โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘IMF’ เตือนเศรษฐกิจโลกเจอแรงกดดัน2ด้าน ประธานเฟดแนะธนาคารกลางประเมินผลกระทบเงินเฟ้อ

ไทยโพสต์

อัพเดต 16 ตุลาคม 2569 เวลา 21.28 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘IMF’ เตือนเศรษฐกิจโลกเผชิญแรงกดดันสองด้าน จากราคาพลังงาน-เงินเฟ้อ ชี้กระแสลงทุน AI ช่วยเคลื่อนการค้าโลก แต่ห่วงเพิ่มความเสี่ยงหากผลิตภาพไม่โตตามคาด ด้าน ‘ประธานเฟด’ ระบุนโยบายการเงินต้องประเมินผลกระทบต่อเงินเฟ้อ การจ้างงาน และเสถียรภาพการเงินอย่างรอบด้าน ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เปลี่ยนสมการเศรษฐกิจโลก

16 ต.ค. 2569 - นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) กล่าวบนเวที MD’s Fireside Chat with Federal Reserve Chairman Kevin Warsh (นายเควิน วอร์ช) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) : The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ว่า เศรษฐกิจโลกยังแสดงความยืดหยุ่นท่ามกลางความไม่แน่นอน แต่ความสามารถในการรองรับแรงกระแทกกำลังถูกทดสอบ ทั้งจากสงครามในตะวันออกกลาง ราคาพลังงาน เงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง และพื้นที่ทางการคลังที่ลดลง

ทั้งนี้ IMF คาดการณ์เศรษฐกิจโลกปี 2569 ขยายตัว 3.1% และปี 2570 ขยายตัว 3.4% ขณะที่เงินเฟ้อในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 4.7% สะท้อนแรงกดดันจากราคาพลังงานและอาหารที่เพิ่มขึ้น โดยเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญแรงขับเคลื่อนสองด้านพร้อมกัน คือสงครามที่สร้างแรงกระแทกด้านอุปทานพลังงาน ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและฉุดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กับกระแสลงทุน AI ที่กระตุ้นอุปสงค์ การค้า และการลงทุน

ขณะที่ตัวเลขการค้าช่วยสะท้อนบทบาทของ AI ได้ชัดเจนขึ้น โดยระหว่างปี 2566–2568 การค้าโลกเติบโตสะสม 8.3% ส่วนการค้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้น 29% หากไม่นับการค้า AI การเติบโตของการค้าโลกจะเหลือเพียง 4.6% ตัวเลขดังกล่าวชี้ว่า AI เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้การเติบโตพึ่งพาการลงทุนและห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีมากขึ้น

สำหรับระยะต่อไป ผลของ AI ต่อเงินเฟ้อจะขึ้นอยู่กับว่าการลงทุนที่เพิ่มขึ้นสามารถสร้างผลิตภาพได้จริงเพียงใด หาก AI ช่วยให้ผลิตสินค้าและบริการได้มากขึ้น ก็มีโอกาสขยายอุปทานและลดแรงกดดันด้านราคา แต่หากการลงทุนไม่ก่อให้เกิดผลิตภาพตามคาด เศรษฐกิจอาจได้แรงส่งด้านการเติบโตน้อยลง ขณะที่เงินเฟ้อสูงขึ้นได้ อีกความเสี่ยงคือการประเมินผลตอบแทนจาก AI ใหม่ ซึ่งอาจทำให้อุปสงค์และการลงทุนชะลอตัว

“ธนาคารกลางจึงต้องให้ความสำคัญกับเสถียรภาพราคา โดยประเทศที่เงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมายและกิจกรรมเศรษฐกิจยังแข็งแกร่งอาจต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลควรช่วยเหลือประชาชนแบบเจาะจง ไม่ใช่อุดหนุนราคาทั่วทั้งระบบ พร้อมฟื้นฟูวินัยการคลังเพื่อเพิ่มพื้นที่รับมือวิกฤตครั้งต่อไป” กรรมการผู้จัดการ IMF

ด้านนายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวว่า การประเมินผลของ AI ต่อเศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะโครงสร้างตลาดในอนาคต ว่าผลประโยชน์จากเทคโนโลยีจะตกอยู่กับใคร และผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นจะเกิดขึ้นจริงมากน้อยเพียงใด แม้ว่า AI อาจจะสร้างแรงกระตุ้นด้านอุปสงค์ก่อนที่กำลังการผลิตจะขยายตัวตามทัน แต่หากเทคโนโลยีช่วยเพิ่มผลิตภาพได้ในระยะกลาง ก็อาจเพิ่มศักยภาพการผลิตและเปลี่ยนแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะยาวได้ ดังนั้น เฟดจึงต้องติดตามทั้งเงินเฟ้อ การจ้างงาน และเสถียรภาพระบบการเงิน ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะผลกระทบด้านใดด้านหนึ่ง

ประธานเฟด ย้ำถึงภารกิจหลักในการรักษาเสถียรภาพราคาและการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ ว่า ความน่าเชื่อถือของสถาบันเป็นเงื่อนไขสำคัญในการดำเนินนโยบายการเงิน ปัจจุบจันเฟดมีบุคลากรราว 23,000 คน และประมาณ 75% ไม่ได้ทำงานด้านนโยบายการเงินโดยตรง สะท้อนว่าการขับเคลื่อนสถาบันต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญด้านนโยบายและการทำงานของหน่วยงานสนับสนุนในวงกว้าง

ส่วนทิศทางในระยะข้างหน้าจะไม่ใช่การยึดติดกับสูตรนโยบายเดิม แต่ต้องประเมินข้อมูลใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งผลของ AI ต่อผลิตภาพและการจ้างงาน ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพการเงิน และแรงกดดันเงินเฟ้อที่อาจเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ โดยเฟดต้องรักษาสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการสนับสนุนการจ้างงาน โดยไม่ปล่อยให้ความคาดหวังต่อเทคโนโลยีบดบังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจริง

“AI กำลังเปลี่ยนสมการเศรษฐกิจโลก ขณะที่สงครามและราคาพลังงานยังเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ การตัดสินใจด้านนโยบายการเงินจึงต้องพิจารณาทั้งอุปสงค์ อุปทาน ผลิตภาพ และความคาดหวังเงินเฟ้อควบคู่กัน และในระยะต่อไป ธนาคารกลางต้องพร้อมดำเนินนโยบายเข้มงวดเมื่อแรงกดดันราคายังสูง แต่ต้องประเมินข้อมูลอย่างรอบคอบว่า AI กำลังเพิ่มกำลังการผลิตจริง หรือเพียงกระตุ้นการลงทุนและอุปสงค์ในระยะสั้น เพราะคำตอบจะเป็นตัวกำหนดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนเพียงใด โดยไม่แลกกับเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงิน” ประธานเฟด กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...