"ทรัมป์" วิจารณ์ "โป๊ปเลโอ" ระบุเป็นพวกยอมอ่อนข้อให้อาชญากรรม
วันนี้ (13 เม.ย.2569) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ส่วนตัว โจมตี สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 ที่ทรงเรียกร้องสันติภาพ เมื่อคืนวันอาทิตย์ (12 เม.ย.2569) 20.03 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ซึ่งตรง 7.03 น.เช้าวันนี้ ตามเวลาประเทศไทย
ทรัมป์ โพสต์ข้อความยาวเหยียด โดยมีใจความว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเลโล อ่อนข้อต่อปัญหาอาชญากรรม และมีนโยบายต่างประเทศที่ย่ำแย่ นอกจากนี้ยังขุดเรื่องสถานการณ์โควิด-19ที่มีการออกกฏการทำพิธีแบบเว้นระยะห่าง
"ผมชอบพี่ชายของท่านคือสมเด็จพระสันตะปาปาหลุยส์ (พี่ชายโป๊ปเลโอ) มากกว่าท่าน เพราะหลุยส์สนับสนุน MAGA (Make America Great Again) อย่างเต็มที่ เขาเข้าใจ แต่เลโอไม่เข้าใจ ผมไม่ต้องการพระสันตะปาปาที่คิดว่าการที่อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ผมไม่ต้องการพระสันตะปาปาที่คิดว่าการที่อเมริกาโจมตีเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นประเทศที่ส่งยาเสพติดจำนวนมหาศาลเข้ามาในสหรัฐอเมริกา และที่แย่กว่านั้นคือการปล่อยนักโทษ รวมถึงฆาตกร ผู้ค้ายาเสพติด และฆาตกร เข้ามาในประเทศของเรา เป็นเรื่องเลวร้าย และผมไม่ต้องการพระสันตะปาปาที่วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพราะผมกำลังทำในสิ่งที่ผมได้รับเลือกมาอย่างถล่มทลาย นั่นคือการสร้างสถิติอัตราอาชญากรรมต่ำสุด และสร้างตลาดหุ้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์" ส่วนหนึ่งของข้อความที่ทรัมป์โพสต์บนโซเชียล ของเขา
ทั้งนี้ ทรัมป์ โพสต์ต่อด้วยว่า "โป๊ปเลโอ" ควรจะขอบคุณเขาด้วยซ้ำ เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า พระองค์ ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นพระสันตะปาปา แต่ได้รับเลือกโดยศาสนจักร เพราะเขาเป็นชาวอเมริกัน และพวกเขาคิดว่านั่นจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์
"ถ้าผมไม่ได้อยู่ในทำเนียบขาว ลีโอก็คงไม่ได้อยู่ในวาติกัน น่าเสียดายที่นโยบายอ่อนแอของลีโอเรื่องอาชญากรรมและอาวุธนิวเคลียร์นั้นไม่ถูกใจผม และการที่เขาพบปะกับผู้เห็นอกเห็นใจโอบามาอย่างเดวิด แอ็กเซลรอด ผู้แพ้จากฝ่ายซ้าย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องการให้จับกุมผู้ไปโบสถ์และนักบวช ก็ไม่ถูกใจผมเช่นกัน ลีโอควรปรับปรุงตัวเองในฐานะพระสันตะปาปา ใช้สามัญสำนึก หยุดเอาใจฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง และมุ่งเน้นที่จะเป็นพระสันตะปาปาที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เป็นนักการเมือง เรื่องนี้กำลังทำร้ายตัวเขาเองอย่างร้ายแรง และที่สำคัญกว่านั้น มันกำลังทำร้ายศาสนจักรคาทอลิก" ทรัมป์ โพสต์ทิ้งท้าย
สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว "โป๊ปเลโอ" ได้ออกคำตำหนิโดยตรงที่หาได้ยาก ต่อคำขู่ของทรัมป์ ที่จะทำลายอารยธรรมอิหร่าน โดยทรงกล่าวว่า "ยอมรับไม่ได้อย่างแท้จริง" และในวันอาทิตย์ (12 เม.ย.2569) สมเด็จพระสันตะปาปาวัย 70 ปี ได้ทรงวิงวอนผู้นำให้ยุติการนองเลือดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทรงประณามสิ่งที่พระองค์ทรงอธิบายว่าเป็น "ความหลงผิดในอำนาจสูงสุด" ที่เป็นเชื้อเพลิงให้เกิดสงคราม ซึ่งดูเหมือนว่าคำกล่าวนี้จะมุ่งเป้าไปที่ทรัมป์
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังมีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่น กับสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการเข้าเมืองของทรัมป์ เมื่อครั้งที่เขาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีครั้งแรก และกล่าวว่าทรัมป์ "ไม่ใช่คริสเตียน" และทรัมป์เคยเรียกฟรานซิสว่า "Disgraceful" ในช่วงต้นปี 2016 เนื่องจากมองว่า สำหรับผู้นำทางศาสนา การไปตั้งคำถามเกี่ยวกับความศรัทธาของบุคคลอื่นนั้นเป็นเรื่องที่น่าอับอาย
อ่านข่าว
"ทรัมป์" สั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจาสันติภาพ สหรัฐฯ-อิหร่าน สิ้นสุด
อิหร่านไม่ยอมรับข้อเสนอ สหรัฐฯ ยอมรับเจรจายังไม่เป็นผล
สหรัฐฯ เข้าเก็บทุ่นระเบิด เปิดทางช่องแคบฮอร์มุซระหว่างเจรจาสันติภาพ