สมาคมฯ ขีดเส้น 30 มิ.ย.นี้ กสทช.เคาะจบ "แผนแม่บท" อนาคตทีวีดิจิทัล
วันนี้ (26 พ.ค.2569) เวลา 09.15 น. ตัวแทนผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล นำโดย นายเดียว วรตั้งตระกูล เลขานุการสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) เข้ายื่นหนังสือถึงศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อเร่งรัดให้กำหนดกรอบเวลาและประกาศ “แผนแม่บทและแผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์ภายหลังสิ้นสุดใบอนุญาตปี 2572” ให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 มิ.ย.2569
นายเดียว กล่าวว่า ช่วงเวลาไม่ถึง 3 ปีที่เหลือ ก่อนสิ้นสุดใบอนุญาตในปี 2572 เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมทีวี ซึ่งเป็นสื่อระดับชาติที่มีบทบาทต่อสังคมสูง การที่ กสทช.ยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำเนินธุรกิจใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.ธุรกิจชะงักงัน ผู้ประกอบการตกอยู่ในภาวะสุญญากาศ ไม่สามารถวางแผนงบประมาณ การลงทุนในคอนเทนต์ระยะยาว หรือการจ้างงานได้ เพราะไม่มีความชัดเจนในอนาคต
2.วิกฤตเม็ดเงินโฆษณา เอเจนซี่และแบรนด์สินค้า ชะลอการทำสัญญาระยะยาวกับสถานี เนื่องจากความไม่แน่นอนของอุตสาหกรรม ส่งผลให้รายได้หลักของทีวีดิจิทัลดิ่งลงทันที และ 3.กระทบการจ้างงานคนสื่อ ความระส่ำระสายนี้อาจบีบให้ผู้ประกอบการ ต้องลดขนาดองค์กรเพื่อเซฟตัวเอง กระทบต่อการจ้างงานคนสื่อสารมวลชนนับหมื่นชีวิต
หากปล่อยให้ลากยาวไปจนใกล้หมดใบอนุญาต อุตสาหกรรมทีวีไทยอาจล่มสลาย เพราะไม่มีใครกล้าลงทุนต่อ เอกชนจำเป็นต้องขอขีดเส้นตายวันที่ 30 มิ.ย.นี้ เพื่อให้ทุกภาคส่วนเตรียมตัวได้ทัน หากพ้นกำหนด สมาคมฯ และผู้ประกอบการอาจจำเป็นต้องใช้สิทธิทางกฎหมายต่อไป
นายเดียว กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทางสมาคมฯ เรียกร้องให้บรรจุในแผนแม่บทฉบับใหม่ คือ การกำกับดูแลการให้บริการผ่าน OTT และแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขัน เนื่องจากปัจจุบันเกิดความเหลื่อมล้ำด้านต้นทุนอย่างมหาศาล โดยทีวีดิจิทัลไทยต้องแบกรับภาระค่าใบอนุญาต, ค่าส่งสัญญาณ, เงินนำส่งกองทุน USO และกฎระเบียบเซ็นเซอร์ที่เข้มงวด ขณะที่แพลตฟอร์ม OTT ข้ามชาติ ดึงเม็ดเงินโฆษณาและเวลาดูของคนไทยไปจำนวนมาก แต่กลับไม่มีภาระต้นทุนเหล่านี้
"สมาคมฯ จึงเสนอให้แผนแม่บทหลังปี 2572 ต้องมีกลไกกำหนดมาตรฐานและภาระต้นทุนของ OTT ให้เท่าเทียมกับทีวีไทย รวมถึงภายใต้ OTT ที่เกิดขึ้น ยังมีผลต่อเนื้อหาที่ไร้การควบคุม และยังไม่สามารถเอาผิดได้ อย่างเคสล่าสุดไลฟ์อนาจารผ่านเฟซบุ๊ก" นายเดียว กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข เลขานุการประจำประธาน กสทช. ในฐานะโฆษกด้านกฎหมาย เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ และให้คำมั่นว่า จะพิจารณาแผนแม่บทได้ทันกำหนดภายใน 2 ปีที่เหลือแน่นอน และจะไม่ให้กระทบหรือสร้างความเสียหาย ต่อผู้ประกอบการรายเดิม โดยมีแนวทางและมาตรการเยียวยารองรับ ซึ่งในวันนี้มีการประชุมบอร์ด กสทช.ชุดใหญ่ โดยมีวาระนี้เข้าสู่ที่ประชุมด้วยอยู่แล้ว ส่วนที่ผ่านมาแม้นำบรรจุเข้าวาระ แต่ยังไม่ได้พิจารณา เพราะมีวาระอื่นที่ต้องพิจารณาก่อน
พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าวต่อว่า สำหรับรูปแบบการจัดสรรคลื่นความถี่ในอนาคต กสทช.เปิดเผยข้อมูลสำคัญ จะยังคงใช้วิธีการ "ประมูล" ตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนราคาตั้งต้นการประมูลอาจไม่สูงเท่าเดิม โดยจะปรับลดให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริงและสภาพเศรษฐกิจ รวมทั้งนำปัจจัยภายนอกมาคำนวณราคา เช่น เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปดูสื่อผ่านมือถือ รวมถึงภาวะสงคราม ราคาน้ำมัน และต้นทุนพลังงานของช่องทีวี เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่รอดได้
"ส่วนการกำกับ OTT นั้น เห็นว่าเรื่องนี้ต้องให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ในการตัดสินใจและสั่งการ เพราะมีหลายหน่วยเกี่ยวข้อง อาจไม่ใช่หน้าที่หลักของ กสทช. แต่กสทช.พร้อมร่วมมือตามแนวทางของรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสังคมเป็นวงกว้าง" พ.ต.อ.ประเวศน์ กล่าว
อ่านข่าว :
ครม.เคาะงบ 2 พันล้าน ผลิตครูคุณภาพสูงเพื่อพัฒนาท้องถิ่น 1.6 หมื่นคน
รัฐบาลเลื่อนประชุม ครม. สัญจร วันที่ 8 - 9 มิ.ย.นี้
ไทยยังเป็นหมุดหมายของต่างชาติ 5 เดือน นักท่องเที่ยวแห่เข้าไทย 13 ล้านคน