วันเลือกตั้ง กับบททดสอบความพร้อม ของระบบประชาธิปไตยไทย
ตลอดทั้งวันเลือกตั้ง มีเหตุการณ์และข้อร้องเรียนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งความผิดพลาดในการจัดการหน่วยเลือกตั้ง ความสับสนในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิ รวมถึงสถานการณ์ตึงเครียดในบางพื้นที่ระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้สังเกตการณ์
Thai PBS Verify ได้รวบรวมและตรวจสอบเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นตลอดช่วงการเลือกตั้ง ตั้งแต่ก่อนปิดหีบ ระหว่างการนับคะแนน ไปจนถึงกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการซื้อเสียง และข่าวปลอมที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบิดเบือนข้อมูลและดิสเครดิตทางการเมือง เพื่อสะท้อนภาพรวมของการเลือกตั้งและช่วยให้สังคมเข้าถึงข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน
8 ก.พ. วันเลือกตั้งปี 69
ช่วงบ่ายของวันเลือกตั้ง ประชาชนทยอยออกมาใช้สิทธิเลือกผู้สมัครและพรรคการเมืองที่ตนเองสนับสนุน แต่ตลอดทั้งวันพบหลายเหตุการณ์ที่ถูกตั้งคำถามถึงความเรียบร้อยของการจัดการเลือกตั้งในหลายพื้นที่
น่านพบฉีกบัตรผิด 69 ใบ สั่งเปลี่ยน กปน.ทันที รอ กกต.ตัดสิน
เริ่มจากจังหวัดน่าน เพจเฟซบุ๊ก “ที่นี่เมืองน่าน” รายงานว่า พบเหตุฉีกบัตรเลือกตั้งผิดพลาดใน 2 อำเภอ โดยเกิดขึ้นที่หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ต.ไชยสถาน อ. เมืองน่าน เมื่อกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งฉีกบัตร สส. แบบแบ่งเขตผิด จำนวน 69 ใบ เนื่องจากฉีกตามรอยพับแทนรอยปรุ ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.จังหวัดน่าน สั่งเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ทันที และตั้งคณะกรรมการสอบสวน พร้อมรอการวินิจฉัยจาก กกต.กลางว่าจะส่งผลถึงขั้นต้องเลือกตั้งใหม่หรือไม่
[caption id="attachment_8953" align="aligncenter" width="1040"]
น่านพบฉีกบัตรผิด 69 ใบ สั่งเปลี่ยน กปน.ทันที รอ กกต.ตัดสิน[/caption]
อย่างไรก็ตาม iLaw ได้สอบถามไปยัง กกต. และได้รับการยืนยันว่า บัตรที่ฉีกติดกับต้นขั้วจะไม่ถือเป็นบัตรเสีย โดยกรรมการประจำหน่วยจะเป็นผู้ฉีกต้นขั้วออกในขั้นตอนนับคะแนน เพื่อคุ้มครองหลังการลงคะแนนโดยลับ หากบัตรฉีกขาดในส่วนช่องลงคะแนน ผู้มีสิทธิสามารถขอบัตรใหม่ได้ และต้องมีการบันทึกเหตุการณ์ตามแบบฟอร์มที่กำหนด
ต่อมา กกต.แถลงแนวทางรับมือกรณีดังกล่าว โดยยืนยันให้การลงคะแนนดำเนินต่อไปตามปกติ แต่หากพบความผิดปกติในขั้นตอนนับคะแนน ต้องประกาศงดนับและรายงานให้ กกต.กลางพิจารณา พร้อมย้ำว่า หากกรรมการประจำหน่วยทำให้บัตรเสียหาย ก็อาจถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกับประชาชน
ไม่แจ้งล่วงหน้า หน่วยเลือกตั้งเคหะบางบัว ย้ายจากแฟลต 3 เป็น แฟลต 13
กลับมายัง กรุงเทพฯ พบกรณีย้ายหน่วยเลือกตั้งในชุมชนการเคหะบางบัว จากแฟลต 3 ไปยังแฟลต 13 โดยไม่มีการแจ้งประชาชนล่วงหน้า ทำให้ผู้มีสิทธิหลายคนต้องเสียเวลาเดินค้นหาหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งกรรมการประจำหน่วยระบุว่า ได้รับแจ้งการย้ายจาก กกต.ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม แต่ไม่ทราบสาเหตุที่ไม่มีการสื่อสารถึงประชาชน ส่งผลให้ต้องเผชิญกับเสียงตำหนิแทนหน่วยงาน ก่อนที่ชุมชนจะช่วยประกาศแจ้งผ่านเสียงตามสาย
[caption id="attachment_8954" align="aligncenter" width="1040"]
ไม่แจ้งล่วงหน้า หน่วยเลือกตั้งเคหะบางบัว ย้ายจากแฟลต 3 เป็น แฟลต 13[/caption]
ด้านกระแสในโซเชียลออนไลน์ มีการแชร์ภาพกระดานแสดงรายชื่อผู้สมัครที่เขียนชื่อพรรคการเมืองผิด จาก “พรรคประชาชน” เป็น “พรรคภูมิใจไทย” รวมถึงคลิปวิดีโอจากหน่วยเลือกตั้งแห่งหนึ่งที่เจ้าหน้าที่จัดวางบัตรเลือกตั้งผิดประเภท โดยนำบัตร สส. บัญชีรายชื่อไปวางบนโต๊ะ สส. แบบแบ่งเขต ก่อนจะแก้ไขภายหลังจากมีการทักท้วง
[caption id="attachment_8955" align="aligncenter" width="1040"]
ชาวเน็ตแชร์ กระดานรายชื่อสลับพรรค จาก ประชาชนเป็นภูมิใจไทย[/caption]
[caption id="attachment_8956" align="aligncenter" width="1040"]
คลิปแชร์ว่อน กปน.วางบัตรเลือกตั้ง สีชมพู–สีเขียว ผิดโต๊ะ[/caption]
แชร์ภาพอ้างถูกห้ามสังเกตการณ์นับคะแนน เขต 7 ปทุมธานี
หลังปิดหีบ และอยู่ในช่วงการนำคะแนน เกิดกระแสในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 7 จังหวัดปทุมธานี เมื่อมีการแชร์ภาพอ้างว่า เจ้าหน้าที่ไม่เปิดให้ประชาชนเข้าสังเกตการณ์การนับคะแนน และใช้ผ้าคลุมกล้องวงจรปิด ทำให้เกิดข้อสงสัยด้านความโปร่งใส
[caption id="attachment_8957" align="aligncenter" width="1040"]
แชร์ภาพอ้างถูกห้ามสังเกตการณ์นับคะแนน เขต 7 ปทุมธานี[/caption]
ทั้งนี้ กกต.จังหวัดปทุมธานี ชี้แจงกรณีใช้ผ้าคลุมกล้องวงจรปิดภายในหน่วยเลือกตั้งเขต 7 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เนื่องจากกังวลการบันทึกภาพขณะประชาชนใช้สิทธิ ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่ข้อพิพาทระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชนและนักศึกษาที่เข้าสังเกตการณ์การนับคะแนน
หลังการถกเถียงต่อเนื่องนานกว่า 6 ชั่วโมง กกต.มีมติให้นับคะแนนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าใหม่ จำนวน 4 หีบ รวมกว่า 3,000 ใบ โดยไม่รวมบัตรเลือกตั้งในวันเลือกตั้งหลัก และเปิดโอกาสให้นักศึกษาเข้าร่วมทำหน้าที่เป็นกรรมการประจำหน่วย เพื่อสร้างความโปร่งใส
ภาพซองเงินสีชมพู อ้างโยงซื้อเสียงเลือกตั้ง เขต 1 ชุมพร พรรคภูมิใจไทย
ขณะเดียวกันหลังนายอนุทิน ชาญวีระกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ประกาศขอบคุณทุกคะแนนเสียง พบว่า มีการแชร์ภาพซองจดหมายสีชมพู ภายในบรรจุเงินสดและเอกสารหาเสียง อ้างว่าเป็นการซื้อเสียงในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชุมพร ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่
[caption id="attachment_8958" align="aligncenter" width="1040"]
ภาพซองเงินสีชมพู อ้างโยงซื้อเสียงเลือกตั้ง เขต 1 ชุมพร พรรคภูมิใจไทย [/caption]
เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนชัดว่า สังคมไทยกำลังตั้งคำถามกับ “ความโปร่งใส” อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นข้อกังวลเรื่องการซื้อเสียง ความถูกต้องของการนับคะแนน หรือบทบาทของเจ้าหน้าที่ในทุกขั้นตอนของกระบวนการเลือกตั้ง ประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงการได้ใช้สิทธิ แต่ต้องการเห็นการใช้อำนาจที่ตรวจสอบได้ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
การจับตา การตั้งคำถาม และการสังเกตการณ์จากภาคประชาชนที่เกิดขึ้นตลอดวันเลือกตั้ง ไม่ใช่ความวุ่นวาย แต่คือสัญญาณของสังคมที่ตื่นตัวและไม่ยอมรับความคลุมเครืออีกต่อไป ปรากฏการณ์เหล่านี้กำลังสะท้อนว่า ความคาดหวังต่อมาตรฐานประชาธิปไตยของไทยกำลังสูงขึ้น
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่า ใครชนะการเลือกตั้ง แต่คือ ประเทศไทยจะเดินไปถึง “ความโปร่งใส” ได้เมื่อไร และระบบเลือกตั้งจะปรับตัวทันกับสายตาของประชาชนที่จับจ้องมากขึ้นในทุกครั้งที่หย่อนบัตรหรือไม่