โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ชาญชัย’ จี้ ป.ป.ช.เอาผิด “อนุทิน-ครม.หนู1” ไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันทุจริตฯ ปมแก้สัมปทานดิวตี้ฟรี

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 05 เม.ย. เวลา 16.30 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 21.39 น.

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.จังหวัดนครนายก พรรคประชาธิปัตย์ พร้อม พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป และนายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ ยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษถึงประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ดำเนินคดีนายอนุทิน ชาญวีรกูล , คณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กรณีแก้ไขสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรีทำให้รัฐสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก ณ สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ

‘ชาญชัย’ จี้ ป.ป.ช.เอาผิด “อนุทิน-ครม.หนู1” ไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันทุจริต ปมแก้สัมปทานดิวตี้ฟรี – ขีดเส้นตาย 30 วัน หากไม่คืบหน้าขู่ตั้ง “ศาลประชาชน” ทวงเงิน 1.8 แสนล้าน คืนแผ่นดิน – ลากคนความผิดเข้าคุก

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเป็นมาของเรื่องนี้ว่า เป็นผลสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้จัดทำข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อป้องกันการทุจริต จากกรณีศึกษาการแก้ไขสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรี และสัญญาสัมปทานบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสารของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “ทอท.” ซึ่งข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.ดังกล่าวเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 32 ที่บัญญัติไว้ว่า “คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีหน้าที่อำนาจเสนอมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา ศาลองค์กรอิสระ หรือองค์กรอัยการ…”และวรรคสุดท้ายระบุว่า “เมื่อองค์กรตามวรรคหนึ่งได้รับแจ้งมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะของคณะกรรมการป.ป.ช. แล้ว หากเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการได้ ให้แจ้งปัญหาและอุปสรรคต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบต่อไป ทั้งนี้ ไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการ ป.ป.ช.”

หลังจากที่ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ทำหนังสือลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 พร้อมข้อเสนอแนะในกรณีดังกล่าวถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.กรณีดังกล่าว จึงมีมติมอบหมายให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงคมนาคม สำนักงานอัยการสูงสุด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติ โดยให้กระทรวงการคลังสรุปผลการพิจารณา และผลการดำเนินการในภาพรวมแล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งจากสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ฯ มาตรา 32 วรรคสุดท้าย ได้ให้เวลาคณะรัฐมนตรีดำเนินการแก้ไขตามข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.และแจ้งกลับมาที่ ป.ป.ช.ภายใน 90 วัน คือวันที่ 3 มีนาคม 2569

ปรากฏว่าจนถึงบัดนี้เป็นวันที่ตนมายื่นคำร้องกล่าวโทษต่อ ป.ป.ช. คือวันที่ 3 เมษายน 2569 ยังไม่มีหน่วยงานใด รวมทั้งคณะรัฐมนตรีแจ้งการดำเนินงานตามข้อเสนอแนะฯกลับมาที่ ป.ป.ช. ตามมาตรา 32 แต่อย่างใด

นายชาญชัย กล่าวต่อว่า ข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.ที่ทำหนังสือแจ้งเตือน ครม.เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 นั้นจะมีอยู่ประมาณ 5-6 ประเด็น แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ กรณีที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) แก้ไขสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรี และสัญญาสัมปทานบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้กับกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ซึ่ง ป.ป.ช.คาดว่าจะทำให้รายได้จากค่าผลประโยชน์ตอนแทนของ ทอท.ลดลง 18,021 ล้านบาทต่อปี รวมระยะเวลา 10 ปี จะทำให้ ทอท.สูญเสียรายได้ไปประมาณ 180,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของสัญญาดังกล่าว อาจมีผลกระทบต่อผลประโยชน์ตอบแทนที่รัฐควรได้รับ หรือ ก่อให้เกิดภาระผูกพันทางการเงินการคลังแก่รัฐ อาจเข้าข่ายที่จะต้องปฏิบัติตาม มาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการนำเสนอผลการศึกษาวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียประโยชน์ที่ได้รับส่งให้ที่ประชุม ครม.อนุมัติก่อนดำเนินการต่อไป

หลังจากที่ประชุม ครม.วันที่ 2 ธันวาคม 2568 มีมติรับทราบข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดังกล่าว และมีมติมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐไปดำเนินการตามที่ ป.ป.ช.แนะนำ ปรากฏว่า วันที่ 3 ธันวาคม 2568 บริษัท ท่าอากาศยานไทยได้ทำทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ ฯว่าที่ประชุมคณะกรรมการ ทอท.เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ได้มีมติอนุมัติให้ ทอท.ดำเนินการแก้ไขสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรี และสัญญาสัมปทานบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยการปรับลดค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำที่ต้องจ่ายให้กับ ทอท. หรือ “ลดรายได้ของตนเอง” และเลื่อนขยายสัญญาสัมปทานออกไปอีก 2 ปี โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงมติที่คณะรัฐมนตรีได้ส่งมาแจ้งให้ทราบแต่อย่างใด ดังนั้นตนจึงขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการดังต่อไปนี้

  • ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการเอาผิดกับคณะรัฐมนตรี โดยดำเนินคดีอาญา และแพ่งกับคณะรัฐมนตรีต่อศาลอาญาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวมทั้งนักการเมืองที่เกี่ยวข้องในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นี้ด้วย

2. ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.แจ้งต่อรัฐบาลว่า หาก ป.ป.ช.ได้มีข้อเสนอแนะไปถึงฝ่ายบริหารแล้ว ไม่ได้รับความสนใจ หรือ แก้ไขปรับปรุง ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช.ฯ ในมาตรา 32 กำหนดให้ ป.ป.ช.สามารถไปแจ้งให้ฝ่ายนิติบัญญัติไปดำเนินการสอบสวน หรือ อภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือ จะดำเนินการถอดถอน ได้อีกช่องทางหนึ่ง

3. ให้ดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลาง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง กระทรวงคมนาคม สำนักงานอัยการสูงสุด ตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาบ

4. กรณีนี้ถือเป็นความผิดที่ร้ายแรง ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน ตามาตรา 3 และมาตรา 5

วันนี้ผมมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.พร้อมพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นเอกสารของ ป.ป.ช.ทั้งหมด ซึ่งผมไม่ได้ไปกล่าวหา ทอท. แต่อยู่ในเอกสารของ ทอท.ทั้งหมดที่แจ้งเตือนไปยัง ครม. ซึ่งเขาได้ทำผิดตามที่ ป.ป.ช.ได้แจ้งเตือน วันนี้ถ้า ป.ป.ช.ไม่ทำอะไร ป.ป.ช.ก็อาจจะเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง ผมจะให้เวลา ป.ป.ช. 30 วัน หาก ป.ป.ช.ไม่ดำเนินการอะไร ผมจะอนุญาตมาตั้งศาลประชาชนที่หน้า ป.ป.ช. เพื่อทวงเงิน 180,000 ล้านบาท คืนแผ่นดิน รวมทั้งเอาคนผิดเข้าคุก เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับสาธารณะ นายชาญชัย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...