โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

มีนบุรี…อยู่กันยังไง ? แล้วกรุงเทพฯ ตะวันออก ไม่ใช่ลูกป๊าหรอ ?

Thai PBS

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเป็นแบบไหนกันแน่ ?

เป็นเพียงพื้นที่ชานเมืองที่หลายคนขับรถผ่านก่อนเข้าเมือง หรือเป็นย่านที่มีชีวิต มีเรื่องเล่า และความทรงจำในแบบของตัวเองซ่อนอยู่ตามสองข้างทาง

ชวนทำความรู้จัก กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ผ่านบทสนทนากับ แม็ก-เจษฎา ปัญญามูล และ ฟลุ๊ค-ณัฐพล สืบกระพันธ์ 2 หนุ่มจาก alien เอเลี่ยน ที่มีความผูกพันกับพื้นที่ในคนละแบบ มาร่วมเดินทาง แกะรอยวิถีชีวิต ความเปลี่ยนแปลง และเรื่องราวเล็ก ๆ ที่อยู่ใน ย่านมีนบุรี กับอีกมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้จัก

มีนบุรี…ตามวิถีคน(ชาน)เมือง

ถ้าจะเริ่มต้นทำความเข้าใจย่านสักย่านในกรุงเทพฯตะวันออก โดนเฉพาะ มีนบุรี อาจต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจเรื่องง่ายที่สุดนั่นคือ “การเดินทาง”

ลุง ป้า น้า อา สะพายกระเป๋าเป้ เดินเลือกซื้อกับข้าวอยู่ในตลาดมีนบุรี บางคนเพิ่งลงจากรถตู้ บางคนเพิ่งต่อรถเมล์กลับมาถึงบ้าน ท่าทางอิดโรย และฝีเท้าที่ค่อย ๆ เดินไปตามแผงขายอาหาร อาจดูเป็นภาพธรรมดาของตลาดยามเย็น

แต่สำหรับ แม็ก นี่คือภาพที่อธิบายชีวิตของคนมีนบุรีได้ดีที่สุด เพราะคนจำนวนไม่น้อยในย่านนี้ใช้เวลาหลายชั่วโมงไปกับการเดินทางเข้าออกเมือง

พวกเขาออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด เพื่อไปทำงานในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ ก่อนจะกลับมาถึงบ้านอีกครั้งในช่วงค่ำ เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่หลังจบวันทำงาน อาจมีเพียงการแวะซื้อข้าว ซื้อกับข้าว แล้วกลับไปพักผ่อน เพื่อเตรียมตื่นเช้าสำหรับการเดินทางอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น

นี่คือภาพที่ แม็ก เห็นมาตั้งแต่เด็ก และยังคงเห็นอยู่จนถึงวันที่เขาเติบโตขึ้นมาเป็นคนทำงาน ภาพของคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ต้องใช้ชีวิตอยู่ห่างจากศูนย์กลางของเมือง

เราเลยอยากทำความเข้าใจชีวิตของคนฝั่งกรุงเทพฯ ตะวันออก ว่าคนที่นี่ อยู่กันยังไง ?

“ผมเกิดที่นี่ โตที่นี่ แต่ยังไม่ตาย คนที่มาทำงานที่นี่เขาเดินทางกันลำบาก โดยเฉพาะช่วงที่ฝนตก เพราะคนที่นี่ขับมอเตอร์ไซค์เยอะ ถ้าวันไหนฝนตกเพื่อนที่ทำงานก็จะถ่ายเซลฟี่ เพื่อบอกพิกัดว่าอยู่ตรงไหน เมื่อก่อนออฟฟิศผมอยู่แถววิภาวดี ผมต้องนั่งรถจากบ้านมาที่ตลาดมีน แล้วขึ้นรถตู้ไปหมอชิต จากนั้นต่อรถเมล์เข้าวิภาวดีอีกที ผมจะจดเลยว่าแต่ละช่วงใช้เวลากี่นาที แล้วผมรู้สึกว่าคนแถวนี้มีสองแบบ คือไปก่อนเวลาเป็นชั่วโมง หรือไปสายเป็นชั่วโมง เพราะการเดินทางมันหลายต่อ เวลามันคลาดเคลื่อนมากต่อแถวรถตู้ รอรถเมล์ รถเมล์จอดเยอะ บางทีเปลี่ยนใจขึ้นรถตู้ แต่คิวรถตู้ยาว ต้องรอคันที่สองคันที่สาม เวลานัดเพื่อนในเมือง ผมเลยไปถึงก่อนเป็นชั่วโมง ไม่มีอะไรทำ ถ้ามองในแง่ดี ก็ได้อ่านหนังสือเยอะ ตลาดมีน เมื่อก่อนผมจะลงรถเมล์ แล้วเดินต๊อก ๆ แต๊ก ๆ ไปขึ้นรถตู้ ที่นี่นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางหลายอย่าง” แม็ก ฉายภาพชีวิตการเดินทางของคนมีนบุรี

มีนบุรี…ภาพจำชีวิตอีกแบบของกรุงเทพฯ

จริง ๆ เรื่องการเดินทาง นี่เป็นปัญหาหลัก ๆ ของคนที่อยู่นอกเมืองทั้งกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่มีนบุรี ซึ่งเรื่องนี้ ฟลุ๊ค ยืนยันอีกเสียง โดย แม็ก มองมีนบุรีผ่านความทรงจำของคนที่เกิดและเติบโตในพื้นที่ แต่สำหรับ ฟลุ๊ค นั้นรู้จักย่านนี้ผ่านการเดินทางไปทำงานทุกวันตอนที่รู้ว่าต้องมาประจำอยู่แถวรามอินทรา 83 เขาคิดเหมือนกับคนส่วนใหญ่ว่า “ไกล”

แต่หลังจากเดินทางซ้ำ ๆ ทุกวัน ความไกลค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความคุ้นเคย และทำให้เขาเริ่มมองเห็นชีวิตอีกแบบหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่อยู่นอกภาพจำของคนส่วนใหญ่

“ตอนแรกที่รู้ว่าต้องไปทำงานนอกเมืองก็จะรู้สึกว่าไกลจังเลยซึ่งก็ไกลจริงพอสักพักมันก็ชินและข้อดีของมันก็คือไม่ต้องไปแย่งทรัพยากรคนอื่นใช้ และมันเป็นการกระจายความหนาแน่นออกจากตัวเมือง ผมพูดกันเล่น ๆ กับเพื่อนว่าถ้าเลยเซ็นทรัลลาดพร้าวออกมาฝั่งรัชโยธิน ก็คือบ้านนอกนะ ไม่นับว่าเป็นโซนเมืองแต่การนิยาม หรือบอกว่าที่ไหนไม่ใช่เมืองอาจจะมองได้หลายมิติ ซึ่งถ้าพูดกันเล่น ๆ ก็อาจจะเป็นเรื่องของความเจริญหูเจริญตา สิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน ซึ่งในกรุงเทพฯ ชั้นในมีหลายพื้นที่ที่สามารถเดินทะลุถึงกันได้ ฟุตบาทก็พัฒนาแล้ว รถไฟฟ้า รถเมล์ก็เยอะ แต่พอต้องออกมาแถวชานเมืองก็ไม่ค่อยเห็นคนเดิน ทั้งที่ฟุตบาทก็กว้างแต่มันก็เดินไม่ได้ สุดท้ายข้างในก็เป็นซอยให้รถถวิ่ง ก็จำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวอยู่ดี” ฟลุ๊ค สะท้อนมุมมอง

ไม่ใช่แค่บทสนทนาที่ทำให้เราได้เข้าใจย่านนี้มากขึ้น แต่ทั้ง 2 คน กำลังพาเราเดินทางไปในที่ๆ เป็น จุดศูนย์รวมของผู้คนที่นั่น นั่นคือ ตลาดมีนบุรี ฟลุ๊ค เล่าว่า ตลาดมีนเป็นฮับของคนที่นี่ และใกล้ ๆ กันเป็นอู่รถเมล์เขาเรียกว่าเป็นศูนย์เซ็นเตอร์ของเมือง

“คือปกติในเมืองก็จะมีเซ็นเตอร์ เป็นศูนย์กลางของทุกอย่างใช่ไหม แต่พอในเมืองมันแน่นมาก แล้วเราต้องการกระจายความเจริญออกมา มันก็จะมีสิ่งที่เรียกว่าซับเซ็นเตอร์ คือในผังเมืองรวมที่ออกแบบใหม่ ปกติกรุงเทพฯ จะมีผังเมืองเป็นสี ๆ ใช่ไหม สีเขียว สีเหลือง เป็นย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย หนาแน่นปานกลาง สีแดงเป็นย่านพาณิชยกรรมอะไร” ฟลุ๊ค อธิบาย

เมื่อก่อน พื้นที่แถวยานนาวา มีนบุรี หนองจอก เป็นที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย เป็นพื้นที่สีเขียว ทำการเกษตร แต่พอเมืองขยาย เราต้องการกระจายความเจริญ เขาก็มีการปรับเปลี่ยนเมืองใหม่

ตัวมีนบุรีต้องปรับให้ขยายพื้นที่พาณิชยกรรมมากขึ้น แสดงว่าในอนาคตก็จะมีแหล่งงานมากขึ้น มีสถานที่ต่าง ๆ มากขึ้น คนก็จะอยู่ที่นี่มากขึ้น และอาจไม่ต้องเดินทางเข้าเมือง ถ้ามีแหล่งงานใกล้บ้าน

“พูดง่าย ๆ แบบคนทั่วไปก็คือ เดี๋ยวมันจะสร้างตึกสูงได้ และตึกสูงพวกนี้ก็จะเป็นทั้งออฟฟิศ สำนักงาน หรือพื้นที่เชิงพาณิชย์มากขึ้นแล้วจะมีห้างที่ใหญ่กว่าเดิม ทำให้คนไม่ต้องเข้าเมือง ไม่ต้องไปเดอะมอลล์บางกะปิอะไรอย่างนั้น โซนหนองจอกหรือมีนบุรี ก็เคยเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เขาศึกษาจะทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ล้มไปแล้ว เข้าใจว่าก็เป็นความพยายามจะขยายความเจริญออกมา” ฟลุ๊ค ฉายภาพเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ขนส่งมวลชน กทม. ครอบคลุม ทั่วถึงแค่ไหน ? สรุปข้อเสนอพัฒนาขนส่งสาธารณะเมืองกรุง

21 นาทีที่แล้ว

จาก ‘จุฬาฯ’ ไป ‘ห้วยขวาง’ มองกรุงเทพฯ ระหว่างทาง เมืองนี้…เดินได้ เดินดี จริงไหม ?

36 นาทีที่แล้ว

ผ่าทางตัน ! เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพฯ ที่ทุกคนเข้าถึงได้

49 นาทีที่แล้ว

อย่าเผลอจับ เตือน "แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส" พิษรุนแรง

49 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าว สังคม อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...