โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ชะลอจ่ายเงิน P4P สะท้อนวิกฤตการเงิน รพ.รัฐ ปมงบฯ บัตรทอง ไม่สะท้อนต้นทุนจริง

Thai PBS

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ปธ.องค์กรแพทย์ รพ.พุทธชินราช เสนอ ทบทวนโครงสร้างงบฯ เร่งด่วน เผยที่มาของกระแสข่าว เชื่อมโยงกับสถานการณ์ทางการเงินของ รพ.ศูนย์ขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1-2 แห่ง ที่มีรายงานว่าเงินบำรุงติดลบหนัก!

วันนี้ (3 เม.ย. 69) พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร ประธานองค์กรแพทย์ โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก และผู้แทนองค์กรแพทย์ชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.) เปิดเผยถึง กระแสข่าวการชะลอหรืองดจ่ายค่าตอบแทนแบบ Pay for Performance (P4P) ในบางโรงพยาบาล ในเดือน เม.ย. นี้ โดยอธิบายว่า P4P เป็นกลไกค่าตอบแทนที่ใช้สะท้อนภาระงานและผลงานจริงของบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ใช่เงินพิเศษที่ไม่มีความจำเป็น

อธิบาย P4P กลไกสะท้อนภาระงานบุคลากรทางการแพทย์

P4P หรือ Pay for Performance คือ ระบบค่าตอบแทนตามผลงาน ซึ่งครอบคลุมงานบริการทางการแพทย์หลากหลายประเภท เช่น งานตรวจรักษาผู้ป่วยนอก (OPD) ผู้ป่วยใน (IPD) งานห้องฉุกเฉิน (ER) การผ่าตัด งานรังสี งานพยาธิวิทยา ตลอดจนภารกิจอื่น ๆ ที่มีการบันทึกภาระงานจริง โดยจะนำมาคำนวณเป็นคะแนนและแปลงเป็นค่าตอบแทนเพิ่มเติมให้กับบุคลากร

“P4P เป็นเงินค่าตอบแทนตามภาระงานที่ทำจริง และจ่ายจากเงินบำรุงของโรงพยาบาล ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานะการเงินของแต่ละแห่ง ทำให้แพทย์ในสาขาเดียวกัน แต่อยู่คนละโรงพยาบาล อาจได้รับไม่เท่ากัน เพราะภาระงานและฐานะการเงินแตกต่างกัน”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร ประธานองค์กรแพทย์ โรงพยาบาลพุทธชินราช จ.พิษณุโลก และผู้แทนองค์กรแพทย์ชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.)

เธอระบุว่า กลไกดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสะท้อนความหนักเบาของงาน และช่วยสร้างความรู้สึกเป็นธรรมในระบบค่าตอบแทน โดยเฉพาะในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่ ที่มีภาระงานสูงมาก ทั้งการดูแลผู้ป่วยจำนวนมาก การทำหัตถการ และการรับเวรต่อเนื่อง

“คนภายนอกอาจเข้าใจว่า P4P เป็นเหมือนโบนัสที่ตัดเมื่อไรก็ได้ แต่ในความเป็นจริงมันเป็นส่วนหนึ่งของรายได้ประจำของบุคลากรจำนวนมาก เพราะเงินเดือนพื้นฐานไม่ได้สอดคล้องกับภาระงานที่เพิ่มขึ้นมานานแล้ว”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

กระแสชะลอจ่าย P4P สะท้อนปัญหาสภาพคล่องโรงพยาบาลรัฐ

พญ.รัชริน ยังบอกถึงที่มาของกระแสข่าวการชะลอหรือระงับจ่าย P4P ในช่วงที่ผ่านมา น่าจะเชื่อมโยงกับสถานการณ์ทางการเงินของโรงพยาบาลรัฐหลายแห่งที่ประสบปัญหาสภาพคล่อง โดยเฉพาะกรณีโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1-2 แห่ง ที่มีรายงานว่าเงินบำรุงติดลบหนัก

เธออธิบายว่า ตามหลักเกณฑ์แล้ว P4P เป็นค่าใช้จ่ายที่ขึ้นอยู่กับสถานะเงินบำรุงโรงพยาบาล ผู้บริหารบางแห่งจึงจำเป็นต้องชะลอการจ่ายออกไปก่อน เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน

“ส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้คำว่าตัด แต่จะเป็นการชะลอจ่ายจนกว่าสถานการณ์เงินบำรุงจะดีขึ้น และไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแห่งเดียว เพราะหลายโรงพยาบาลกำลังเผชิญข้อจำกัดคล้ายกัน”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

เตือนสัญญาณอันตรายระบบสุขภาพ ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะโรงพยาบาลใดแห่งหนึ่ง

ประธานองค์กรแพทย์ รพ.พุทธชินราช ยังเห็นว่า การชะลอหรืองดจ่าย P4P ไม่ใช่เรื่องเล็ก และไม่ใช่เพียงปัญหาภายในของโรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่ง แต่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสุขภาพ

“สถานการณ์ตอนนี้ไม่ใช่ภาวะปกติของการบริหารโรงพยาบาล เพราะผู้บริหารต้องอยู่ในโหมดเลือกว่าจะจ่ายอะไรหรือหยุดอะไร ซึ่งสะท้อนว่าระบบเดิมเริ่มไม่สามารถพยุงตัวเองได้”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

เธอระบุว่า โรงพยาบาลไม่สามารถตัดค่าใช้จ่ายหลักที่จำเป็นต่อการรักษาผู้ป่วย เช่น เงินเดือนบุคลากร ค่ายา และเวชภัณฑ์ ทำให้ค่าใช้จ่ายที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าอย่าง P4P กลายเป็นรายการแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบ

“การตัด P4P คือการนำแรงจูงใจของคนทำงานมาแก้ปัญหาเชิงระบบ ซึ่งในระยะยาวย่อมกระทบขวัญกำลังใจ และอาจส่งผลต่อคุณภาพบริการในที่สุด”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

ชี้งบฯ บัตรทอง ไม่สะท้อนต้นทุนจริง ช่องว่างรายรับ–รายจ่ายกว้างขึ้น

พญ.รัชริน ยังระบุว่า ปัญหาสำคัญเกิดจากโครงสร้างงบประมาณ โดยเฉพาะงบฯ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนการรักษาที่แท้จริงมานาน ทำให้ช่องว่างระหว่างรายรับและรายจ่ายของโรงพยาบาลขยายตัวต่อเนื่อง

“ต้นทุนการรักษาเพิ่มขึ้นทั้งจากความซับซ้อนของโรค เทคโนโลยีทางการแพทย์ และราคายา แต่โครงสร้างงบยังไม่สะท้อนต้นทุนจริง โรงพยาบาลจึงถูกบีบให้ต้องเลือกว่าจะรักษาสภาพคล่องอย่างไร”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

ทั้งนี้แม้ผู้บริหารโรงพยาบาลจะพยายามควบคุมต้นทุน เช่น ชะลอการลงทุน ปรับปรุงกระบวนการทำงาน หรือเจรจาต่อรองราคายา แต่มาตรการเหล่านี้ช่วยได้เพียงบางส่วน และไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้

“บริหารเก่งแค่ไหน ถ้างบไม่พอ โรงพยาบาลไหนก็ไม่รอด”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

เสนอ 4 แนวทางปฏิรูป แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

พญ.รัชริน ยังเสนอแนวทางเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยเน้นการปฏิรูปเชิงโครงสร้างมากกว่าการอุดช่องว่างระยะสั้น

1. ทบทวนโครงสร้างงบประมาณให้สะท้อนต้นทุนจริง

ควรปรับกลไกการจัดสรรงบให้สอดคล้องกับต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้โรงพยาบาลต้องแบกรับภาระขาดทุนสะสม

2. นโยบายเพิ่มสิทธิประโยชน์ต้องมีงบรองรับจริง

การประกาศนโยบายเพิ่มสิทธิหรือบริการใหม่ควรมาพร้อมงบประมาณที่เพียงพอ ไม่ใช่ผลักภาระให้โรงพยาบาลรับผิดชอบเอง

3. ปฏิรูปกลไกการตัดสินใจของบอร์ด สปสช.

ควรเพิ่มความโปร่งใส และเปิดรับเสียงจากผู้ให้บริการในระบบ เพื่อให้การจัดสรรงบสะท้อนภาระงานจริง

4. ให้ความสำคัญกับบุคลากรในฐานะหัวใจของระบบ

บุคลากรไม่ควรถูกมองเป็นตัวแปรที่ต้องตัดเมื่อเงินไม่พอ เพราะการรักษาคนทำงานให้อยู่ในระบบอย่างมีศักดิ์ศรี เป็นปัจจัยสำคัญต่อความยั่งยืนของระบบสุขภาพ

“ถ้าเราต้องการให้ระบบบริการสาธารณสุขเดินต่อได้ เราต้องยอมรับว่าการรักษาคนทำงานให้อยู่ในระบบ มีขวัญกำลังใจและความมั่นคง สำคัญไม่แพ้เรื่องยา อาคาร หรือเครื่องมือ”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

โต้แนวคิด “โรงพยาบาลขาดทุนเพราะบริหารไม่ดี”

พญ.รัชริน ยังแสดงความเห็นต่อข้อวิจารณ์ที่ระบุว่า ปัญหาการขาดทุนของโรงพยาบาลเป็นเรื่องของการบริหารภายใน ไม่เกี่ยวกับ สปสช. เพราะไม่ใช่ผู้บริหาร รพ. โดยเห็นว่าแนวคิดดังกล่าวอาจไม่สะท้อนข้อเท็จจริงทั้งหมด

“หากเป็นเรื่องการบริหารเพียงอย่างเดียว เราไม่ควรเห็นโรงพยาบาลจำนวนมากประสบปัญหาสภาพคล่องพร้อมกันในระดับประเทศ”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

โดยอธิบายว่า โรงพยาบาลที่ยังมีสถานะการเงินดีในปัจจุบัน มักมีรายได้จากแหล่งอื่นมาชดเชย เช่น ประกันสังคม เงินบริจาค หรือกองทุนอื่น ไม่ได้พึ่งพางบหลักประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียว

“ถ้าโรงพยาบาลทุกแห่งพึ่งรายได้จากงบ UC เท่ากัน จะเห็นภาพชัดว่าปัญหาเกิดจากโครงสร้างงบ ไม่ใช่ความสามารถในการบริหารเพียงอย่างเดียว”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

ย้ำปัญหาเชิงโครงสร้างต้องแก้อย่างจริงจัง

พญ.รัชริน ทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการเติมงบประมาณเป็นระยะ อาจช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้เพียงชั่วคราว แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้

“หากยังใช้วิธีประคองปีต่อปี เดือนต่อเดือน โดยไม่ปรับโครงสร้างงบประมาณและกลไกตัดสินใจ ปัญหาก็จะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และอาจกระทบเสถียรภาพของระบบสุขภาพทั้งระบบ”

พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

กราฟิกราคาน้ำมันปรับขึ้น 3 บาท วันที่ 2 เม.ย. 69 สร้างจาก AI – บิดเบือนข้อมูล

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ถอดรหัส Lightning Talk “ทบทวนเรื่องเล่าเคล้าอคติสู่การแสวงหาความจริงร่วม”

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สุขภาพ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...