พาเที่ยว “Ghibli Park” ธีมพาร์กที่หลุดออกมาจากจินตนาการในแอนิเมชันเรื่องโปรดตระกูล Ghibli
เมื่อเครื่องฉายหนังทำงาน เสียงมอเตอร์หมุน ร่องหนามเตยเกาะขอบ ภาพปรากฏบนหน้าจอ บางครั้งเรื่องราวที่โลดแล่นก็เรียกรอยยิ้ม ขณะที่บางเรื่องกลับปริ่มด้วยน้ำตา การเดินทางตั้งแต่ปีค.ศ. 1985 ของ Studio Ghibli จากการก่อตั้งโดยฮายาโอะ มิยาซากิ (Hayao Miyazaki) ทำผู้คนมากมายให้หลงใหลในโลกแอนิเมชันจากแผ่นฟิล์มจนม้วนภาพยนตร์เหล่านั้นมาถึง End Credit ซึ่งเป็นตอนจบของเรื่องราวแต่ละเรื่อง
หากแม้เรื่องราวในโลกภาพยนตร์จะจบไป แต่ทุกหัวใจยังคงสามารถเริงร่าต่อไปใน “Ghibli Park” ธีมพาร์กเปิดใหม่ล่าสุดที่ควบคุมการผลิตและนำเสนออย่างภาคภูมิใจโดย Studio Ghibli ขวัญใจคอแอนิเมชันทั่วโลก
Ghibli เริ่มต้นเส้นเรื่องจากแอนิเมชัน
หากเอ่ยถึงแอนิเมชัน หลายคนอาจนึกถึงภาพลายเส้นสวยสดใสในจินตนาการของค่ายผู้ผลิตต่าง ๆ มากมายทั่วโลก ที่ทำให้เกิดเป็นความชื่นชอบและหลงใหลในลายเส้นเฉพาะตัว และยิ่งกับประเทศญี่ปุ่น แอนิเมชันและการ์ตูนก็ยิ่งมีให้เลือกสรรหลากหลาย และได้รับการสนับสนุนผลักดันออกไปจนกลายเป็นการส่งออกวัฒนธรรมของชาติสู่นานาประเทศ
Studio Ghibli ก็เป็นหนึ่งในสตูดิโอแอนิเมชันเหล่านั้นที่สร้างภาพจำให้กับคนทั่วโลก
แม้ Studio Ghibli จะเริ่มเปิดตัวครั้งแรกในปี 1985 แต่แอนิเมชันเรื่องแรกของมิยาซากิอย่างเรื่อง Nausicaä of the Valley of the Wind ที่ถูกเผยแพร่ในช่วง 1 ปีก่อนหน้า ก็ยังนับว่าภายใต้การทำงานกับสตูดิโอที่ชื่อ Topcraft
นอกจากนี้ ตัวมิยาซากิยังได้เริ่มทำงานด้านแอนิเมชันตั้งแต่วัย 22 ในปี 1963 ก่อนที่ในอีก 22 ปีต่อมา หลังจากผลงานเรื่องแรกเผยแพร่ได้เพียงปีเดียว เขาก็ได้ก่อตั้ง “อาณาจักร Ghibli” และได้เริ่มต้นขีดเขียนลายเส้นเป็นของตัวเองอย่างแท้จริง
ภาพยนตร์แอนิเมชันภายใต้ชื่อ Studio Ghibli เริ่มต้นจากเรื่อง Castle in the Sky โดยเปิดตัวขึ้นในปี 1986 และได้เริ่มทำความรู้จักกับชาวโลกเป็นอย่างดีจนสร้างรายได้ ณ ขณะนั้นไปถึง 500 ล้านเยน ก่อนที่ในอีก 2 ปีต่อมา My Neighbor Totoro ก็ตามติดมาเพื่อเสิร์ฟความสดใสจนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของค่าย รวมถึงอีก 1 เรื่องจากผู้ร่วมก่อตั้งอย่างอิซาโอะ ทาคาฮาตะ (Isao Takahata) กับเรื่อง Grave of the Fireflies ที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกด้วย 2 รางวัลจากเวทีมหกรรมภาพยนตร์นานาชาติ สำหรับเด็กที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา
ผลตอบรับต่อลายเส้นที่เปรียบเสมือนลายเซ็นของ Studio Ghibli นี้ ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดเป็นบรรดาแฟนคลับขึ้นทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ให้พากันติดตามความเคลื่อนไหวของค่ายในการออกแอนิเมชันเรื่องใหม่ซึ่งมีค่าเฉลี่ยที่ปีละ 1 เรื่อง ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นก่อนถึงยุคมิลเลนเนียล และเริ่มยืดค่าเฉลี่ยออกไปเป็น 2 ปีต่อ 1 เรื่องในเวลาต่อมา
ตลอดเวลาจนถึงปัจจุบัน Studio Ghibli รังสรรค์ผลงานแอนิเมชันไปไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง ซึ่งในแต่ละเรื่องมักได้รับผลตอบรับที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลายเส้น เนื้อเรื่อง หรือองค์ประกอบต่าง ๆ จนได้คะแนนนิยมสูงอย่างสม่ำเสมอ และมีเพียง 2-3 เรื่องที่อาจจะได้คะแนนต่ำลงมาบ้างเมื่อเข้าสู่ยุคผลัดใบ
ผลัดใบในโลกจินตนาการสู่การเป็น Ghibli Park
ความเป็นจริงของโลกยุคหลังมิลเลนเนียลคือ การที่คนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกดิจิทัลและโซเชียลมีเดียมากขึ้น ทำให้ผู้คนทั่วโลกต่างเปิดรับเลือกสื่อได้อย่างหลากหลายและรวดเร็วเสมือนการผลัดใบของโลก เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ผู้คนสามารถเห็นภาพและเสพความบันเทิงได้ง่าย ๆ ผ่านโลกไซเบอร์
สถาปัตยกรรมดั้งเดิม ความงดงามอันเป็นอัตลักษณ์ หรือแม้แต่สิ่งปลูกสร้างสมัยใหม่ ได้ถูกเผยแพร่จนเป็นภาพจำเช่นเดียวกับธีมพาร์กต่าง ๆ ที่ดูเย้ายวนและเชิญชวนให้ไปเยี่ยมชม เหมือนกับสวนสนุกชื่อดังในโลกตะวันตกอย่างวอลท์ ดิสนีย์ หรือยูนิเวอร์แซลสตูดิโอที่ได้ทำความรู้จักกับชาวโลกไปก่อนหน้า
Ghibli Park ถูกร่างแบบให้เป็นสวนสนุกที่เต็มไปด้วยอัตลักษณ์บนพื้นที่ในจังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น หลังจาก Studio Ghibli เคยเผยแพร่โลกของแอนิเมชันไปสู่การเป็นพิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum) ตั้งแต่ปี 2001 ที่เมืองมิตากะ กรุงโตเกียว
การปลูกสร้างครั้งนี้ Ghibli Park มีขนาดประมาณ 4 เท่าของพิพิธภัณฑ์จิบลิ โดยวางแนวคิดแสนสนุกด้วยทางเดินป่าที่จะนำไปสู่ความหฤหรรษ์ และเริ่มเปิดให้บริการเฟสแรกแบบเต็ม ๆ ไปเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยจะเปิดบริการในวันปกติตั้งแต่เวลา 10.00 - 17.00 น. และในวันหยุด เวลา 09.00 - 17.00 น. (ปิดให้บริการวันอังคาร ยกเว้นว่าวันอังคารนั้นเป็นวันหยุด)
อย่างไรก็ตาม ในเฟสที่ 1 ของ Ghibli Park จะเปิดบริการ 3 โซน เพื่อคอยต้อนรับบรรดาแฟนคลับและนักท่องเที่ยว ดังนี้
โซนที่ 1 Hill of Youth โซนที่จำลองภาพจำร้านบนยอดเขาจากเรื่อง Whisper of the Heart ที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นสวนสาธารณะได้จากเฉลียง
โซนที่ 2 Ghibli’s Grand Warehouse โซนโกดังขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยความลึกลับของ Studio Ghibli ซึ่งเต็มไปด้วยคาแรกเตอร์แอนิเมชันที่หลายคนคุ้นเคย มีทั้งห้องชมภาพยนตร์ นิทรรศการ ร้านค้าที่คุมธีมให้สอดรับไปกับสวนสนุกแห่งนี้
โซนที่ 3 Dondoko Forest โซนป่าดงโดโกะที่เปิดให้ทุกคนเข้าสู่โลกของแอนิเมชันเรื่องดังอย่าง My Neighbor Totoro กับบ้านของตัวละครสองพี่น้อง ซัตสึกิ (Satsuki) และเมอิ (Mei)
โดยแลนด์มาร์กทั้ง 3 โซนนี้เป็นเสมือนการเริ่มต้นเส้นเรื่องใหม่ของ “Studio Ghibli” ที่ก้าวข้ามแพลตฟอร์มจากโลกแอนิเมชันมาสู่พื้นที่ที่สัมผัสได้จริง ราวกับโลกเสมือนที่มอบความอิ่มเอมใจให้กับผู้มาเยือน เพียงแต่เส้นเรื่องของ Ghibli Park นั้นไม่ได้จบเพียงแค่นี้ เพราะทีมผู้สร้างยังได้เตรียมแผนสร้างภาคต่อกับอีก 2 โซนในอนาคตอันใกล้
ภาคต่อของโลกเสมือนบนพื้นที่ Ghibli Park
หากมองย้อนไปถึงค่าเฉลี่ยการผลิตแอนิเมชันของ Studio Ghibli ที่นำเสนอภาพยนตร์ของค่าย 1-2 ปีต่อเรื่อง อาจส่งผ่านแนวคิดมาถึง “Ghibli Park” ด้วยเช่นกัน เพราะแผนดำเนินการนั้นถูกจัดวางโดยมีเฟสที่ 2 ที่ได้เริ่มมีการปล่อยภาพโครงสร้างตัวอย่าง ซึ่งเปรียบเทียบแล้วก็คงคล้ายทีเซอร์หรือตัวอย่างภาพยนตร์ออกมาให้ทุกคนได้เห็นภาพเป็นการเรียกความสนใจกันก่อน
ทั้งนี้ เฟสที่ 2 ของ Ghibli Parkจะนำเสนอพื้นที่ใหม่ขึ้นมาอีก 2 โซน ประกอบด้วย Valley of Witches และ Mononoke Village ซึ่งได้ต่อยอดมาจากแอนิเมชันแบบดั้งเดิมเช่นกัน โดยทางผู้สร้างกำหนดวางแผนเปิดให้บริการในส่วนนี้ในปีหน้าที่กำลังจะมาถึง
จึงเรียกได้ว่านอกจากเหล่าแฟนคลับที่จะได้ตื่นตาตื่นใจแล้ว นักท่องเที่ยวมากมายก็ต่างได้รอลุ้นที่จะได้ไปเที่ยวชม 2 โซนใหม่ที่จะออกมาแจกความสดใสไปพร้อมกันแบบไม่นานเกินรอ ว่าสุดท้ายโลกเสมือนแสนสดใสจากลายเส้นบนสวนของ Ghibli Park จะออกมาเป็นแบบใด
แต่ไม่ว่าอย่างไร การเดินทางของสวนสนุกแห่ง Ghibli ก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผ่านการสะท้อนภาพดั้งเดิมที่มาจากจุดเริ่มต้นบนแผ่นฟิล์ม และคุมธีมให้ทุกคนสามารถสัมผัสได้อย่างใกล้ชิด เสมือนการเดินทางของแอนิเมชันภาคต่อที่เต็มไปด้วยอัตลักษณ์ และตั้งมั่นรอวันให้ทุกคนได้เข้าไปขีดเขียนเรื่องราวประสบการณ์การเดินทางล้ำด้วยจินตนาการได้ด้วยตัวเอง
ที่มาภาพ : ghibli-park.jp
ที่มา : บทความ “What is Ghili Park?” จาก https://ghibli-park.jp/en
บทความ “Japan’s long-awaited Ghibli Park is now open” โดย Maggie Hiufu Wong จาก https://edition.cnn.com
เว็บไซต์ https://ghibli.fandom.com
เว็บไซต์ www.ghibli-museum.jp/en/
เรื่อง : บุญพัทธ ลีวิวัฒกฤต