษากับ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือ โครงการแลนด์บริดจ์ ที่ได้ไปหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคม ทำให้ทุกอย่างออกมาตามที่ได้แถลง
สมบูรณ์ คำแหง ตัวแทนสภาประชาชนภาคใต้ เห็นว่า เห็นว่า เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลกำลังเดินหน้าในลักษณะการลดรูป หรือเลือกทำที่ละโครงการย่อย โดยไม่ใช้คำว่าแลนด์บริดจ์ เพื่อลดกระแสการคัดค้าน เพราะชุดความคิดในเรื่องของการสร้างท่าเรือยังมีอยู่ในฝั่งอันดามัน ซึ่งนายกอนุทิน ก็ย้ำตลอดว่าจะทบทวนปรับปรุงท่าเรือระนอง ซึ่งในความเป็นจริง ตนมองว่าท่าเรือนี้ไม่น่าจะขยายได้อีกแล้ว ด้วยสภาพพื้นที่จำกัด และตั้งอยู่ตรงปากแม่น้ำที่มีความตื้นเขิน ทำให้เรือขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้ เพราะหากจะขยายหรือขุดรอกร่องน้ำให้ลึกมากขึ้นก็จะยิ่งกระทบต่อผู้คนในบริเวณนั้นอย่างมาก จึงเป็นได้แค่ท่าเรือท้องถิ่นเท่านั้น
“เพราะว่ามันเป็นท่าเรือเล็ก และท่าเรือมันอยู่ปากแม่น้ำกระบุรี เรือใหญ่เข้าไม่ได้ ในความเป็นจริงเรือที่บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์เข้ามาตอนนี้ ก็สร้างความยากลำบากให้กับการเดินเรือในปากน้ำนั้นพอสมควรแล้วโดยเฉพาะการทำประมงพื้นบ้านของชาวประมงที่อยู่ในสายน้ำกระบุรี อันนี้เป็นปัญหามาก ดังนั้นหากรัฐบาลจะเดินหน้าปรับปรุงท่าเรือตรงนี้แทบจะไม่มีความเป็นไปได้เลย” สมบูรณ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตนยังเห็นว่า รัฐบาลยังต้องเดินหน้าก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ในฝั่งอันดามันตรงจุดใดจุดหนึ่งยังไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้จะไม่ใช้คำว่า แลนด์บริดจ์ ก็ยังจะมีคำใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาเพื่อหลีกเลี่ยงแรงเสียดทานที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดแบบนี้ต่อไป
ดังนั้น หากรัฐบาลมีความจริงใจในการยุติโครงการแลนด์บริดจ์จริง จะต้องหยุดงานศึกษาที่มีอยู่ทั้งหมด 4 ชิ้น คือ EHIA ท่าเรือทั้ง 2 ฝั่ง และอีก 2 โครงการ ก็คือในส่วนรถไฟ และมอเตอร์เวย์ ที่อยู่ระหว่างการศึกษาด้วย ถ้ายังไม่หยุด ก็ยังไม่สามารถที่จะไว้วางใจได้
รัฐบาลควรต้องสร้างส่วนร่วมเพื่อวางแผนการพัฒนาภาคใต้ โดยจะต้องยุติทุกโครงการ ไม่ว่าขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ก่อน แล้วออกแบบร่วมกัน ทั้งนี้ไม่ได้ขัดขวางการพัฒนา แต่การพัฒนาต้องอยู่บนฐานศักยภาพภาคใต้มี ทั้งการเกษตร การท่องเที่ยว และประมง ที่ยังสามารถพัฒนาเพื่อยกระดับมูลค่าได้อีกมาก