โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“จตุพร บุรุษพัฒน์” มั่นใจตัวผู้สมัครพรรคโอกาสใหม่ ชูการเมืองสร้างสรรค์

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 23 ม.ค. เวลา 13.33 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. เวลา 11.46 น.

“จตุพร บุรุษพัฒน์” มั่นใจตัวผู้สมัครพรรคโอกาสใหม่ ชูการเมืองสร้างสรรค์ - นโยบายคมนาคมและสิ่งแวดล้อมตอบโจทย์ดอนเมือง - แจงปม ‘ชัยวัฒน์’ โยงเรื่องเงินกองทุนสิ่งแวดล้อม บอกเปิดข้อเท็จจริงหมดแล้ว - ลั่น ใครคาใจร้อง ป.ป.ช. ได้ - ชี้ ไม่กังวล พร้อมเข้าสู่การตรวจสอบตามกฎหมาย

วันที่ 23 มกราคม 2569 ที่ ตลาดโอโซนวัน ดอนเมือง นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยว่า จากการลงพื้นที่หาเสียงที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยย้ำว่าเสียงของประชาชนคือเสียงสวรรค์ และเป็นพลังสำคัญในการกำหนดอนาคตประเทศ โดยพรรคโอกาสใหม่มีความมั่นใจในผู้สมัครของพรรคในทุกพื้นที่ เนื่องจากผู้สมัครส่วนใหญ่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ มีความตั้งใจจริง และต้องการนำศักยภาพของตนเองมาทำงานเพื่อประชาชน ผู้สมัครหลายเขตตัดสินใจลงสมัครด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยพรรคจะดำเนินการเมืองแบบสร้างสรรค์ มีคุณภาพ และมุ่งหวังให้ประเทศไทยก้าวหน้า

นายจตุพร ระบุว่า พื้นที่เขตดอนเมือง เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญและมีประชากรอยู่อาศัยอย่างหนาแน่น นโยบายที่พรรคให้ความสำคัญและนำเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ได้แก่ เรื่องการคมนาคม การจัดสรรพื้นที่สีเขียว เพื่อให้ประชาชนมีสวนสาธารณะเป็นปอดของชุมชน ใช้เป็นพื้นที่ออกกำลังกายและส่งเสริมสุขภาพ รวมถึงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม อาทิ น้ำเสีย ขยะ และปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยนโยบายของพรรคโอกาสใหม่ยึดหลัก “มีเรา ไม่มีมืด มีไฟสว่าง สะดวกสบาย และปลอดภัย”

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงผลสำรวจความคิดเห็นหรือผลโพล นายจตุพร กล่าวว่า รู้สึกเฉย ๆ ต่อผลโพล โดยมองว่าต้องพิจารณาว่าโพลไปสอบถามจากกลุ่มใด พร้อมย้ำให้ผู้สมัครของพรรคลงพื้นที่เข้าหาประชาชนอย่างเต็มที่ ไม่ควรยึดติดกับโพลจนเกิดความท้อถอย เนื่องจากอนาคตยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ ทั้งนี้ โพลสามารถใช้ศึกษาเป็นข้อมูลได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าถึงประชาชน

เมื่อถามถึงภาพรวมนโยบายของพรรค นายจตุพร กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญกับรัฐสวัสดิการ โดยต้องการให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงสวัสดิการอย่างครบถ้วนและเท่าเทียม เนื่องจากยังมีประชาชนจำนวนมากตกหล่นจากระบบสวัสดิการ แม้จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่พรรคมองควบคู่กับนโยบายเศรษฐกิจเพื่อหารายได้เข้าสู่ประเทศ เช่น การส่งเสริมการท่องเที่ยว การพัฒนาเครื่องจักรและการส่งออก การแปรรูปสินค้าเกษตร การเพิ่มองค์ความรู้ รวมถึงการต่อยอดภาคบริการที่ประเทศไทยมีศักยภาพ เพื่อนำรายได้มาสนับสนุนสวัสดิการอย่างเป็นธรรม เปลี่ยนแนวคิดจากการสงเคราะห์ เป็น หน้าที่ของรัฐ นอกจากนี้ พรรคยังมีนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าเดินทางและคมนาคม รวมถึงค่าใช้จ่ายจำเป็นต่าง ๆ ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ให้ประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในประเทศอย่างเป็นระบบ

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบภัยพิบัติบ่อยครั้ง พรรคจึงมีนโยบายด้านการรับมือภัยพิบัติและการจัดการสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และฝุ่น PM 2.5 โดยต้องมีระบบพยากรณ์ที่แม่นยำและเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ หากพรรคได้เป็นรัฐบาล จะผลักดันให้การขนส่งมวลชนเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าให้มากที่สุด เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนปัญหาอาชญากรรมออนไลน์หรือสแกมเมอร์ ปัญหาการศึกษา และเรื่องอธิปไตยของประเทศ พรรคเห็นว่าต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศในระยะยาว

เมื่อถามถึงกรณีที่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าสำนักงานอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ออกมาเรียกร้องให้นายจตุพร ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้เงินจากกองทุนสิ่งแวดล้อม วงเงินกว่า 2,256 ล้านบาท ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 และระบุว่าผลผลิตของโครงการยังไม่สามารถนำไปใช้ได้ตามเป้าหมายนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และไม่แน่ใจว่าจะเป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่ โดยยืนยันว่าได้อธิบายข้อเท็จจริงไปทั้งหมดแล้ว และกระบวนการตรวจสอบก็ได้ดำเนินการครบถ้วน หากฝ่ายใดยังติดใจสามารถนำเรื่องไปร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้

เมื่อถามว่ามองเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า สามารถมองได้หลายแง่มุม หากมั่นใจในหลักฐานก็สามารถนำไปยื่นตรวจสอบได้ ซึ่งตนเองได้เคยชี้แจงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว พร้อมยืนยันว่าในฐานะนักการเมือง หากมีเรื่องใดกระทบก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย โดยไม่กังวล เนื่องจากที่ผ่านมาได้ดำเนินคดีกันไปมาหลายกรณี

“โอกาสใหม่” ปลุกชาวดอนเมือง ขอโอกาสพลังเงียบที่ยังไม่ตัดสินใจ - ชู ปฏิรูปสุขภาพ คมนาคม ดัน “กนกนุช” เข้าสภาฯ - “จตุพร” ลั่น ไม่มีคำว่าถ้า มีแต่ต้องทำ ประกาศนโยบายใหญ่ แก้ปัญหาคนดอนเมือง - ชี้ ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ และแคนดิเดตนายกฯ นำทีมแกนนำ อาทิ นพ.ทศพร เสรีรักษ์ช่วย , นายประภัสร์ จงสงวน , ดร.อนุสรี ทับสุวรรณ และนายหมวดตรีสุธนพจน์ กิจธนาภิรักษ์ ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยหาเสียงให้ นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตดอนเมือง เบอร์ 9 ในนามพรรคโอกาสใหม่

นพ.ทศพร ปราศรัยถึงเรื่องของสาธารณสุข ว่า เราจะเข้าไปวางแผนการจัดระบบรักษาของ สปสช.ที่จะให้ประชาชรไปโรงพยาบาลได้สะดวก ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ไม่ต้องข้ามเขต รวมถึงเราได้สร้างโรงพยาบาลให้ประชาชนที่ใช้พื้นที่ของวัดปากน้ำ เราพบปัญหาว่าใน กทม. มีปัญหาเรื่องสุขภาพมากที่สุด จากนี้จะมีโรงพยาบาลดอนเมืองเกิดขึ้น จะปฏิรูประบบสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขอย่ามายุ่งมาก พื้นที่ดอนเมืองอยู่ในความดูแลของกรุงเทพมหานคร ก็ให้ กทม. มาดูแล นี่คือเรื่องของการกระจายอำนาจ เรื่องนี้เป็นเรื่องยาวแต่รับรองว่าหากให้โอกาสพรรคโอกาสใหม่ เข้าไปทำงานเราจะไปดูแลเรื่องการสาธารณสุขให้ประชาชน เจ็บป่วยเมื่อไหร่ไม่ให้เดือดร้อน แต่ที่ดีกว่านั้นเราจะทำให้ประชาชนสุขภาพดีโดยไม่เจ็บป่วย เราจะมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุให้ทั่วทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย เนื่องจากจะเห็นได้ว่าเด็กเกิดน้อยลงทุกที และหลายคนในที่นี้มาจากต่างจังหวัดเมื่อกลับไปเยี่ยมบ้านจะเห็นหลายโรงเรียนติดเพราะไม่มีเด็ก บางครั้งโรงเรียนยุบมาทวงอยู่ในห้องเดียวกันโดยเฉพาะโรงเรียนประถม จะใช้งบประมาณในการปรับปรับปรุงโรงอาหารของโรงเรียนเป็นศูนย์ดูแลผู้สูง ซึ่งทั่วประเทศมีอยู่ 12 แห่ง เราพยายามเข้าไปดูแลผู้ศูนย์ผู้สูงอายุทั่วประเทศ รวมทั้งโรงพยาบาลดอนเมืองที่จะต้องมีพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ สำหรับคนที่ดูแลดูแลตัวเองได้ก็ไปตอนเช้านั่งร้องเพลง นั่งทำงานฝีมือ ไปช่วยดูแลคนติดเตียง ไปทำกิจกรรมต่างๆ ตนอยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพ อย่าให้เจ็บป่วย ต้องออกกำลังกายทุกวัน

ด้าน นายประภัสร์ กล่าวถึงเรื่องของคมนาคม ว่า ตนคิดว่าวันนี้ดีกว่าเมื่อก่อนมาก แต่ก็อาจจะต้องปรับปรุงในเรื่องของถนนที่จะต้องเชื่อมต่อกันบ้าง ซึ่งจำเป็นต้องทำถนนนี้เพื่อไปเส้นวิภาวดีให้ง่ายขึ้น และยังมีอีกหลายจุดในพื้นที่ ส่วนอื่นน่าจะดีกว่าเดิมมาก รถไฟก็ตรงเวลาไม่ค่อยมีปัญหาแถวนี้ ส่วนรถไฟฟ้าประเภทอื่นก็ต้องดูกันอีกสักพัก ซึ่งจะขยายไปถึงชานเมืองด้วยถือเป็นสิ่งที่ดี ส่วนเรื่องของการจราจรจะมีเรื่องติดขัดในช่วงเช้า ซึ่งต้องมีการแก้ไข รวมถึงในเรื่องของสัญญาณไฟจราจรที่มีเยอะ นี่ก็เป็นสิ่งที่ต้องลงมาดูในพื้นที่จริงๆ และต้องประสานกับตำรวจ แต่เราก็เห็นใจตำรวจที่เฝ้าอยู่ที่ป้อมสัญญาณหากรถติดตรงไหนก็จะโดนตำหนิ และต้องดูเรื่องของถนนที่จะเชื่อมต่อได้เยอะ ซึ่งพื้นที่แถบนี้จะมีหน่วยงานของรัฐมาอยู่หลายที่โดยเฉพาะทหาร

ด้าน ดร.อนุสรี เปิดเผยว่า เมื่อตอนที่มีการตั้งพรรค และเราต้องเตรียมพร้อมในการสู้ไปด้วยกัน ซึ่งตนรับผิดชอบดูแลพื้นที่ กทม. และผู้หญิงคนแรกที่ตนชวนมาอยู่ด้วยกันกับพรรคที่เป็นทางเลือกใหม่ๆ มาช่วยสร้างการเมืองใหม่ ตนก็ชวนนางกนกนุช และเขาก็ตอบรับทั้งที่พรรคนี้ไม่มี สส.หรือบ้านใหญ่เลย จากการที่ตนได้คุยกับนางกนกนุช ว่าอยากอยู่กับพรรคโอกาสใหม่แต่ขอผลักดันเรื่องโรงพยาบาลดอนเมืองให้เรียบร้อย นี่คือผู้สมัครที่หายใจเข้าก็ดอน หายใจออกก็เมือง และบอกว่าเราต้องมีถนนที่จะเชื่อมต่อ แต่ทำใต้ดินลำบากเพราะมีตอม่อ รวมถึงเรื่องการแก้น้ำท่วม ชุมชนที่อยู่ติดคลอง และ 2-3 วันที่ผ่านมาตนได้ดูโพลที่นั่งเทียนเขียนมาว่านางกนกนุช ไม่ได้เป็น สส. ตนห่วง ผญ.คนนี้ที่อยากทำอะไรให้คนดอนเมืองอีกมาก การที่เขาได้เป็น สส.จะทำได้เยอะมาก และแก้ปัญหาให้คนดอนเมืองอีกจำนวนมาก พรรคโอกาสใหม่มีเรื่องที่จะให้เด็กทุกคนสุขภาพแข็งแรง สมองดีตั้งแต่ปฏิสนธิจนโตไป เรียนดี เรียนด้วยระบบอิงลิชโปรแกรม จนจบปริญญาตรีฟรี และกระเป๋าเงิน 300 บาทให้เด็กๆ หากไม่ได้นางกนกนุช เป็น สส. และไม่มีพรรคโอกาสใหม่ทำ เรื่องพวกนี้ก็ไม่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาไม่มีพรรคการเมืองที่เป็นทางเลือกใหม่ และยังไม่มี สส.ชื่อ กนกนุช ฉะนั้นวันนี้จนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ตนไม่ขออะไรเลยจากประชาชน แต่ขอพลังที่เขาบอกว่าเป็นพลังเงียบจากคนที่ยังไม่ตัดสินใจ ช่วยเลือกกนกนุช มิเช่นนั้นชีวิตคนดอนเมืองก็เหมือนเดิม ตนเชื่อว่าถ้าไม่มี ผญ.คนนี้ คนดอนเมืองจะเสียโอกาสที่ดีกว่าสำหรับชีวิตคนดอนเมือง และถ้าไม่มีเบอร์ 44 เข้าไปเป็นเพื่อนนางกนกนุช เดี๋ยวโครงการต่างๆ จะไม่สัมฤทธิ์ผล ต้องเลือกไปทั้งคู่ วันนี้ถือว่าถ้าคนดอนเมืองไม่ยอมสละที่จะไปช่วยบอกเพื่อนฝูง สิ่งที่เจอเป็นปัญหาทุกวันนี้ ทั้งเรื่องหนี้ ที่พรรคโอกาสใหม่จะมาแช่หนี้ 3 ปีไม่ต้องใช้ เพื่อหยุดหนี หยุดหนี้ หยุดฟ้อง หยุดดอก เพื่อให้ทุกคนตั้งหลักมาใช้หนี้ได้ หาทางให้มีเศรษฐกิจที่เดินต่อไปได้

ขณะที่นายจตุพร กล่าวปราศรัยปิดเวที ว่า ตนได้คุยกับผู้สมัคว่าวันนี้คนมากี่คน เขาก็บอกว่าไม่กี่คน แต่เมื่อมาถึงก็ดีแทนนางกนกนุช ที่พี่น้องชาวดอนเมืองให้ความรัก ให้ความสนับสนุนตัวผู้สมัคร วันนี้ต้องชนะแล้วชนะอีก ที่ผ่านมาก็ถือเป็นอดีตไป วันนี้เรามาเริ่มต้นใหม่ โอกาสใหม่ๆ ของดอนเมืองจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนถ้าเลือกพรรคโอกาสใหม่

วันที่นางกนกนุช มาสมัครเป็นสมาชิกพักโอกาสใหม่ตนไม่รู้จัก เพราะตอนที่เป็นปลัดกระทรวงรัฐมนตรีก็ทำงานเฉพาะผู้ว่าชัชชาติ และไม่ได้ลงลึกถึงรายละเอียดแต่ก็เคยมาลงที่เขตดอนเมือง โดยในช่วงน้ำท่วมตนเป็นอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ล่องเรือมาเห็นสภาพปัญหาจริงและเพิ่งทราบว่าคนที่อยู่เคียงคู่กับประชาชนชาวดอนเมืองคือนางกนกนุช และในช่วงสถานการณ์โควิดก็คนนี้ หาโอกาสมาเป็นพรรคเล็กๆ พรรคใหม่แต่เปิดกว้างให้ทุกคนที่การเมืองที่มีความสุจริต ความสะอาด โปร่งใส ซึ่งตนก็ได้สอบถามนางกนกนุชในวันที่มาสมัครก็มองว่าเข้าท่าและเคยเป็นผู้สมัคร สส. ก็ได้พูดคุยและเห็นแววตาว่าเขารักประชาชนในเขตดอนเมืองมาก อยู่ตรงนี้มา 30-40 ปี นั่นหมายความว่าชีวิตของนางกนกนุช ได้มอบให้กับพี่น้องชาวดอนเมือง

คนจะเป็น สส. มีความสำคัญ การที่ตนไปดีเบตกับหัวหน้าพรรคการเมือง ซึ่งเขาก็ถามถึงเรื่องการกระทำสมาชิกพรรค ซึ่งตนก็บอกว่าหากเป็นตน ตนจะลาออก เพราะต้องรับผิดชอบกับพรรคของตัวเอง อย่าไปโทษคนอื่น ต้องโทษหัวหน้าก่อน ถ้าเราดูแลคนของเรายังไม่ได้ แล้วจะไปดูแลประเทศได้อย่างไร นี่คือความตั้งใจของตน ซึ่งตนไม่ได้พูดเอาหล่อ แต่พูดเอาความตั้งใจนั้นมาให้กับประชาชนคนไทย และวันนี้นางกนกนุช ก็จะมาแสดงความตั้งใจให้กับคนดอนเมือง เพราะฉะนั้นหากจะมาพูดอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่มีความฝันและความหวัง มีแต่ความตั้งใจทำงานให้ประชาชนเท่านั้น เราผ่านชีวิตการเป็นราชการมาตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ เสร็จก็ไปเป็นรัฐมนตรี เราเห็นปัญหาของประชาชน ตอนที่ตนเป็นรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์วันแรกเท่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนักข่าวถามว่าจะไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่กระทรวงวันไหน ตนก็บอกว่าไม่มีฤกษ์ เพราะปัญหาของตนอยู่ที่ประชาชนในพื้นที่ที่รออยู่ และตอนนั้นตนกำลังจะเดินทางไปดูราคามังคุดที่มันตกต่ำในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพราะฉะนั้นเรื่องอื่นไว้ทีหลัง พรรคโอกาสใหม่มองอย่างเดียวว่าปัญหาประชาชนอยู่ที่ไหนเราต้องไปแก้ตรงนั้น

วันนี้เรามาที่เขตดอนเมือง ตนเห็นปัญหาตั้งแต่ต้น การแก้ระบบ จัดระเบียบ เป็นสิ่งที่พรรคโอกาสใหม่เราจะเข้าไปดำเนินการ ในเรื่องของสาธารณสุข และสิ่งหนึ่งที่รอไม่ได้คือเรื่องของคมนาคม กว่าจะหลุดออกจากพื้นที่นี้ได้ไปสู่ถนนวิภาวดีคงต้องใช้เวลาพอสมควร ทั้งเสียเวลา เสียอารมณ์ เสียความรู้สึก บางคนก็บอกให้ทำอุโมงค์ลอด แต่ก็เจอตอเยอะ หากวันแรกได้เป็นรัฐบาลจะให้ กทม. ไปหารือกับกรมทางหลวงว่าจะทำอย่างไร ซึ่งเราต้องออกแบบและคิดถึงความเป็นไปได้ว่าจะทำได้หรือไม่ และเราก็มีรถไฟฟ้าที่วิ่งผ่าน มีเรือที่วิ่งตัดคลองเปรม เราต้องคิดให้เป็นและทำให้ได้

พรรคเราทำใก้ทุกปัญหาเกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด แต่เราก็ไม่หยุดฝนไม่ได้ เราต้องมีการเตือนที่ดี มีการเตือนภัยที่แม่นยำ และมีพื้นที่ให้ประชาชนอยู่ที่ปลอดภัยได้ เพราะฉะนั้นทุกพื้นที่ของประเทศไทยต้องมีพื้นที่เสี่ยงภัยและพื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชน เรื่องฝุ่น P.M. 2.5 ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัว เกิดจากท่อรถ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเผาและลมพัดเข้ามา เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่พักโอกาสใหม่จะทำคือเราจะให้รถราชการเป็นรถไฟฟ้าให้หมด และเปลี่ยนเครื่องยนต์รถสาธารณะโดยให้ทุกคนใช้ค่าใช้จ่ายให้น้อยที่สุดเพื่อช่วยลดปัญหาที่สัมคัญของฝุ่น ประเทศไทยเมื่อก่อนมี 3 ฤดู คือ ฤดูฝน ฤดูร้อน ฤดูหนาว แต่ตอนนี้มีฤดูฝุ่น และเรื่องปัญหาทุจริตคอรัปชั่นต้องจัดการให้เด็ดขาด นี่คือสิ่งที่พลาดโอกาสใหม่เราดำเนินการ สำหรับกรณีกัมพูชา ประเทศไทยจะต้องไม่มีใครรุกรานอธิปไตยเราได้แม้แต่เส้นผมเดียว เราต้องเด็ดขาด

เพราะฉะนั้นวันนี้ที่ตนพูดอยู่เป็นนโยบายภาพใหญ่ ซึ่งไม่ใช่การขายฝัน เพราะเป็นนโยบายที่กลั่นกรอนมาจากคณะกรรมการของพรรค ที่ประกอบด้วย อดีตข้าราชการ นักธุรกิจ ภาคเอกชน เรามองแล้วว่านี่เป็นทางออกของประเทศ ไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอด มิฉะนั้นเราก็ไม่รอดไปด้วยกัน โอกาสใหม่ขอเป็นโอกาสดีๆ ให้กับประชาชนโดยเฉพาะชาวดอนเมือง “ เลือกโอกาสใหม่ มีเราไม่มีมืด” การบริหารนำการเมือง วันนี้เราต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง ไม่ต้องสนใจ เพราะเราเอาประชาชนเป็นตัวตั้งในการแก้ไขปัญหา ตนบอกอยู่เสมอว่าวันนี้พรรคโอกาสใหม่ไม่มีวาทะกรรม มีแต่วาระการทำงาน ไม่มีคำว่าถ้า แต่ต้องทำเลย ไม่มีเรื่องส่วนตัว มีแต่เรื่องส่วนรวม

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...