โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สทนช. ผนึกทุกหน่วย ปรับแผนเข้มจัดการน้ำแล้ง รับ ‘เอลนีโญ’ ยาวถึงสิ้นปี ยกระดับระบบข้อมูลและการเฝ้าระวัง

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 05 เม.ย. เวลา 16.30 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 22.09 น.

สทนช. ผนึกทุกหน่วย ปรับแผนเข้มจัดการน้ำแล้ง รับมือสภาวะ “เอลนีโญ” ช่วงมิ.ย.ยาวถึงสิ้นปี เตรียมยกระดับระบบข้อมูลและการเฝ้าระวังเพื่อรองรับความเสี่ยงน้ำน้อย

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ปากเกร็ด และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

เลขาธิการ สทนช. เปิดเผยว่า ปีนี้ประเทศไทยมีความเสี่ยงเผชิญภาวะฝนน้อยในช่วงครึ่งหลังของปี เนื่องจากคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอนโซที่มีสภาวะเป็นกลางในขณะนี้ มีแนวโน้มจะเปลี่ยนเข้าสู่ “สภาวะเอลนีโญ” ในช่วงเดือนมิถุนายน–สิงหาคม 2569 และอาจต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี กรมชลประทานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จึงได้ปรับแผนการบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับความเสี่ยงน้ำน้อย รวมถึงติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่ง ในช่วงต้นฤดูฝน (ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2569) พบว่า ภาพรวมของปริมาณน้ำในภาคกลางและภาคตะวันออก อาจต่ำกว่า 50% ของความจุเก็บกักรวม นอกจากนี้ ยังพบว่ามีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำแม่มอก อ่างเก็บน้ำคลองสียัด และอ่างเก็บน้ำวชิราลงกรณ ที่ปริมาณน้ำมีแนวโน้มลดลงจนต่ำกว่าเกณฑ์กักเก็บน้ำต่ำสุด จึงต้องเฝ้าระวังและวางแผนจัดสรรน้ำอย่างรัดกุม ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับสภาพอากาศที่มีความแปรปรวนสูงซึ่งยากต่อการคาดการณ์และวางแผน

โดยที่ประชุมได้เห็นชอบการปรับปรุงเกณฑ์การปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แบบพลวัต (Dynamic Operation Curve) ตามที่กรมชลประทานและ กฟผ. เสนอ โดยเน้นการบูรณาการข้อมูลคาดการณ์ฝนล่วงหน้า 6 เดือน เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ และคาดการณ์น้ำไหลลงอ่างฯ สำหรับใช้วางแผนการบริหารจัดการน้ำได้อย่างสอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากที่สุด เพื่อป้องกันอุทกภัยและสำรองกักเก็บน้ำต้นทุนไว้ใช้ในช่วงที่เกิดสถานการณ์เอลนีโญ

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบ (ร่าง) มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569 จำนวน 9 มาตรการ ซึ่งได้ปรับปรุงจากการถอดบทเรียนร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ในปี 2568 และเพิ่มกลไกขับเคลื่อนตามความเห็นของคณะกรรมการลุ่มน้ำ เพื่อให้การดำเนินงานชัดเจนและปฏิบัติได้จริงในระดับพื้นที่ โดยมอบหมายให้ สทนช. เสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติพิจารณาต่อไป เพื่อนำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการเตรียมความพร้อมสำหรับการบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนนี้

ในด้านสถานการณ์ภัยแล้ง ปัจจุบันยังไม่มีพื้นที่ประสบภัยแล้งตามประกาศเขตให้ความช่วยเหลือ (ภัยแล้ง) ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แต่ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่มีแนวโน้มเสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคนอกเขตการประปาส่วนภูมิภาค (ประปาท้องถิ่น) และเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤษภาคม–กรกฎาคม 2569 ที่มีโอกาสเกิดฝนทิ้งช่วงในบางพื้นที่

นายชยันต์ กล่าวเพิ่มเติมถึงปัญหาคุณภาพน้ำว่า ที่ประชุมได้หารือแนวทางการจัดการปัญหาคุณภาพน้ำและผลกระทบต่อสุขอนามัยในพื้นที่วิกฤต บริเวณแม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำกก โดย สทนช. จะประสานกรมควบคุมมลพิษ บูรณาการความร่วมมือกับสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) เพื่อพัฒนาระบบ Dashboard คุณภาพน้ำในภาพรวมของประเทศ สำหรับใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามสถานการณ์และสร้างการรับรู้ให้ประชาชนในพื้นที่ เพื่อยกระดับระบบข้อมูลและการเฝ้าระวังให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...