โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีกำจัดสนิมง่ายๆ ใน 1 นาที! ด้วยไอเทมลับก้นครัว ไม่ต้องง้อน้ำยาสารเคมี

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เปิดสูตรลับการกำจัดคราบสนิมให้หลุดร่อนอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ด้วยของดีใกล้ตัวในห้องครัวที่ทุกบ้านต้องมี รวดเร็วทันใจใน 1 นาที คืนชีพของเก่าให้กลับมาวิ้งค์เหมือนใหม่แน่นอน!

เชื่อว่าแทบทุกบ้านต้องเคยเจอปัญหานี้! เครื่องมือช่าง คีม กรรไกร หรือของใช้ที่เป็นโลหะ วางทิ้งไว้แปบเดียว "สนิม" เขรอะสีน้ำตาลแดงก็เกาะแน่น จนฝืด ใช้งานไม่ได้ แถมยังดูเก่าไปอีก จะซื้อน้ำยากัดสนิมแรงๆ มาใช้ก็กลัวสารเคมีตกค้างและกลิ่นฉุนฉุนแสบจมูก

ไม่ต้องกังวลไปค่ะ! วันนี้ Sanook จะมาเปิดสูตรลับการกำจัดคราบสนิมให้หลุดร่อนอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ด้วยของดีใกล้ตัวในห้องครัวที่ทุกบ้านต้องมี รวดเร็วทันใจใน 1 นาที คืนชีพของเก่าให้กลับมาวิ้งค์เหมือนใหม่แน่นอน!

รู้จัก "สนิม" ศัตรูตัวร้ายของโลหะ

สนิมเกิดจากปฏิกิริยาเคมีที่เรียกว่า ออกซิเดชัน (Oxidation) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเหล็กหรือโลหะ สัมผัสกับ "ออกซิเจน" และ "ความชื้นในอากาศ" เป็นเวลานาน จนเกิดเป็นคราบสีน้ำตาลแดงที่มีความเปราะและกัดกินเนื้อโลหะ การจะกำจัดสารประกอบนี้ออกได้ดีที่สุดคือการใช้ "กรดอ่อนๆ จากธรรมชาติ" เข้าไปช่วยสลายพันธะของสนิมนั่นเองค่ะ

2 สูตรเด็ดระเบิดสนิม (เลือกใช้ตามความหนาของคราบ)

สูตรที่ 1: "น้ำส้มสายชู" แช่ปุ๊บ หลุดปั๊บ (เหมาะกับชิ้นงานขนาดเล็ก/คราบฝังลึก)

น้ำส้มสายชูสายชูมีฤทธิ์เป็นกรดอะซิติกอ่อนๆ ซึ่งสามารถทำปฏิกิริยากับสนิมและทำให้มันหลุดร่อนออกได้อย่างมหัศจรรย์

  • เทและแช่: เทน้ำส้มสายชูลงในภาชนะ นำอุปกรณ์ที่มีสนิมลงไปแช่ให้ท่วม ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 นาที (ถ้าคราบหนามากสามารถแช่ทิ้งไว้ข้ามคืนได้เลยค่ะ)

  • ขัดรอย: นำขึ้นมาใช้แปรงสีฟันเก่าหรือฝอยขัดหม้อขัดเบาๆ คราบสนิมจะหลุดออกมาเป็นปื้นอย่างง่ายดาย

สูตรที่ 2: "เบกกิ้งโซดา" สครับขัดสนิม (เหมาะกับชิ้นงานใหญ่ที่แช่ไม่ได้)

เบกกิ้งโซดามีคุณสมบัติเป็นสารขัดล้างละมุนที่ไม่ทำลายเนื้อโลหะ

  • ผสมเนื้อสครับ: นำเบกกิ้งโซดามาผสมกับน้ำสะอาดเล็กน้อย คนให้เข้ากันจนเหนียวข้นเป็นเนื้อครีม

  • พอกและขัด: นำไปพอกทาบนคราบสนิมให้ทั่ว ทิ้งไว้ 1 นาที แล้วใช้แปรงขัดออก คราบสะสมจะหลุดตามเนื้อครีมออกมาทันที

ขั้นตอนการล้างและดูแลให้ "สนิมไม่กลับมาอีก"

ขั้นตอนที่ 1: ล้างสะอาดทุกซอกมุม

หลังจากขัดคราบสนิมออกหมดแล้ว ให้นำอุปกรณ์ไปล้างด้วยน้ำสะอาด หากเป็นคีมหรือกรรไกร ให้ขยับกางเข้า-กางออกระหว่างล้าง เพื่อให้เศษสนิมและคราบกรดที่ซ่อนอยู่ตามซอกหลุดออกไปให้หมด

ขั้นตอนที่ 2: เป่าแห้งสนิท (ห้ามชื้นเด็ดขาด!)

ใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชูซับน้ำให้แห้ง จากนั้นใช้ "ไดร์เป่าผม" เปิดลมร้อน เป่าไล่ความชื้นตามซอกเล็กๆ ให้แห้งสนิท 100% เพื่อป้องกันไม่ให้เหล็กกลับมาเกิดปฏิกิริยากับน้ำจนเป็นสนิมซ้ำอีกครั้ง (คำเตือน: หลีกเลี่ยงการใช้ไฟแช็คลน เพราะอาจทำให้วัสดุส่วนที่เป็นยางหรือพลาสติกเสียหาย และเป็นอันตรายได้ค่ะ)

ขั้นตอนที่ 3: เคลือบเกราะป้องกันด้วยน้ำมัน

ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุด! ให้หยอดน้ำมันอเนกประสงค์ (น้ำมันจักร) หรือน้ำมันพืชบางๆ ลงบนผิวโลหะและข้อต่อประมาณ 1-2 หยด แล้วเช็ดเคลือบให้ทั่ว น้ำมันจะทำหน้าที่เป็นฟิล์มบางๆ คอยบล็อกไม่ให้อากาศและความชื้นเข้าไปสัมผัสกับเนื้อเหล็กโดยตรง ช่วยให้ของใช้ลื่นปรื๊ดและปลอดสนิมไปอีกนานค่ะ

สรุป

การดูแลเครื่องมือเครื่องใช้ไม่ให้ขึ้นสนิม ทำได้ง่ายๆ แค่ทำความสะอาดและเช็ดให้แห้งหลังใช้งานทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการเก็บในที่ชื้นแฉะ แต่ถ้าวันไหนเผลอทำขึ้นสนิมขึ้นมา ก็อย่าเพิ่งโยนทิ้งนะคะ ลองเปิดครัวหยิบน้ำส้มสายชูหรือเบกกิ้งโซดามาทำตามสูตรนี้ดู รับรองประหยัดเงินและปลอดภัยแน่นอนค่ะ!

ตัวเลือกพาดหัวโดนๆ (เลือกใช้บน CMS ได้เลยค่ะ):

  • วิธีกำจัดสนิมง่ายๆ ใน 1 นาที! ด้วยไอเทมลับก้นครัว ไม่ต้องง้อน้ำยาสารเคมี (เน้นตรงประเด็นตามใจชอบ)

  • คีมฝืด กรรไกรเก่า ห้ามทิ้ง! เปิด 2 สูตรเด็ดกำจัดสนิมด้วยของในครัว คืนชีพของพังให้วิ้งค์ใน 1 นาที (เน้นสร้างอารมณ์ร่วม)

  • รู้ก่อนทิ้ง! วิธีกำจัดคราบสนิมฝังลึกแบบปลอดภัย ไม่ใช้สารเคมีรุนแรง ของในบ้านก็ทำได้ ตัวเลือกคำโปรย (Caption):

"เครื่องมือช่าง คีม กรรไกร ขึ้นสนิมเขรอะ อย่าเพิ่งโยนทิ้งนะคะ! ชวนมาดูวิธีกำจัดสนิมแบบง่ายๆ ภายในไม่กี่นาที ด้วยไอเทมเด็ดที่มีอยู่ในก้นครัว ขัดปุ๊บหลุดปั๊บ ปลอดภัย ไร้สารเคมีรุนแรง แถมยังมีทริกเคลือบผิวไม่ให้สนิมกลับมาเกาะซ้ำด้วย ทำตามง่ายมาก เซฟเก็บไว้ใช้ด่วนเลยค่า! "

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...