สภาทนายความฯ เผย “ทนายแก้ว” ยื่นลาออกจากคณะกรรมการชุดย่อย
วันนี้ (23 ม.ค.2569) นายพีรภัทร ฝอยทอง อุปนายกฝ่ายวิชาการ และโฆษกของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยกรณีที่นายมนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือทนายแก้ว ยื่นหนังสือต่อสภาทนายความ เพื่อลาออกจากตำแหน่ง รองประธานคณะกรรมการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมาย สภาทนายความ ว่า เดิมทีทนายแก้วไม่ได้เป็นคณะกรรมการบริหารของสภาทนายความ เป็นเพียงคณะกรรมการชุดย่อยจากหลายสิบชุด ซึ่งทนายแก้วอาจยื่นลาออกจากชุดย่อยที่เจ้าตัวอยู่ก็ได้
ส่วนขั้นตอนที่สภาทนายความจะต้องตรวจสอบนั้น มีอยู่ 2 ส่วน คือ ส่วนของคดีอาญา ในเรื่องการลวนลาม และเรื่องของมรรยาททนายความ ซึ่งการดำเนินการจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.ให้ตัวผู้เสียหายมาร้องที่สภาทนายความ หากพบว่าทนายทำผิดมรรยาท หรือ 2.หากหลักฐานปรากฏ ทุกคนรับรู้รับทราบ คณะกรรมการมรรยาทเห็นเอง ก็อาจจะหยิบขึ้นมาพิจารณาความผิดได้
โทษทางกฎหมายมี 3 ระดับ
1. ภาคทัณฑ์
2. พักใช้ใบอนุญาตไม่เกิน 3 ปี
3.ลบออกชื่อจากทะเบียนทนายความ
การดำเนินการตามโทษไม่เกี่ยวกับลาออกหรือไม่ลาออก เพราะสภาทนายความฯ มีหน้าที่กำกับดูแลทนายทั่วประเทศกว่า 90,000 คน ขณะนี้ตัวเองยังมองว่าทนายแก้วเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าการพิสูจน์จะเสร็จสิ้น ซึ่งหากผลพิจารณาพบว่ากระทำผิดจริงก็จะได้รับโทษตามระดับความรุนแรงที่ได้กระทำลงไป
ขณะที่นายธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ท่ามกลางความสนใจของสังคมต่อกรณีที่เกี่ยวข้องกับทนายแก้ว สิ่งสำคัญที่สุดมิใช่เพียงการตอบคำถามเฉพาะหน้า หากแต่คือการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ความเป็นธรรม และความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมโดยรวม
ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และเพื่อให้กระบวนการต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างเป็นอิสระและปราศจากข้อกังขา ทนายแก้วได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบในส่วนของบุคคล มิใช่การยุติหรือชี้ขาดข้อเท็จจริงใด ๆ แต่อย่างใด
ในส่วนของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังคงยึดมั่นในหลักการสำคัญว่า ไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกระบวนการยุติธรรม และไม่มีผู้ใดควรถูกตัดสินก่อนที่ข้อเท็จจริงจะปรากฏครบถ้วน ทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ภายใต้การพิจารณาตามขั้นตอนและระเบียบที่กำหนดไว้ โดยจะดำเนินการอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ
บทบาทของนายกสภาทนายความในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่การชี้นำผลหรือแสดงความเห็นแทนกระบวนการ แต่คือการทำหน้าที่รักษามาตรฐานขององค์กร คุ้มครองความศรัทธาของประชาชนต่อวิชาชีพทนายความ และประคับประคองให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าไปอย่างมั่นคง
สภาทนายความขอเรียนย้ำว่า ความน่าเชื่อถือของวิชาชีพ ไม่ได้เกิดจากการปกป้องกันเอง แต่เกิดจากความกล้าที่จะยืนอยู่บนกติกาเดียวกัน และยอมให้กระบวนการทำหน้าที่ของมันอย่างตรงไปตรงมา เมื่อการตรวจสอบได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และข้อเท็จจริงปรากฏครบถ้วน สภาทนายความจะได้แถลงแนวทางการดำเนินการให้พี่น้องประชาชนและทนายความทั่วประเทศได้รับทราบต่อไป
อ่านข่าว :
"ทนายแก้ว" แถลงขอโทษ ยอมรับกอด-จูบนักศึกษา 18 ปี บอกคิดน้อย-ขาดสติ
สภาทนายความ แจงปม "ทนายความ" มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ยันไม่ปกป้องคนผิด
แจ้งความแล้ว ปม "ทนายดัง" ล่วงละเมิดหญิง 18 ปี