โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามเหงา : ชีวิต “ฟรีแลนซ์” จะเอาชนะความเหงาอย่างไร เมื่อเพื่อนร่วมงานและเจ้านายคือตัวเอง

นิตยสารคิด

อัพเดต 21 ก.พ. 2566 เวลา 22.50 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2566 เวลา 22.50 น.
freelancer-loneliness-cover

“ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” หนึ่งในวลีฮิตจากภาพยนตร์ “ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ” (ปี 2558) ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของชายหนุ่มนักรีทัชฟรีแลนซ์ที่ทำงานติดต่อกันข้ามวันข้ามคืนจนร่างกายเริ่มมีผื่นขึ้นตามตัวและทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ ภาพจำลองที่ใกล้เคียงเรื่องจริงของเหล่าคนทำอาชีพฟรีแลนซ์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ทำให้เมื่อพูดถึงอาชีพฟรีแลนซ์ สิ่งแรกที่เราจะนึกถึงก็คือการทำงานอย่างอิสระแต่ไม่มีวันหยุด และปัญหาสุขภาพที่มาจากการใช้ชีวิตแตกต่างจากคนทั่วไป

นอกจากอาการทางกายที่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนทำอาชีพฟรีแลนซ์แล้ว อีกความท้าทายที่เข้ามาพร้อมกับการได้เป็นอิสระจากการทำงานและได้เป็นเจ้านายตัวเองก็คืออาการทางใจ เพราะไม่เพียงแค่การรับมือกับปริมาณงานในแต่ละวันเท่านั้น แต่การนั่งหน้าคอมอยู่กับบ้านตามลำพังเป็นเวลานาน ๆ ยังพ่วงมาด้วย “ความเหงา” ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานไม่แพ้อาการอ่อนเพลียหรือมีผื่นขึ้นตามตัว

ในยุคที่ชาวฟรีแลนซ์มีอยู่นับแสนคนในประเทศไทย และมีอยู่กว่า 1.6 พันล้านคนทั่วโลก ทั้งยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกในทุกปี คนรักอิสระเหล่านี้ต้องเผชิญกับอะไรบ้างจากการทำงานแบบเหงา ๆ และพวกเขาเอาชนะมันอย่างไร

Josefa nDiaz / Unsplash

6 ใน 10 ของคนทำอาชีพฟรีแลนซ์เป็นคนเหงา
Viking บริษัทด้านการสำรวจในอังกฤษเผยข้อมูลเมื่อปี 2020 จากการสำรวจคนที่ทำอาชีพฟรีแลนซ์จำนวน 750 คน และทำงานประจำอีก 750 คนเกี่ยวกับสุขภาพจิตในการทำงาน พบว่า 64% หรือประมาณ 6 ใน 10 ของคนเป็นฟรีแลนซ์มักรู้สึกเหงาอยู่บ่อยครั้ง ในขณะที่คนทำงานประจำจะมีคนที่รู้สึกเหงาอยู่เพียง 29% เท่านั้น ในขณะที่ตัวเลขความเครียดจากการทำงาน พบว่าคนเป็นฟรีแลนซ์จะรู้สึกเครียดกับงานมากถึง 62% และคนทำงานประจำเครียดอยู่ที่ 55%

โดยในการสำรวจนี้ คนทำอาชีพฟรีแลนซ์ได้เล่าถึงข้อดีของการทำอาชีพนี้ว่า ได้มีเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น สามารถออกแบบเวลาการทำงานและเลือกสถานที่ทำงานเองได้ ได้เป็นเจ้านายตัวเอง และมีอิสระที่จะเลือกทำแต่โปรเจกต์ที่อยากทำ เลือกลูกค้าหรือแบรนด์ที่อยากทำงานได้ด้วย ในขณะที่เหล่าฟรีแลนซ์มองว่า ความเหงาในการทำงานนับเป็นข้อเสียอันดับต้น ๆ ของการทำอาชีพนี้ ตามมาด้วยความยากลำบากในการหยุดพักจากงาน ปริมาณงานที่หนักเกินไปแต่ไม่ได้มีเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ และการขาดการดูแลสภาพจิตใจจากคนรอบข้างที่ทำให้เกิดความเครียดมากขึ้น

Tool., Inc / Unsplash

ไม่ใช่แค่ความเหงา แต่ฟรีแลนซ์ยังเสี่ยง “Burnout” มากเป็นพิเศษ
ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา หลายคนน่าจะเคยได้ยินศัพท์ยอดฮิตในแวดวงคนทำงานอย่าง “Burnout Syndrome” หรือภาวะการหมดไฟจากการทำงาน ที่เริ่มรู้สึกได้ว่าประสิทธิภาพในการทำงานลดลง มีความคิดที่อยากจะเลื่อนเดดไลน์การทำงานอยู่บ่อย ๆ อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ง่าย รวมถึงมีอาการทางกาย เช่น ปวดหัว

ในตอนที่คำว่า “Burnout” ถูกนำไปใช้เรียกคนในออฟฟิศที่เริ่มหมดไฟในการทำงาน แล้วมีแนวโน้มจะลาออกจากบริษัท ในฝั่งของคนทำงานฟรีแลนซ์ก็มีกลุ่มคนที่พบเจอกับภาวะหมดไฟแบบนี้อยู่เช่นกัน สาเหตุหนึ่งของภาวะ Burnout หรือหมดไฟในการทำงานของคนเป็นฟรีแลนซ์นั้น มาจากการที่ต้องทำงานลำพังโดยขาดทีมมาช่วยแบ่งเบาภาระหรือความเครียด และยังมีสาเหตุอื่น ๆ เช่น การทำงานติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่มีวันหยุด เดดไลน์งานที่ไม่มีความสมเหตุสมผล การต้องทำหรือต้องมอบหมายให้คนอื่นทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ตัวเองมองว่าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ ทำให้ท้ายที่สุดแล้ว แม้ว่าจะเคยเบื่อแล้วลาออกจากงานประจำด้วยภาวะหมดไฟ ก็อาจจะต้องเจอกับการหมดไฟอีกครั้งเมื่อหันมาทำอาชีพอิสระอยู่ดี

วิธีรับมือจากอาการ Burnout ของชาวฟรีแลนซ์ก็คือ ต้องรู้จักใช้อิสระในการเลือกรับงานที่อยากทำ หรือเป็นงานที่เชื่อว่าสร้างคุณค่าให้กับตัวเราหรือคนรอบข้างได้จริง พร้อมกับเรียนรู้ที่จะปฏิเสธงานที่ทำแล้วไม่คุ้มค่า ไม่ว่าจะในแง่ของความหนักของงาน ในแง่ทักษะที่ได้พัฒนาเพิ่ม หรือในแง่ของค่าตอบแทน มีการวางแผนงานที่ดี อย่างเช่นการวางแผนชั่วโมงการทำงานในแต่ละสัปดาห์ให้ชัดเจน วางแผนเรื่องการคิดเรตค่าจ้างให้เหมาะสม เพื่อให้ประเมินความหนักเบาในการทำงานแต่ละวันล่วงหน้าได้ มีจำนวนงานที่เข้ามาไม่เยอะจนเกินไป และยังสามารถเลือกทำงานที่ชอบได้โดยมีค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผลอยู่

Elisa Ventur / Unsplash

“Imposter Syndrome” วิ่งไล่ความสำเร็จ แม้จะไม่มีคู่แข่ง
Imposter Syndrome คือ ภาวะความไม่มั่นใจหรือไม่เชื่อมั่นในตัวเอง ซึ่งส่งผลให้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า ไม่เก่ง ไม่สมควรที่จะได้รับคำชื่นชม ไม่สามารถยอมรับคำชื่นชมยินดีจากคนรอบข้างหรือมองเห็นความสำเร็จของตัวเองได้ ภาวะนี้มักมาจากการตั้งมาตรฐานความสำเร็จของตัวเองไว้สูงเกินไป ซึ่งแม้ว่าในทางการแพทย์ Imposter Syndrome จะไม่ถูกนับเป็นโรค แต่ก็เป็นอาการที่สามารถสะสมจนกลายเป็นภาวะเครียดและซึมเศร้าในอนาคตได้

สำหรับคนที่เป็นฟรีแลนซ์แล้ว แม้จะทำงานโดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร ไม่ต้องผ่านการประเมินผลงานช่วงกลางปี-ปลายปีเพื่อพิจารณาเงินเดือนหรือตำแหน่งในแบบของคนทำงานประจำ แต่ก็อาจเจอกับภาวะ Imposter Syndrome ได้เช่นกัน สาเหตุมาจากวิธีการทำงานของฟรีแลนซ์ที่มักไม่ค่อยแน่นอน อาศัยทั้งการแนะนำและบอกต่อจากคนรู้จักที่มาในจังหวะเวลาที่ถูกต้องจึงจะได้รับงานที่อยากทำ ดังนั้นเมื่อทำงานให้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปได้แล้ว เจ้าของงานอาจมองเห็นว่านี่คือ “โชคดี” ที่ได้รับจากการทำงาน มากกว่าจะมองว่างานชิ้นนี้สำเร็จได้อย่างดีก็เพราะความสามารถและการทำงานหนักของตัวเอง

เป็นเรื่องยากที่เมื่อเกิดภาวะ Imposter Syndrome แล้วจะสามารถรักษาให้หายไปได้ในพริบตา สิ่งที่ทำได้เมื่อเกิดความรู้สึกไม่เก่งพอในเหล่าฟรีแลนซ์ก็คือ การกลับมาคิดทบทวนสิ่งที่เราได้ทำลงไปอีกครั้ง พร้อมกับมองหาข้อดีจากงานหรืออะไรก็ตามที่ได้ทำไปแล้ว คำชมที่ได้จากลูกค้า ผลลัพธ์ในเชิงบวกของผลงานที่เกิดขึ้นหลังจากที่ถูกปล่อยออกไป ความสัมพันธ์ดี ๆ ที่ได้จากเพื่อนร่วมโปรเจ็กต์ครั้งนี้ เพื่อให้เรามองเห็นคุณค่าจากงานที่ได้สร้างสรรค์มันออกมา และนำไปตอบคำถามที่คาใจเรื่องความเก่งหรือความเชื่อมั่นในตัวเองให้ได้

Brooke Cagle / Unsplash

อย่าปล่อยให้ฟรีแลนซ์รับมือความเหงาอยู่คนเดียว
เจนนี่ สตัลลาร์ด (Jenny Stallard) ผู้ก่อตั้ง Freelance Feels สถาบันอบรมเพื่อการพัฒนาตัวเองสำหรับคนทำงานฟรีแลนซ์มองว่า “ความเหงาสำหรับคนทำงานฟรีแลนซ์นั้น ไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่พวกเขาจะต้องเอาชนะและก้าวผ่านไปให้ได้ทุกวัน แต่มีหลาย ๆ ก้าวที่คนรอบข้างอย่างเราจะช่วยเดินไปด้วยได้”

หลายคนรู้ดีตั้งแต่ก่อนเลือกทำอาชีพฟรีแลนซ์ว่า “ความเหงา” จะเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องเจอเป็นลำดับแรก แต่ก็ยังเชื่อว่าจะสามารถเอาชนะและใช้ชีวิตอยู่กับความเหงาในแบบของอาชีพนี้ได้ นอกจากการรับมือด้วยตัวเองอย่างการวางแผนงานให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดการ Burnout ตามมา การปรับเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่องานที่จะช่วยให้ไม่รู้สึกแย่กับผลงานของตัวเอง และอีกหลายวิธีที่เหล่าฟรีแลนซ์เลือกทำเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดปัญหาทางใจ และทำให้การทำงานด้วยตัวคนเดียวเป็นไปอย่างราบรื่นแล้ว สังคมรอบข้างเองก็มีผลที่ทำให้เหล่าฟรีแลนซ์ไม่ต้องรับมือกับความเหงาและปัญหาทางใจที่มาพร้อมความเหงาเพียงลำพัง

ไม่ว่าจะผ่านการพบเจอกลุ่มเพื่อนในชีวิตที่อาจไม่ใช่เพื่อนร่วมสายงาน ผ่านกิจกรรมที่ได้พบปะเพื่อนร่วมอาชีพฟรีแลนซ์บนช่องทางออนไลน์ งานอีเวนต์ หรือในพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องชีวิตการทำงานร่วมกัน การพูดคุยสานสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมโปรเจ็กต์เพื่อให้ได้ไอเดียใหม่ ๆ ไปต่อยอดในการทำงานได้ และที่สำคัญที่สุดก็คือผ่านฟีดแบ็กหรือผลตอบรับทั้งจากลูกค้า เพื่อนร่วมงาน หรือผู้ที่ได้เห็นผลงานที่ปล่อยออกไป เพราะทั้งหมดนี้นับเป็นบทสนทนาสำคัญที่จะทำให้คนที่นั่งทำงานหน้าคอมโดยไม่สามารถลุกขึ้นเดินไปปรึกษาหรือพูดคุยกับทีมได้ ยังสามารถพัฒนาผลงานต่อไปได้ด้วยสภาพจิตใจที่รู้สึกดีและสนุกไปกับงานที่ทำ

ที่มา : บทความ “งานฟรีแลนซ์มาแรงแห่งปี ที่มีคนอยากจ้างมากที่สุด” โดย Pat Phanunan จาก workpointtoday.com
บทความ “32 Stunning Freelance Statistics You Need To Know in 2023” โดย Romj Amon จาก techjury.net
บทความ “Freelancer Loneliness: The Ups and Downs of Going Solo” จาก viking-direct.co.uk
บทความ “Freelancer Burnout Is Real. Here’s How You Can Avoid It” โดย Deepinder Kaur จาก freelancermap.com
บทความ “How Freelancers Can Battle Imposter Syndrome” โดย Allie Gray Freeland จาก contently.net

เรื่อง : Natjanan K.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

ถ่ายทอดสด แมนซิตี้ พบ นิวคาสเซิ่ล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 21 ก.พ.69

PostToday

เหล่านักคิดล้วนเดิน เพราะยิ่งเดินยิ่งสร้างสรรค์ ทำไมการเดินเพียงไม่กี่นาทีถึงให้อะไรเรามากกว่าที่คิด

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

กินได้-ใกล้บ้าน เกษตรในเมือง ไม่ใช่แค่ปลูกผัก แต่คือปลูกสุขภาวะของคนเมือง

Thai PBS

อย่าเพิ่งตอกไข่! ถ้ายังไม่ได้ลองใช้ "แก้วน้ำ" เช็กความสด ทริคง่ายๆ ใน 5 วินาที

sanook.com

อย่าหาทำ! จอดติดไฟแดงใส่เกียร์ P เสี่ยงเกียร์พัง ค่าซ่อมหลักแสน

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์
วิดีโอ

นั่นนนน น่าจะรู้ตั้งนานแล้ววว #speaking #English #podcast

ฝรั่งอั่งม้อ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...