“จตุพร บุรุษพัฒน์” มั่นใจตัวผู้สมัครพรรคโอกาสใหม่ ชูการเมืองสร้างสรรค์
“จตุพร บุรุษพัฒน์” มั่นใจตัวผู้สมัครพรรคโอกาสใหม่ ชูการเมืองสร้างสรรค์ - นโยบายคมนาคมและสิ่งแวดล้อมตอบโจทย์ดอนเมือง - แจงปม ‘ชัยวัฒน์’ โยงเรื่องเงินกองทุนสิ่งแวดล้อม บอกเปิดข้อเท็จจริงหมดแล้ว - ลั่น ใครคาใจร้อง ป.ป.ช. ได้ - ชี้ ไม่กังวล พร้อมเข้าสู่การตรวจสอบตามกฎหมาย
วันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ ตลาดโอโซนวัน ดอนเมือง นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยว่า จากการลงพื้นที่หาเสียงที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยย้ำว่าเสียงของประชาชนคือเสียงสวรรค์ และเป็นพลังสำคัญในการกำหนดอนาคตประเทศ โดยพรรคโอกาสใหม่มีความมั่นใจในผู้สมัครของพรรคในทุกพื้นที่ เนื่องจากผู้สมัครส่วนใหญ่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ มีความตั้งใจจริง และต้องการนำศักยภาพของตนเองมาทำงานเพื่อประชาชน ผู้สมัครหลายเขตตัดสินใจลงสมัครด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยพรรคจะดำเนินการเมืองแบบสร้างสรรค์ มีคุณภาพ และมุ่งหวังให้ประเทศไทยก้าวหน้า
นายจตุพร ระบุว่า พื้นที่เขตดอนเมือง เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญและมีประชากรอยู่อาศัยอย่างหนาแน่น นโยบายที่พรรคให้ความสำคัญและนำเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ได้แก่ เรื่องการคมนาคม การจัดสรรพื้นที่สีเขียว เพื่อให้ประชาชนมีสวนสาธารณะเป็นปอดของชุมชน ใช้เป็นพื้นที่ออกกำลังกายและส่งเสริมสุขภาพ รวมถึงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม อาทิ น้ำเสีย ขยะ และปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยนโยบายของพรรคโอกาสใหม่ยึดหลัก “มีเรา ไม่มีมืด มีไฟสว่าง สะดวกสบาย และปลอดภัย”
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงผลสำรวจความคิดเห็นหรือผลโพล นายจตุพร กล่าวว่า รู้สึกเฉย ๆ ต่อผลโพล โดยมองว่าต้องพิจารณาว่าโพลไปสอบถามจากกลุ่มใด พร้อมย้ำให้ผู้สมัครของพรรคลงพื้นที่เข้าหาประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ควรยึดติดกับโพลจนเกิดความท้อถอย เนื่องจากอนาคตยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ ทั้งนี้ โพลสามารถใช้ศึกษาเป็นข้อมูลได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าถึงประชาชน
เมื่อถามถึงภาพรวมนโยบายของพรรค นายจตุพร กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับรัฐสวัสดิการ โดยต้องการให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงสวัสดิการอย่างครบถ้วนและเท่าเทียม เนื่องจากยังมีประชาชนจำนวนมากตกหล่นจากระบบสวัสดิการ แม้จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่พรรคมองควบคู่กับนโยบายเศรษฐกิจเพื่อหารายได้เข้าสู่ประเทศ เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาเครื่องจักรและการส่งออก การแปรรูปสินค้าเกษตร การเพิ่มองค์ความรู้ รวมถึงการต่อยอดภาคบริการที่ประเทศไทยมีศักยภาพ เพื่อนำรายได้มาสนับสนุนสวัสดิการอย่างเป็นธรรม เปลี่ยนแนวคิดจากการสงเคราะห์ เป็น หน้าที่ของรัฐ นอกจากนี้ พรรคยังมีนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าเดินทางและคมนาคม รวมถึงค่าใช้จ่ายจำเป็นต่าง ๆ ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ให้ประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในประเทศอย่างเป็นระบบ
นายจตุพร กล่าวอีกว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบภัยพิบัติบ่อยครั้ง พรรคจึงมีนโยบายด้านการรับมือภัยพิบัติและการจัดการสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และฝุ่น PM 2.5 โดยต้องมีระบบพยากรณ์ที่แม่นยำและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ หากพรรคได้เป็นรัฐบาล จะผลักดันให้การขนส่งมวลชนเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าให้มากที่สุด เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนปัญหาอาชญากรรมออนไลน์หรือสแกมเมอร์ ปัญหาการศึกษา และเรื่องอธิปไตยของประเทศ พรรคเห็นว่าต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศในระยะยาว
เมื่อถามถึงกรณีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าสำนักงานอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ออกมาเรียกร้องให้นายจตุพร ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้เงินจากกองทุนสิ่งแวดล้อม วงเงินกว่า 2,256 ล้านบาท ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 และระบุว่าผลผลิตของโครงการยังไม่สามารถนำไปใช้ได้ตามเป้าหมายนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และไม่แน่ใจว่าจะเป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่ โดยยืนยันว่าได้อธิบายข้อเท็จจริงไปทั้งหมดแล้ว และกระบวนการตรวจสอบก็ได้ดำเนินการครบถ้วน หากฝ่ายใดยังติดใจสามารถนำเรื่องไปร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้
เมื่อถามว่ามองเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า สามารถมองได้หลายแง่มุม หากมั่นใจในหลักฐานก็สามารถนำไปยื่นตรวจสอบได้ ซึ่งตนเองได้เคยชี้แจงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว พร้อมยืนยันว่าในฐานะนักการเมือง หากมีเรื่องใดกระทบก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย โดยไม่กังวล เนื่องจากที่ผ่านมาได้ดำเนินคดีกันไปมาหลายกรณี