ทนายเปิ้ล พาแม่หนุ่มติดคุกร้อง ผบช.ก. ขอความเป็นธรรม หลังพบพิรุธชุดจับกุม ค้นบ้าน เจอยาในรถ ก่อนขอตู้เกม-เมมฯ การ์ดวงจรปิด เผยขัดแย้งส่วนตัวกับตำรวจ
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นางสมหญิง (นามสมมุติ) อายุ 67 ปี มารดาของ นายฤทธิศักดิ์ เลิศวิรัตน์ พร้อมด้วย นางสาวพิชญวดี จิรโชติเตชสิทธิ์ ทนายเปิ้ล รองอันดับสองมิสแกรนด์นครปฐม2026) และ นายณพฤิทธิ์ จิรโชติเตชสิทธิ์ (เสมียนทนายความ ผู้รับมอบอำนาจ) เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สภ.เมืองนครปฐม โดยนำหลักฐานเป็นใบแจ้งความดำเนินคดีอาญา, ภาพถ่ายตู้เกมปืนยิงปลา และเอกสารคำให้การในชั้นศาลของหัวหน้าชุดจับกุมมาส่งมอบด้วย
ทนายเปิ้ล เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2566 นายฤทธิศักดิ์ ได้เดินทางไปมอบตัวที่ สภ.เมืองนครปฐม ในคดีข่มขู่ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะรีบนำตัวส่งเข้าเรือนจำกลางนครปฐมอย่างรวดเร็ว ทว่าในเวลาต่อมาประมาณ 12.30 น. ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 30 นาย พร้อมหมายศาลได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของนายฤทธิศักดิ์ โดยที่เจ้าตัวไม่มีโอกาสร่วมนําชี้ที่เกิดเหตุเนื่องจากอยู่ในเรือนจำแล้ว มีเพียงมารดาที่อยู่บ้าน
ซึ่งนางสมหญิง มารดา ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้เรียกให้ตนไปยืนชี้ดูยาเสพติดที่วางอยู่ในรถยนต์ของลูกชายขณะที่ตนและแฟนสาวของบุตรชายอยู่ในบ้าน และตำรวจอ้างว่าตรวจพบยาเสพติดในรถกระบะของนายฤทธิศักดิ์ (ซึ่งก่อนเกิดเหตุได้ส่งซ่อมไว้ที่อู่ซ่อมรถ) ด้วยความกลัวและตกใจ มารดาจึงยอมเซ็นรับทราบไป
นอกจากนี้ ทางฝั่งผู้ร้องเรียนยังพบข้อพิรุธสำคัญหลายประการในคดีนี้ ได้แก่ของกลางหายไปจากบัญชี ในชั้นศาล หัวหน้าชุดจับกุมยอมรับสารภาพว่าเห็นตู้เกมยิงปลาในบ้านจริง แต่ไม่ได้นำมาเพราะของกลางมีเยอะและไม่ได้ลงบัญชีไว้ แต่ในความจริง มารดาของผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ขนตู้เกมยิงปลาขึ้นรถกระบะไป 2 ตู้ แต่กลับไม่มีการลงในบัญชีของกลาง และยังมีการทำลายหลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดเอา Memory Card ของกล้องวงจรปิดในบ้านไป ซึ่งคาดว่าเป็นการบันทึกภาพเหตุการณ์ขณะเข้าตรวจค้นทั้งหมดไปด้วย
ด้าน นายฤทธิศักดิ์ (ผู้ร้องเรียนผ่านหนังสือมอบอำนาจ) เปิดเผยว่า ตนเองเชื่อว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากการกลั่นแกล้ง เนื่องจากตนเคยมีสาเหตุโกรธเคืองอย่างรุนแรงกับข้าราชการตำรวจระดับ สารวัตร นายหนึ่งในประเด็นชู้สาว (เรื่องผู้หญิง) ถึงขั้นเกือบจะมีการใช้อาวุธปืนยิงกัน ซึ่งตนเคยแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานแล้ว นอกจากนี้ หนึ่งในชุดจับกุมยังเป็นอดีตพ่อตาที่มีปัญหาขัดแย้งเรื้อรังกับตนมาเป็นเวลานานอีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ ทางครอบครัวและทนายความจึงเดินทางมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอความเป็นธรรมจาก ผบช.ก. ช่วยตรวจสอบการทำงานของชุดจับกุมดังกล่าว ทนายเปิ้ล กล่าวเพิ่มเติมว่าสำหรับคดียาเสพติด ที่ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดี ขณะนี้กำลังอยู่ในชั้นสืบพยานในชั้นศาลอยู่ จึงขอไม่เปิดเผยรายละเอียด แต่มีแนวทางการต่อสู้เราไม่ได้มีการยินยอมให้ตรวจดีเอ็นเอเพราะว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้งสิทธิ์แล้วก็ไม่ได้แจ้งวัตถุประสงค์ในการที่จะนำดีเอ็นเอจากกระพุงแก้มจำเลยไปใช้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าถ้าเค้าอยากตรวจ ก็ให้ตรวจไปซึ่งจำเลยเองเข้าใจว่าเป็นการตรวจเชื้อโควิด ไม่ทราบว่าเป็นการตรวจดีเอ็นเอและไม่เคยลงลายมือชื่อในเอกสารยินยอมให้ตรวจดีเอ็นเอตามที่มีการกล่าวอ้าง
อ่านข่าวเพิ่มเติม