โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เสนอคงเงินบำรุง "ไทยพีบีเอส-สสส." ภายใต้ "ระบบกำกับ" ตรวจสอบกลาง

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

แม้รัฐสภาจะปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จำนวน 4 ฉบับ คือ ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่..) พ.ศ…. หรือไทยพีบีเอส ร่าง พ.ร.บ. การกีฬาแห่งประเทศไทย (ฉบับที่..) พ.ศ…. ร่าง พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ (ฉบับที่.. ) พ.ศ…. และ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่..) พ.ศ… หรือ สสส. เพื่อเปลี่ยนเงินสนับสนุน หรือเงินอุดหนุนกองทุนจากภาษีสุรา-ยาสูบ ไปเป็นงบประมาณรายจ่ายไปแล้วก็ตาม

โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย 72.42% พ.ร.บ.กองทุน สสส. ค้าน 89.47% ขณะที่อีก 2 ร่าง พ.ร.บ.ไม่เห็นด้วยเกินครึ่ง

ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อเสนอเอกสารผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า ให้คงเงินบำรุงไว้สองหน่วยงาน คือ ไทยพีบีเอส และ สสส.และยกเลิกเงินบำรุงสองกองทุน กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และให้ทั้งสี่หน่วยงานอยู่ภายใต้ระบบกำกับตรวจสอบกลาง

พร้อมตั้งข้อสังเกตและให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายภาษีบาปกับกองทุนทั้งสี่ดังนี้

1. ความเป็นมา

ปัจจุบันมีสี่หน่วยงานที่ได้รับเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบโดยตรง ได้แก่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ รวมกันกว่า 14,000 ล้านบาทต่อปี หรือราวร้อยละ 0.4 ของงบประมาณแผ่นดิน ในปี 2569 นี้มีการเสนอร่างกฎหมายเพื่อยกเลิกการกันเงินบำรุง ให้ทั้งสี่หน่วยงานเหล่านี้ และนำรายได้ส่วนนี้เข้าสู่ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี

บทความ “เงินบำรุงจากภาษีบาปกับราคาของความไม่ไว้วางใจ” ของ ศ.ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ ในสื่อออนไลน์ เสนอว่าคำถามไม่ควรจำกัดอยู่ที่ “คงไว้” หรือ “ยกเลิก” แต่ควรประเมินการจัดสรรและการใช้เงินเป็นรายกรณีโดยผู้ประเมินที่เป็นอิสระ แล้วออกแบบกติกาให้เหมาะกับแต่ละกองทุน เพื่อให้ความไว้วางใจเกิดจากกติกา มิใช่จากการเชื่อใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

2. ข้อสังเกต

1) ปัญหา "ใครประเมินผู้ประเมิน" หากสังคมไม่ไว้วางใจทั้งองค์กรผู้รับเงินและผู้มีอำนาจจัดสรร ผู้ประเมินอิสระก็ต้องได้รับการแต่งตั้งจากผู้ใดผู้หนึ่ง ความไม่ไว้วางใจจึงกลายมาเป็นประเด็นอีกชั้นหนึ่ง โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่ว่าผลการประเมิน "ผูกมัด" ผู้มีอำนาจได้เพียงใด

2) การประเมินมีอยู่แล้ว แต่ยังไม่สร้างความไว้วางใจ กองทุนผู้สูงอายุและกองทุนกีฬาอยู่ในระบบประเมินผลทุนหมุนเวียนมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ผลการประเมินแทบไม่ปรากฏเป็นฐานของข้อถกเถียงในครั้งนี้ ช่องว่างจึงน่าจะอยู่ที่การเชื่อมผลประเมินเข้ากับการตัดสินใจด้านงบประมาณมากกว่าการขาดการประเมิน

3) ค่าเริ่มต้น (default) ของวงเงินเมื่อครบรอบทบทวน หากครบรอบแล้วไม่มีการตัดสินใจ เงินจะใช้ได้ต่อไปหรือสิ้นสุดลง ข้อนี้ชี้ว่าฝ่ายใดต้องรับภาระการพิสูจน์ และกำหนดอำนาจต่อรองของแต่ละฝ่าย จึงควรระบุให้ชัดเจนและอาจแตกต่างกันตามลักษณะของกองทุน

4) Earmark กับความเป็นอิสระมิใช่เรื่องเดียวกัน ประสบการณ์ต่างประเทศแสดงว่าองค์กรอาจคงความเป็นอิสระได้แม้รับงบประมาณประจำปี (เช่น VicHealth ในออสเตรเลีย) และในทางกลับกัน องค์กรอาจขาดอิสระการทำงานได้แม้ว่าจะได้รับจัดสรรเงินที่กันไว้เฉพาะ ความเป็นอิสระจึงขึ้นกับธรรมาภิบาลและหลักประกันทางกฎหมายมากกว่าวิธีการจัดสรรเงินเพียงอย่างเดียว

3. ความจำเป็นด้านความเป็นอิสระ

ทั้ง 4 หน่วยงาน มีความจำเป็นด้านความเป็นอิสระที่ไม่เท่ากัน ไทยพีบีเอสจำเป็นต้องมีความอิสระในการดำเนินงานมากที่สุดเพื่อทำหน้าที่สื่อสาธารณะที่โปร่งใส เป็นกลาง และปราศจากการแทรกแซงโดยฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายการเมือง สสส. มีความจำเป็นด้านความเป็นอิสระในระดับปานกลางถึงสูง เพราะต้องปลอดจากแรงกดดันของอุตสาหกรรมสุรา–ยาสูบ และต้องการความต่อเนื่องระยะยาว ส่วนกองทุนผู้สูงอายุและกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติมีความจำเป็นด้านความเป็นอิสระจากการเมืองค่อนข้างต่ำ แต่ก็ต้องการความต่อเนื่องในการดำเนินงาน

4. หลักการออกแบบที่สรุปได้จากต่างประเทศ

1) ผลการประเมินต้องผูกมัด ใช้หลัก comply-or-explain กล่าวคือการกำหนดให้ผู้มีอำนาจ ต้องให้เหตุผลต่อรัฐสภาและสาธารณะในกรณีที่ใช้อำนาจตัดสินในลักษณะที่ต่างจากผลประเมิน

2) กำหนดค่าเริ่มต้นให้ชัดว่า เมื่อครบรอบแล้วไม่มีการตัดสินใจ เงินจะใช้ได้ต่อไปหรือจะสิ้นสุดลง โดยอาจกำหนดต่างกันตามความจำเป็นด้านความเป็นอิสระของแต่ละกองทุน

3) ใช้กรอบเงินหลายปี เพื่อลดการต่อรองรายปี และไม่ควรตรงกับรอบการเลือกตั้ง

4) ให้ผู้ประเมินมีหลักประกัน ทั้งที่มาของการแต่งตั้ง งบประมาณของตนเอง และการเผยแพร่รายงานโดยอิสระ

5) แยกเหตุผลของแต่ละกองทุน ระหว่างเหตุผลด้านความเป็นอิสระกับ เหตุผลด้านความต่อเนื่องของภารกิจ เพราะสองเรื่องนี้ต้องการเครื่องมือคนละแบบ

5. ข้อเสนอเชิงนโยบายโดยสรุป

ข้อเสนอของเอกสารนี้คือ คงเงินบำรุงไว้สองหน่วยงาน (ไทยพีบีเอส และ สสส.) ยกเลิกเงินบำรุงสองกองทุน (กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ) และให้ทั้งสี่หน่วยงานอยู่ภายใต้ระบบกำกับตรวจสอบกลาง

เกณฑ์ที่ใช้แบ่งกลุ่มมีเพียงข้อเดียว คือ ภารกิจนั้นต้องการความเป็นอิสระจากรัฐบาลจริงหรือไม่ หากต้องการจริง ช่องทางการเงินที่ปลอดจากการต่อรองรายปีย่อมเหมาะสมเมื่อเทียบกับต้นทุนด้านวินัยการคลัง แต่หากไม่ต้องการความเป็นอิสระ เงินก้อนนั้นควรแข่งขันกับรายจ่ายอื่นในระบบงบประมาณ ซึ่งตามปกติเป็นกลไกการจัดลำดับความสำคัญที่มีความชอบธรรมอยู่แล้ว

กรอบกำกับตรวจสอบกลาง

ควรตราเป็นกฎหมายว่าด้วยการกำกับรายจ่ายที่กันไว้เฉพาะ โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1) คณะผู้ประเมินอิสระถาวร สังกัดหน่วยงานของรัฐสภา มิใช่ฝ่ายบริหาร คณะกรรมการสรรหาผู้ประเมินประกอบด้วย ผู้แทนฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ภาคประชาสังคม และภาควิชาการ ผู้ประเมินมีวาระแน่นอนและมีงบประมาณของตนเอง แต่ละกองทุนมีการประเมินทุก 4 -5 ปี

2) ใช้หลัก comply-or-explain โดยรัฐบาลต้องตอบข้อเสนอแนะของคณะผู้ประเมินทุกข้อต่อสาธารณะภายในระยะเวลาหนึ่ง เช่น 90 วัน และหากไม่ปฏิบัติตามผลการประเมิน ก็ต้องชี้แจงเหตุผลต่อรัฐสภาและสาธารณะ

3) มาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลเดียวกัน ได้แก่ สัดส่วนค่าใช้จ่ายบริหาร นโยบายเงินสำรอง ผลลัพธ์ตามตัวชี้วัด และรายชื่อผู้รับทุนพร้อมการเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อนในรูปแบบข้อมูลเปิด

4) เพดานเงินสำรอง เช่น ไม่เกินร้อยละ 50 ของรายรับต่อปี ส่วนที่เกินให้นำไปหักจากเงินบำรุง หรืองบประมาณของปีถัดไป

ข้อเสนอการจัดสรรเงิน

ไทยพีบีเอส : คงเงินบำรุงภายใต้เพดานเดิมและเปลี่ยนวิธีกำหนดวงเงินเป็นกรอบ 4 ปีที่เสนอโดยคณะกรรมการประเมินอิสระ

สสส. : คงเงินบำรุงร้อยละ 2 พร้อมเพดาน และกำหนดสัดส่วนขั้นต่ำของทุนที่ต้องจัดสรรแบบเปิดแข่งขัน

กองทุนผู้สูงอายุ : ยกเลิกเงินบำรุง โอนเข้าระบบงบประมาณประจำปี ในช่วงเปลี่ยนผ่าน 3 ปี กฎหมายรับรองว่างบประมาณจะไม่ต่ำกว่าระดับเดิม

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ : ยกเลิกเงินบำรุง โดยจัดสรรให้สองแบบ คือแบบงบประมาณผูกกับข้อตกลงผลงาน และแบบทุนแข่งขัน

6. การยอมรับของผู้มีส่วนได้เสีย

ข้อเสนอข้างต้นถูกออกแบบเพื่อให้ทุกฝ่ายได้สิ่งที่สำคัญที่สุดของตน แลกกับการยอมรับเงื่อนไขบางประการ

ฝ่ายที่ต้องการปฏิรูปการคลัง : สิ่งที่ได้คือ เงินประมาณ 8,000 ล้านบาทต่อปี กลับเข้าระบบงบประมาณ และการตรวจสอบที่เข้มกว่าเดิม แต่สิ่งที่ต้องยอมรับคือ สองหน่วยงานที่ยังคงได้รับเงินบำรุงนอกระบบงบประมาณ

ไทยพีบีเอส และ สสส. : สิ่งที่ได้คือ หลักประกันทางกฎหมายสำหรับแหล่งเงินและความเป็นอิสระ แต่สิ่งที่ต้องยอมรับคือ การประเมินโดยผู้ประเมินอิสระ เพดานเงินสำรอง และการเปิดเผยข้อมูลที่เข้มขึ้น

กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนกีฬา : สิ่งที่ได้คือ ช่วงเปลี่ยนผ่านที่มีวงเงินใช้จ่ายขั้นต่ำ และสถานะที่ชัดเจนในระบบงบประมาณ แต่สิ่งที่ต้องยอมรับคือ การแข่งขันกับรายจ่ายอื่นในกระบวนการงบประมาณประจำปี

รัฐบาลและฝ่ายการเมือง : สิ่งที่ได้คือ อำนาจจัดสรรเงินคืนมาบางส่วน และข้อมูลการประเมินที่ใช้ประกอบการตัดสินใจเพื่อรักษาวินัยทางการคลังและเหตุผลทางการเมือง แต่สิ่งที่ต้องยอมรับคือ ภาระที่ต้องชี้แจงต่อสาธารณะเมื่อตัดสินต่างไปจากผลการประเมิน

อ่านข่าว

"ไทยพีบีเอส" โต้ สตง. ไม่เปิดช่องแจงก่อนสรุปผลตรวจ

สตง.แจง "กรณีตึกถล่ม" ขออย่าโยงกับกรณี "ตรวจสอบไทยพีบีเอส"

สตง.ชี้ตรวจสอบ "ไทยพีบีเอส" ตามขั้นตอนรับร้องเรียน "ความคุ้มค่า-จัดซื้อจัดจ้าง-ใช้รถหลวง"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

โดนรุมซักฟอกนอกสภาฯ “สุริยะ” รถเกี่ยวข้าวอีวี 8 พันล.

45 นาทีที่แล้ว

ตรวจสอบคุณภาพน้ำดิบ จ.ปราจีนบุรี หลังน้ำท่วม

54 นาทีที่แล้ว

กรมชลฯ เร่งสูบ-ระบายน้ำปากคลองรังสิต ใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ประธานเฟด เตือนธนาคารกลางทั่วโลก เตรียมรับมือความท้าทายเงินเฟ้อ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

“ข้าวกัมพูชา” บุกตลาดโลก ส่งออกพุ่ง หลังข้าวหอมคว้ารางวัลโลก ดันเป้าส่งออกล้านตัน

TNN ช่อง16

“คริสตาลินา” อัญเชิญพระบรมราโชวาท ร.9 “ชูความเพียร–ร่วมมือ ฝ่าโลกผันผวน”สร้างกำลังใจสมาชิก IMF–World Bank

สยามรัฐ

สหรัฐฯ เร่งปลูก “ข้าวหอมมะลิ” แข่งไทย Walmart-Kroger ขายข้าวปลูกเอง เสี่ยงกระทบตลาดส่งออก

TNN ช่อง16

ออมสิน ร่วมประชุม WSBI 2026 สถาบันธนาคารออมสินโลก ที่ประเทศไทย ชูการเงินดิจิทัลปลอดภัย

สยามรัฐ

น้ำท่วม-ภัยแล้งกระทบ “ข้าวไทย” เสี่ยงเสียหาย 12,000 ล้านบาท ส่งออกหด จับตาผลผลิตปี 2027 ลดลง

TNN ช่อง16

‘IMF’ เตือนเศรษฐกิจโลกเจอแรงกดดัน2ด้าน ประธานเฟดแนะธนาคารกลางประเมินผลกระทบเงินเฟ้อ

ไทยโพสต์
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...