ประมวลกฎหมายฮัมบูราบี กฎหมายฉบับแรกของโลก จริงหรือ?
#กฎหมาย หนึ่งคำอันทรงอานุภาพ ด้วยอำนาจครอบคลุมกระบวนการตัดสินใจในสังคมมนุษย์ตั้งแต่อดีต แต่กว่าจะมาเป็นกฎหมายแบบที่เรา ๆ ใช้กันนี้ ต้นฉบับของกฎหมายฉบับแรกคืออันไหน #TheShout พาคุณไขข้อสงสัย “กฎหมายฉบับไหน คือ กฎหมายฉบับแรกของโลก”
.
เรามี Choice ให้เหล่าลูกเพจได้เลือกตามด้านล่างนี้ ถ้าเลือกได้แล้ว ก็ตามมาอ่านกันต่อได้เลย
.
✅ ประมวลกฎหมายฮัมบูราบี
✅ ประมวลกฎหมายอูร์-นัมมู
✅ ประมวลกฎหมายลิปิต-อิชตาร์
.
เริ่มกันที่ ประมวลกฎหมายฮัมบูราบี (Code of Hammurabi)
.
กฎหมายฉบับนี้ถูกประกาศใช้โดย “กษัตริย์ฮัมมูราบี” แห่งบาบิโลน ซึ่งครองราชย์ตั้งแต่ ค.ศ. 1792 ถึง 1750 ปีก่อนคริสตกาล พระองค์ได้ขยายเมืองบาบิโลนไปตามแม่น้ำยูเฟรตีส์เพื่อรวมดินแดนเมโสโปเตเมียทางใต้ทั้งหมดเข้าด้วยกัน สามารถสรุปชนชั้นของสังคมบาบิโลน ได้แก่ ชนชั้นกรรมาชีพ เสรีชน และทาส
.
โดยหลักการของกฎหมาย คือ “Lex Talionis” หรือ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” และกฎนี้ถือเป็นต้นแบบของกฎหมายอาญาในปัจจุบัน มีบทลงโทษที่รุนแรงทั้งการตัดลิ้น ตัดมือ เฉือนหน้าอก ควักลูกตา หรือตัดหูของผู้กระทำผิด โดยกฎหมายนี้ครอบคลุมตั้งแต่ครอบครัว ไปจนถึงขุนนางและผู้ปกครองบ้านเมือง
.
แม้บทลงโทษตามกฎหมายฮัมมูราบีจะดูว่าโหดร้ายตามความคิดของคนปัจจุบัน แต่กฎหมายนี้ล้ำหน้ากว่าสมัยใหม่อย่างมาก นั่นก็คือข้อการกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ ยกตัวอย่างเช่น คนงานและคนเลี้ยงสัตว์ได้รับค่าจ้างเป็นข้าวโพดแปดชั้นต่อปี คนเลี้ยงวัวและลูกเรือได้รับค่าจ้างหกกูร์ แพทย์มีสิทธิได้รับเงิน 5 เชเขล แม้แต่ทาสก็ยังได้รับเงินสองเชเขล
.
ต่อกันด้วยประมวลกฎหมายเออร์-นัมมู (Code of Ur-Nammu)
.
กฎหมายนี้ถูกเขียนโดยกษัตริย์ “เออร์-นัมมู” กษัตริย์องค์ที่ 3 ของเมืองอูร์ โดยคาดว่าถูกเขียนขึ้นในช่วง 2047-2030 ปีก่อนคริสตกาล ซึ่งบทลงโทษส่วนมากสำหรับความผิดจะเป็นการปรับเงิน (เว้นเป็นความผิดร้ายแรง ได้แก่ ฆาตกรรม การโจรกรรม และการล่วงประเวณี) ตรงกันข้ามกับกฎหมายฮัมมูราบียึดกฎ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" แม้ว่าจะไม่ใช่ประมวลกฎหมายที่สมบูรณ์ แต่กฎหมายนี้แสดงให้เห็นว่ากฎหมายครอบคลุมทั้งทางแพ่งและทางอาญา
.
เพราะในเมโสโปเตเมียโบราณมีการพิทักษ์สิทธิของสตรีและเด็กพอสมควร อ้างอิงจากประมวลกฎหมายเออร์-นัมมู ที่ชาวซูเมอร์นั้นให้ความสำคัญกับเพศ และการเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ อีกทั้งยังมีเนื้อหาบางส่วนบอกถึงโครงสร้างทางสังคมอย่างชัดเจนด้วย
.
ปิดท้ายด้วยประมวลกฎหมายลิปิต-อิชตาร์ (Code of Lipit–Ishtar)
.
ในรัชสมัยของกษัตริย์ลิปิต-อิชตาร์ กษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์อีซิน พระองค์จำเป็นต้องมีประมวลกฎหมายใหม่เพื่อปกครองประชากรที่หลากหลาย เมื่อนั้น “ประมวลกฎหมายลิปิต-อิชตาร์” จึงถูกเขียนขึ้นมา และคาดได้ร่างกฎหมายนี้ราว 1934-1924 ปีก่อนคริสตกาล โดยกฎหมายนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจัดการกับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากปัญหาด้านอสังหาริมทรัพย์ มรดก และการตกเป็นทาสของหนี้
.
แม้ว่าระบบยุติธรรมของเมโสโปเตเมียจะอาศัยกฎหมายจารีตประเพณีเป็นหลัก ในกรณีที่ไม่มีพยาน ผู้ถูกกล่าวหาอาจถูกเรียกตัวไปทำการทดสอบ เช่น ถูกโยนลงไปในแม่น้ำหรือคลอง ความไร้เดียงสาของบุคคลนั้นได้รับการพิสูจน์เมื่อ "แม่น้ำปฏิเสธ"
.
สรุป
.
กฎหมายเก่าเเก่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยค้นพบในตอนนี้คือ “ประมวลกฎหมายเออร์-นัมมู(2100-2500 ก่อนคศ.)” เเละ “ประมวลกฎหมายลิปิต-อิชตาร์ (1934-1924 ก่อนคศ.)” ซึ่งประมวลกฎหมายฮัมบูราบีน่าจะได้ทั้งสองฉบับมาเป็นต้นเเบบของอีกเกือบสามร้อยปีถัดมา
ขอบคุณข้อมูล 1 จาก : http://www.history.com/topics/ancient-history/hammurabi
.
ขอบคุณข้อมูล 2 จาก : https://www.worldhistory.org/Code_of_Ur-Nammu/
.
ขอบคุณข้อมูล 3 จาก : https://www.history.com/news/8-things-you-may-not-know-about-hammurabis-code
Read Me - We Shout l The Shout
Living Online Magazine
[Life, Culture, Creative, Spirit]