ป้อม ภาวุธ ยืนยันเบนเข็มเข้าสู่การเมืองเต็มที่ เชื่อคนในแวดวงเทคโนโลยีอยาก ‘เปลี่ยน’ ฝันรัฐมนตรีดีอี ต้องเป็น CTO ประเทศ
ในรายการ House of Cards เกมพลิกอำนาจ LIVE ทาง The Momentum ซึ่งเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7 พรรคประชาชน ถูกถามในรายการเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า พรรคประชาชนมีโอกาสจะชนะหรือไม่ และหากไม่ชนะเส้นทางต่อไปของเขาจะเป็นอย่างไร
ภาวุธระบุว่า ตนไม่รู้ว่าพรรคประชาชนจะชนะได้หรือไม่ แต่ยังมีความมั่นใจในระดับหนึ่ง ทั้งนี้มองว่า หากการเลือกตั้งครั้งนี้ดำเนินอยู่บนกติกาที่เป็นธรรม ไม่มีการสาดโคลน หรือใช้ปฏิบัติการไอโอปลุกปั่นสร้างความเข้าใจผิด และด่าทอผู้เห็นต่างทางการเมือง ก็อาจทำให้ประชาชนที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศยังคงยึดมั่นในแนวทางของการพัฒนา
“ในโซเชียลมีเดียวันนี้ หากคุณเข้าไปดูเรื่องการเมืองจะเห็นผู้คนออกมาด่ากันเต็มไปหมด โพสต์ของพรรคการเมืองก็จะมีคนที่เห็นต่างออกมาด่า พอกดเข้าไปดูที่โปรไฟล์ก็เป็นใครก็ไม่รู้ ตั้งชื่อแปลกๆ มีคนติดตามอยู่ไม่กี่คน หรือบางคนอาจจะมีผู้ติดตามหลายร้อยคน แต่เมื่อกดเข้าไปดูผู้ติดตามกลับเป็นบัญชีผีที่กดติดตามกันเอง
“พอโดนปลุกปั่น คนที่กำลังมีแนวคิดอยากเห็นประเทศพัฒนาก็เริ่มเปลี่ยนความคิด นำไปสู่การยอมรับความเทาทางการเมือง เช่น พรรคการเมืองนี้เทาหน่อยไม่เป็นไร อย่างน้อยเขาก็ไม่ล้มล้างการปกครอง ไม่ดูถูกทหาร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นมาทั้งหมด จึงอยากให้คนเข้าใจว่า ไม่มีแนวคิดนี้ในพรรคประชาชน”
เมื่อถามว่า หากไม่ชนะจะยังคงทำงานการเมืองต่อหรือไม่ ภาวุธตอบว่า จะยังคงทำงานทางการเมืองต่อไป และได้เตรียมตัวไว้แล้ว หากไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็จะใช้อำนาจผ่านกรรมาธิการในการขับเคลื่อนกฎหมาย เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศต่อไป แต่ยอมรับว่า หากไม่ได้เป็นรัฐบาล พรรคประชาชนจะไม่สามารถกำกับและสั่งการข้าราชการให้ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ได้ ทำได้เพียงเป็นผู้นำกระบวนการเชิญคนจากภาครัฐและภาคเอกชนมาพูดคุยกัน เพื่อผลักดันนโยบายต่างๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศเท่านั้น
“ถ้าเราไม่ได้เป็นรัฐบาล เราจะใช้กลไกกรรมาธิการสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อ เราไม่หยุดหรอกครับ ผมมีความเชื่อว่า เราต้องเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ให้ได้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง แต่การมีอำนาจย่อมดีกว่า เพราะเราสั่งการได้ หากเป็นไปได้ก็อยากจะฝากทุกคนช่วยเป็นแรงส่งให้เราสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ประเทศนี้จริงๆ” ภาวุธกล่าว
ภาวุธยังระบุด้วยว่า ตนเองมาสายดิจิทัล ซึ่งคนในแวดวงนี้มีความเก็บกดว่า ทำไมไม่เอาเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนประเทศ นอกจากนี้ยังมีปัญหาแพลตฟอร์มต่างชาติเข้ามา และต้องการทำอย่างไรให้สตาร์ทอัพไทยแข็งแรง เติบโตเหมือนประเทศอื่นในอาเซียน เป็นความรู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงวงการนี้ร่วมกัน ทว่าที่ผ่านมากลับไม่มีใครทำ เลยขอมาทำเองดีกว่า
“ในแวดวงนี้ ทุกคนรู้สึกว่าทำไมไม่ทำซะที ก็มีแต่คนชี้ นักการเมืองๆ ทำ ผมบอกเมื่อไม่มีใครทำ ผมเป็นมนุษย์ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง จะกระโดดเข้าไปทำเอง เพราะผมไม่อยากรอ และไม่คิดว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดจากการชี้นิ้ว สิ่งสำคัญที่สุดต้องชี้มาที่ตัวเอง เราต้องเข้าไปทำเอง”
เมื่อถามว่าสิ่งที่อยากเปลี่ยนแปลงที่สุดคือเรื่องใด ภาวุธระบุว่า อย่างแรกที่สำคัญที่สุดคือ ประเทศไทยเหมือนบริษัทๆ หนึ่ง นายกรัฐมนตรีเหมือน CEO สั่งการได้ทั้งประเทศไทย หากเป็นบริษัทเทคโนโลยีก็ต้องมี CTO (Chief Technology Officer) เพื่อทำหน้าที่ควบคุม สั่งการเรื่องเทคโนโลยี จึงอยากเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กระทรวงดีอี) เพื่อทำหน้าที่ CTO ของประเทศ
“วันนี้กระทรวงดีอี เป็นกระทรวงสำคัญ แต่ถูกมองว่าเป็นกระทรวงรองที่งบไม่เยอะ หากินไม่ได้ ผมอยากทำประเทศไทยให้เป็นเหมือนกรุ๊ป CTO ทุกกระทรวงต้องมีคนเก่งเทค แล้วกระทรวงดีอี ต้องเป็นตัวกลางในการดึงคนเก่งทุกกระทรวงรวมกัน แล้วช่วยทุกกระทรวงทำงาน ทุกกระทรวงจะเอาเทคโนโลยีเข้ามาทำงานร่วมกัน
“ขณะที่รัฐจะเป็นรัฐแพลตฟอร์ม รัฐสร้างแพลตฟอร์มที่ดี มีระบบยืนยันตัวตนที่ดี มีระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน และระบบชำระเงินที่ดี จากนั้นให้เอกชนทำงาน รัฐไม่ต้องทำหลายอย่าง ให้เอกชนมาทำ แล้วใช้เทคโนโลยีในการขับเคลื่อนประเทศไปพร้อมกันทุกกระทรวง ผ่านทุกกระทรวง ไม่ใช่ให้กระทรวงนี้ทำงานแท่งเดียว ถ้าทำแบบเดิม ประเทศนี้ก็เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนสิ”