คกก.โรคติดต่อฯ ยกระดับป้องกันเข้ม "อีโบลา" กักกัน / แยกกักผู้เดินทางจาก "ดีอาร์คองโก-ยูกันดา" อย่างน้อย 21 วัน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 พ.ค.2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ครั้งที่ 3/2569 ถึงประเด็นแนวทางควบคุมป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา หลังมีประกาศเขตติดโรคติดต่ออันตรายในดิอาร์คองโก และยูกันดา
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์โรคอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) และสาธารณรัฐยูกันดา มีความรุนแรงขึ้น ประกอบกับมีผู้เดินทางจาก 2 ประเทศนี้เข้ามามากขึ้น ซึ่งไม่ได้เป็นไฟลท์ตรง จากประมาณ 5-7 รายต่อวัน เพิ่มขึ้นมาเป็น 10 กว่ารายในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา และล่าสุดเข้ามา 19 รายในวันเดียว มาตรการก่อนหน้านี้เราให้ผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง แต่ไม่มีความเสี่ยงไปสัมผัสโรคหรือมีอาการเจ็บป่วย จะใช้การคุมไว้สังเกตอาการ โดยให้รายงานตัวตลอดช่วง 21 วัน แต่จากจำนวนคนที่เข้ามามากขึ้น เจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดตามผู้เข้ามาตลอดได้ อีกทั้งผู้เดินทางมีการเปลี่ยนสถานที่พัก บางส่วนก็ไม่ให้ความร่วมมือ ทำให้เกิดภาระในการติดตาม อาจทำให้เกิดการหลุดได้
นพ.สมฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยกรมควบคุมโรคจะจัดสถานที่ควบคุมตัวสังเกตอาการที่ศูนย์ควอรันทีน สถาบันบำราศนราดูร เรื่องค่าใช้จ่ายในช่วง 3 วันแรกหรือ 72 ชั่วโมงแรก เนื่องจากไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้า กรมควบคุมโรคจะดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย แต่หลังจาก 72 ชั่วโมงผู้เดินทางรับทราบแล้ว ก็ต้องให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง โดยจะมีการทำตัวเลขค่าใช้จ่ายให้ชัดเจน ส่วนมีอาการให้ไปรักษาในสถานพยาบาลทันที ซึ่งหวังว่ามาตรการนี้อาจจะช่วยลดจำนวนผู้เดินทางเข้ามาได้
ถามว่ายังไม่ถึงขั้นที่จะต้องยกระดับห้ามการเดินทางใช่หรือไม่ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ไม่ถึงขั้นนั้น เราประเมินว่าผู้เดินทางไม่ให้ความร่วมมือและมีจำนวนมากขึ้น คาดว่าอาจจะตามได้ไม่หมด ก็เลยออกมาตรการนี้ ส่วนจะใช้มาตรการนี้นานแค่ไหนจะดูจากสถานการณ์อีกครั้ง ถ้าสถานการณ์ฝั่งต้นทางเปลี่ยนแปลงหรือมีการเดินทางลดลงก็จะปรับมาตรการให้เหมาะสม ซึ่งมาตรการนี้ถือว่าเข้มกว่าที่องค์การอนามัยโลกกำหนด