เหล่านักคิดล้วนเดิน เพราะยิ่งเดินยิ่งสร้างสรรค์ ทำไมการเดินเพียงไม่กี่นาทีถึงให้อะไรเรามากกว่าที่คิด
"บางทีการนั่งเฉยๆ คิดไม่ออก แต่พอขาเริ่มขยับ ความคิดก็ขยับตาม"นิ้วกลม หรือ เอ๋ - สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ เคยกล่าวไว้ในรายการ Have a Nice Day ถ้าว่ากันบนเรื่องการคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้ออก หรือแก้ปัญหาให้คลายนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และเป็นสิ่งที่น่าเหนื่อยหน่ายสำหรับพวกเราทุกคน เรานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือบางทีบนหน้าสมุดสักเล่มหนึ่ง รอเผื่อว่าจะมีไอเดียโปรยลงมาเพื่อให้เราลงมือทำงานต่อ แต่แล้ววันใดวันหนึ่งก็มีใครสักคนเดินมาบอกว่า “ลองออกไปเดินยืดแข้งยืดขาสิ เผื่อจะดีขึ้น”
การเดิน นั้นมีการถูกพูดถึงมาพอสมควรในโลกตะวันตก The New Yorker เคยเขียนบทความเกี่ยวกับการเดินประมาณถึงสองบทความ (การเจอบทความเนื้อหาซ้ำเป็นเรื่องยากมาก) และมีหนังสือ A Philosophy of Walking แม้ฟังดูเหมือนหนังสือปรัชญาหนักๆ มองเรื่องการเดินอย่างจริงจังจนล้าสมอง หนังสือเล่มนี้เป็นเพียงบันทึกที่เล่าว่าการเดินมีประโยชน์อย่างไรในสำเนียงภาษาที่เนิบช้าและใคร่ครวญ พร้อมกับหยิบเรื่องราวการเดินของนักคิด นักเขียน และนักปรัชญา อย่าง ฟรีดริช นีทต์เชอ (Friedrich Nietzsche), อิมมานูเอล คานต์ (Immanuel Kant), และเฮนรี เดวิด เทอโร (Henry David Thoreau) เสมือนอิงไว้ว่าอัจฉริยะเหล่านี้เขาทำกัน เราเองก็น่าจะทำกับเขาบ้าง
ถ้าเราคิดดูก็เหมือนจะจริงอย่างที่เขาว่า การเดิน อยู่คู่กับสังคมตะวันตกมานาน เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเทศฝั่งตะวันตกถูกออกแบบมาให้เอื้อต่อการเดินมาตั้งแต่ยุคโบราณ หากนึกถึงบุคคลในประวัติศาสตร์ที่ไม่ทำอะไรนอกจากการเดินถามชาวบ้าน ก็อดนึกถึง โสกราตีส (Socrates) ที่เดินวนไปมาอยู่ในตลาดอากอรา หรือยืดนิ่งค้างเป็นหุ่นอยู่กลางถนนจนถึงเช้า เพราะกำลังคิดไม่ตกกับเรื่องบางอย่าง อาจจะเหมือนกับที่ อริสโตเติล (Aristotle) บอกว่าเอเธนส์เป็นเมืองที่มีอุณหภูมิพอเหมาะสำหรับนักคิด ประเทศตะวันตกนั้นมีอุณหภูมิที่หนาวเย็นกว่า เอื้อกับคนในเมืองที่จำเป็นต้องเดินขยับแข้งขยับขาเพื่อสร้างความอบอุ่นในร่างกาย ออกมาจากบ้านก็มีฟุตบาทคนเดินไว้เกือบทุกซอกมุมในเมือง ไม่น่าแปลกที่ทำไมการเดินถึงเป็นกิจวัตรของชาวตะวันตกไปได้
แต่การเดินไม่ได้อยู่คู่เฉพาะในโลกตะวันตก แต่ทางฝั่งตะวันออกไกลจากจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ก็มีคนเดินเยอะกันเป็นพิเศษ แม้ว่าจะเป็นวันที่อากาศร้อน คนในเมืองก็ไม่หวั่นกับเหงื่อไคลที่ไหลเป็นทาง และก้มหน้าก้มตาเดินจนกว่าจะถึงจุดหมาย แถมยังมีนักคิดที่ทำอย่างเดียวกัน คือไม่ใช่การเดินไม่ได้หวังถึงจุดหมายอย่างเดียว แต่เพื่อเฟ้นหาไอเดียที่ผุดขึ้นมาระหว่างทาง เรามี ชิเงรุ มิยาโมโตะ (Shigeru Miyamoto) ผู้สร้างจักรวาล Zelda ที่ชอบเดินขึ้นลงเขาแบบไม่มีแผนที่ในมือ หรือ ฮารุกิ มูราคามิ (Haruki Murakami) ที่ชอบออกไปวิ่ง ถ้าตะวันตกมี โสกราตีส ที่จีนนั้นมี เล่าจื้อ (Lao Tzu) แม้แต่สิ่งที่เราเรียกว่า การเดินอาบป่า ก็มีจุดกำเนิดมาจากเอเชียดี
เฟรเดอริค โกรส์ (Frédéric Gros) เจ้าของหนังสือ A Philosophy of Walking อธิบายว่าการเดินเป็นเสมือนการทำสมาธิของคนเอเชีย แต่ว่าแทนที่จะนั่ง คนตะวันตกจะเดินแทน โกรส์ ไม่ต้องการบอกว่าการเดินนั้นเป็นของคนตะวันตก แต่เขาพยายามอธิบายว่าทำไมนักคิดในโลกตะวันตกถึงต้องชอบเดินกันขนาดนั้น และต้องมีเหตุผลอยู่เบื้องหลัง
โกรส์ ยกตัวอย่าง อิมมานูเอล คานต์ นักปรัชญาชาวเยอรมันที่ลือว่าเป็นคนที่ยึดติดกับรูทีนตัวเองมากๆ คานต์ จะชอบออกจากบ้านแล้วเดินในเวลาเดิมทุกวัน (ประมาณหลังบ่ายสาม) ถึงขั้นที่เพื่อนบ้านใช้รูทีนการเดินของเขาในอิงการตั้งเวลานาฬิกา แต่ โกรส์ อธิบายว่า คานต์ ไม่ได้เดินเพราะหาไอเดีย แต่เป็นการเดินเพื่อออกกำลังกาย เขาตั้งข้อสงสัยเช่นกันว่าการที่เดินในเส้นทางเดิมทุกๆ วัน น่าจะทำให้เขาร่างกายอยู่โหมดออโต้ไปแล้ว จึงเหมาะกับการใช้เวลานี้ในการขบคิดเรื่องปรัชญาของเขา เพราะมีหลักฐานเหมือนกันว่าระหว่างเดินเขาจะไม่ปริปากพูดกับใครเลย
แต่กับ ฌอง ฌาร์ค รุสโซ (Jean Jacques-Rousseau) คืออีกเรื่อง โกรส์ อธิบายว่า รุสโซ ไม่เดินเพื่อออกกำลังกาย แต่เพื่อการคิดโดยเฉพาะ รุสโซ เคยกล่าวว่า “ข้าพเจ้าสามารถทำสมาธิก็ต่อเมื่อเดินเท่านั้น เมื่อใดที่หยุดเดิน ข้าพเจ้าจะหยุดคิดทันที จิตจะทำงานได้ก็ด้วยขาของข้าพเจ้าเท่านั้น” (I can only meditate when I am walking. When I stop, I cease to think; my mind only works with my legs.) แต่ก็มีปัจจัยอื่นเช่นกันที่ โกรส์ ตั้งเล่าว่า รุสโซ เกลียดความเป็นเมืองมากๆ โดยเฉพาะชนชั้นสูงที่วันๆ มีแต่ซุบซิบนินทากัน เขาจึงชอบเดินอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เพราะเป็นที่ที่เขาไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอะไรทั้งนั้น และแน่นอนว่ามันสะท้อนกับจุดยืดทางความคิดเรื่องอิสรภาพมากๆ รุสโซ กล่าวเป็นเชิงว่า การเดินคืออิสระอย่างแท้จริง เราจะหยุดชมดอกไม้ข้างทางตอนไหนก็ได้ หรือจะเลี้ยวไปทางไหนก็คือทางเลือกของเรา
การเดินฟังเผินๆ ดูเป็นเรื่องปัจเจกบุคคลอยู่ไม่น้อย เพราะแต่ละคนมีจุดประสงค์และได้รับประโยชน์จากการเดินไม่เหมือนกัน แต่ในแง่การทำงานของร่างกายนั้นมีคำอธิบายจริงๆ ว่าทำไมเราถึงรู้สึกได้รับแรงบันดาลใจหรือได้ไอเดียอะไรบางอย่างจากการเดิน ซึ่งทั้งหมดนั้นอธิบายด้วยการเปลี่ยนแปลงในร่างกายเรา เมื่อเราเดิน หัวใจเราจะเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย ทำให้เลือดและออกซิเจนหมุนเวียนไปทั่วร่างกาย รวมถึงสมอง ซึ่งคือพระเอกของเรื่อง จากการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจนที่ถี่ขึ้นช่วยส่งเสริมการสร้างการเชื่อมต่อใหม่ๆ ระหว่างเซลล์สมอง ช่วยยับยั้งการฝ่อตัวของเนื้อเยื่อสมอง ช่วยเพิ่มขนาดของสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อความจำ) และช่วยยกระดับโมเลกุลที่ทำหน้าที่ทั้งกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ประสาทใหม่และส่งสัญญาณสื่อสารระหว่างกัน
การเดินออกไปยืดแข้งยืดขาจึงไม่ใช่แค่การออกไปยืดตัวเพราะเราปวดเมื่อยออฟฟิซซินโดรม แต่เรากำลังทำให้ร่างกายขยับตัวให้เกิดการหมุนเวียนของเลือดและออกซิเจนมากขึ้น ซึ่งทำให้สมองเราคิดอะไรได้ดีขึ้น
นอกจากนี้ สิ่งที่ โกรส์ เล่าเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวันของ คานต์ ดูไม่ได้เกินจริงเรื่องที่เขาเดินบนเส้นทางประจำทุกวัน การที่เราเดินไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะที่ใหม่และที่เดิม คือการเปลี่ยนการจดจ่อของสมองไปทางอื่นเพื่อเข้าสู่ Default Mode Network (DMN) ซึ่งเกิดขึ้นได้หลังจากร่างกายผ่อนคลาย และเป็นช่วงเวลาที่สมองจะพาเราไหลไปเรื่องต่างๆ เป็นคำอธิบายว่าทำไมเราถึงชอบคิดระหว่างอาบน้ำ หรือก่อนนอน นั่นเอง อีกทั้งการเดินไปในที่ใหม่ หรือที่เดิมแต่เจอกิจกรรมใหม่ๆ ระหว่างทาง สิ่งที่เราเห็นสามารถบันดาลใจให้เราได้โดยที่เราอาจไม่เคยนึกถึงมาก่อน หรืออาจนึกถึงลึกๆ ในใจ แต่มองภาพไม่ออก การที่เราเห็นฉากหรือเหตุการณ์ คือการกระตุ้นไอเดียให้ก่อภาพในใจได้ทันที
การเดินไม่จำเป็นต้องอาศัยทางเดินที่ดี แม้ว่าความจริงแล้ว เราอาจต้องการมันมากๆ (โดยเฉพาะเมืองไทยที่มีปัญหาเรื่องฟุตพาทมานาน) เช่นเดียวกันกับอากาศที่ร้อน เราไม่จำเป็นต้องเดินในระยะทางที่ไกลขนาดนั้น การเดินไม่จำกัดอยู่แค่การเดิน แต่เป็นการออกไปยังสถานที่ใหม่ๆ นอกจากห้องสี่เหลียม หรือบรรยากาศเดิมๆ เป็นการมอบโอกาสให้เราได้คิด ได้ไตร่ตรอง ได้รับไอเดียที่เราไม่เคยคาดคิด หากใครมีเวลาสักหน่อย การเดินเล่นในสวนตอนเย็น หรือจากสถานีรถไฟหนึ่งไปอีกสถานีหนึ่งก็คงดีไม่น้อย แต่ถ้าเป็นช่วงนี้ ในช่วงที่มีฝุ่น PM 2.5 ปกคลุมไปทั่วเมือง เห็นทีอาจต้องสวมหน้ากากอนามัยไปก่อน เพราะอย่าลืมว่า ไอเดียและสุขภาพที่ดีย่อมต้องมาคู่กัน
อ้างอิง:
The New Yorker. Heaven’s Gaits. https://www.newyorker.com/magazine/2014/09/01/heavens-gaits
Frédéric Gros (2014). A Philosophy of Walking. New York, NY. Verso Books.
บทความต้นฉบับได้ที่ : เหล่านักคิดล้วนเดิน เพราะยิ่งเดินยิ่งสร้างสรรค์ ทำไมการเดินเพียงไม่กี่นาทีถึงให้อะไรเรามากกว่าที่คิด
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ความเห็นอกเห็นใจที่มากเกินไป จนอารมณ์มีมากกว่าหลักการ สู่ปรากฏการณ์เปลี่ยนผิดเป็นถูก และลดทอนความยุติธรรมในสังคม
- รู้จักพรรคเฉพาะทางต่างแดน สู้เพื่อหลักการมากกว่าเป็นรัฐบาล ทำไมคนยังเลือกผู้แทนพรรคเล็ก แม้รู้ว่าพรรคใหญ่จะชนะเลือกตั้ง ถึงได้ไม่กี่ที่นั่งแต่หวังดันเรื่องที่ถูกลืม
- ‘อเมริกันชนกับคนจีน’ การบรรจบกันของเส้นขนาน เมื่อวัยรุ่นฝรั่งจากแดนไกล หันมาคลั่งไคล้ความเป็นจีน
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath