สหรัฐอเมริกา ปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน ดันราคาน้ำมันโลกพุ่งกระฉูด หลังเจรจาหยุดยิงล้มเหลว
สหรัฐอเมริกาประกาศปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน เจรจาหยุดยิงล้มเหลว ดันราคาน้ำมันโลกพุ่งกระฉูด
กองทัพสหรัฐอเมริกาประกาศเตรียมปิดล้อมท่าเรือพร้อมพื้นที่ชายฝั่งทั้งหมดของอิหร่านในวันจันทร์นี้ (13 เมษายน 2569) มาตรการดังกล่าวลดระดับความรุนแรงลงจากเดิมที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยขู่จะปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซทั้งหมด กองบัญชาการกลางสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้เรือพาณิชย์ของประเทศอื่นยังคงสัญจรผ่านช่องแคบนี้ได้ตามปกติหากไม่ได้มุ่งหน้าไปอิหร่าน
ความตึงเครียดระลอกใหม่เกิดขึ้นหลังจากการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านที่ประเทศปากีสถานสิ้นสุดลงโดยไม่มีข้อตกลงใดๆ ฝ่ายสหรัฐอเมริกานำโดยรองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ ยื่นคำขาดให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์ เลิกเสริมสมรรถนะยูเรเนียม เปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงหยุดให้เงินทุนสนับสนุนกลุ่มฮามาส กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ตลอดจนกบฏฮูตี ฝ่ายอิหร่านปฏิเสธเงื่อนไขเหล่านี้พร้อมตำหนิว่าสหรัฐอเมริกาเรียกร้องมากเกินไป
การประกาศปิดล้อมท่าเรือส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกทันที ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคาน้ำมันดิบสหรัฐอเมริกาปรับขึ้น 8 เปอร์เซ็นต์ ไปอยู่ที่ 104.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้น 7 เปอร์เซ็นต์ แตะระดับ 102.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตัวเลขนี้สูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามในเดือนกุมภาพันธ์ที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์อยู่ที่ประมาณ 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเท่านั้น
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านออกมาขู่ตอบโต้มาตรการนี้ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ภายใต้การควบคุมของอิหร่านอย่างสมบูรณ์ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านซึ่งเป็นผู้นำทีมเจรจา ส่งข้อความถึงโดนัลด์ ทรัมป์ ว่า “ถ้าคุณรบ เราก็จะรบ”
สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 การสู้รบทำให้มีผู้เสียชีวิตในอิหร่านอย่างน้อย 3,000 คน เลบานอน 2,055 คน อิสราเอล 23 คน ยังไม่มีความชัดเจนว่าสถานการณ์จะดำเนินไปทิศทางใดหลังจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวหมดอายุลงในวันที่ 22 เมษายนนี้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง