"น้ำมันมะกอก" กินทุกวันร่างกายจะเป็นอย่างไร ใครบ้างที่ต้องระวัง
"น้ำมันมะกอก" จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย หากกินเพียวๆ วันละ 1 ช้อนโต๊ะทุกวัน
หลายคนคุ้นเคยกับการนำน้ำมันมะกอกมาใช้ประกอบอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่รักสุขภาพและผู้ที่รับประทานอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Diet) แต่ปัจจุบัน เทรนด์การดูแลสุขภาพที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากคือ การดื่มน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์แบบเพียวๆ วันละ 1 ช้อนโต๊ะ หากเราทำพฤติกรรมนี้ติดต่อกันทุกวัน ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง และมีข้อควรระวังอะไรที่ต้องรู้
ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อรับประทานน้ำมันมะกอกทุกวัน
1. หัวใจและหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น การกินน้ำมันมะกอกถือเป็นการเติม "ไขมันดี" เข้าสู่ร่างกาย โดยไขมันดีเหล่านี้จะเข้าไปทำหน้าที่ลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ส่งผลให้ความเสี่ยงในการเกิดภาวะหลอดเลือดตีบตันและโรคหัวใจวายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
2. สมองแล่นและลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์ สมองของมนุษย์ต้องการไขมันดีเป็นแหล่งพลังงานชั้นยอด สารต้านอนุมูลอิสระในน้ำมันมะกอกจะเข้าไปช่วยปกป้องเซลล์ประสาทจากการอักเสบและความเสื่อมสภาพ ช่วยเสริมสร้างความจำให้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์เมื่ออายุมากขึ้น
3. ระบบขับถ่ายดีขึ้น บอกลาอาการท้องผูก สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่ายหรือผู้สูงอายุ น้ำมันมะกอกเปรียบเสมือนสารหล่อลื่นตามธรรมชาติที่ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ไหลลื่นขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดี ทำให้ระบบย่อยอาหารโดยเฉพาะการย่อยไขมันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
4. ร่างกายลดการอักเสบเรื้อรังลง การอักเสบซ่อนเร้นในร่างกายคือต้นเหตุของโรคร้ายหลายชนิด ในน้ำมันมะกอกมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบได้คล้ายคลึงกับการรับประทานยาแก้ปวดลดไข้บางชนิด (ในปริมาณต่ำ) จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีปัญหาปวดข้อ ข้ออักเสบ หรือภาวะอักเสบเรื้อรังต่างๆ
5. ผิวพรรณชุ่มชื้นและดูอ่อนเยาว์ การบำรุงผิวที่ดีที่สุดคือการบำรุงจากภายใน วิตามินและสารอาหารในน้ำมันมะกอกจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ลดการสูญเสียน้ำในชั้นผิวหนัง และปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำร้ายโดยอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดีและลดปัญหาผิวอักเสบได้
ความลับที่ซ่อนอยู่ในน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
เหตุผลที่น้ำมันมะกอกมีสรรพคุณมากมายขนาดนี้ เป็นเพราะอุดมไปด้วยสารอาหารล้ำค่า ได้แก่
กรดโอเลอิก (Oleic Acid): กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่มีสูงถึง 70-80% ช่วยเคลียร์หลอดเลือดและลดไขมันเลว
โพลีฟีนอล (Polyphenols): สารต้านอนุมูลอิสระทรงพลังที่ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย
วิตามินอี (Vitamin E) และ สควาลีน (Squalene): ตัวช่วยสำคัญในการชะลอวัยและบำรุงผิวพรรณ
กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุดและปลอดภัย
ปริมาณและเวลาที่เหมาะสม: แนะนำให้ดื่มวันละ 1 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 15 มิลลิลิตร) ในตอนเช้าขณะท้องว่าง หรือหากไม่คุ้นชิน สามารถนำไปราดบนสลัดผักได้
การเลือกซื้อ: ต้องเลือกใช้น้ำมันมะกอกสกัดเย็นประเภท Extra Virgin Olive Oil เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนที่สุด และควรบรรจุในขวดแก้วสีเข้มเพื่อป้องกันแสงแดดทำลายคุณค่าทางอาหาร
ข้อควรระวังเรื่องความร้อน: ห้ามนำน้ำมันมะกอกประเภทสกัดเย็นไปทอดในความร้อนสูงเกิน 190 องศาเซลเซียสเด็ดขาด เพราะจะทำให้สารอาหารเสื่อมสภาพและเปลี่ยนเป็นสารที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย
ใครบ้างที่ควรระวัง
แม้จะมีประโยชน์มหาศาล แต่น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะให้พลังงานสูงถึง 120 กิโลแคลอรี หากรับประทานเกินความจำเป็นอาจส่งผลให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่มีภาวะตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน หรือผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดี ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนเริ่มรับประทาน