“USE AI, BUT VALUE HUMANITY ใช้เอไอแต่ไม่ลืมคุณค่าความเป็นมนุษย์”
โลกกำลังเปลี่ยนไปพร้อมกับนิยามใหม่ของการเป็นมนุษย์ เส้นแบ่งระหว่างวัยค่อย ๆ เลือนหาย ผู้คนไม่ยอมให้อายุเป็นกรอบจำกัดศักยภาพของชีวิตอีกต่อไป เด็กรุ่นใหม่เติบโตเร็วขึ้น ขณะที่ผู้ใหญ่กลับมีอิสระ ตัวตน และพลังทางเศรษฐกิจมากกว่าที่เคย ความสำเร็จแบบเดิมตามช่วงวัยถูกตั้งคำถาม พร้อม ๆ กับการที่สุขภาวะทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณกำลังก้าวขึ้นมาเป็นสินทรัพย์สำคัญของยุคสมัย ท่ามกลางโลกที่เทคโนโลยีและข้อมูลแทรกซึมลึกถึงระดับอารมณ์และความสัมพันธ์ เมื่อเอไอเริ่มทำหน้าที่รับฟัง โอบรับ และสร้างความผูกพันแทนมนุษย์ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าเทคโนโลยีทำอะไรได้บ้าง หากแต่คือเราจะออกแบบการใช้มันอย่างไร โดยไม่สูญเสียคุณค่าความเป็นมนุษย์ไปในกระบวนการนั้น
(Katherine Hanlon/ Unsplash)
เจนอัลฟากำลังก้าวผ่านวัยสู่เจนแรกที่ให้ความสำคัญกับทั้งประสบการณ์ในชีวิตจริงและประสบการณ์ทางดิจิทัล โดยคาดว่าเจนอัลฟาจะเป็นคนกลุ่มขนาดใหญ่ที่สุดและมีความหลากหลายมากที่สุดเท่าที่มีมา แนวโน้มคาดการณ์ McCrindle ปี 2024 ยังระบุเพิ่มเติมว่าเจนดังกล่าวจะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้ราว 5.46 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2029
ด้วยเหตุนี้ เจนอัลฟาจึงให้ความสำคัญกับความเปิดกว้าง คำนึงถึงคนทุกกลุ่ม และมุ่งเน้นเรื่องความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคมและอารมณ์สำหรับตนเองและผู้อื่น กลุ่มอัลฟาผ่านช่วงเวลาวัยเด็กตอนต้นในช่วงการระบาดครั้งใหญ่และการล็อกดาวน์ ซึ่งพ่อแม่จำนวนไม่น้อยต้องแบ่งเวลาทำงานและพึ่งพาหน้าจอเพื่อให้เด็ก ๆ มีอะไรทำ เจนนี้จึงได้รับฉายาว่า “เจน iPad” แต่ข้อมูลวิจัยกลับแสดงให้เห็นว่าพวกเขาชอบการปฏิสัมพันธ์ในชีวิตจริงมากกว่าโลกดิจิทัล ในสหรัฐอเมริกา การสำรวจเด็กอายุ 9-13 ปี โดย Razorfish ปี 2025 พบว่าราว 67% ชอบรับประทานอาหารกับครอบครัวและเพื่อน มากกว่ารับประทานอาหารขณะดูทีวีหรือเลื่อนฟีดโซเชียลมีเดีย เจนอัลฟาต้องการสร้างมิตรภาพและเสริมสร้างความสัมพันธ์ พวกเขาให้ความสำคัญกับการเล่น อารมณ์ขัน และความคิดสร้างสรรค์ ในฐานะเครื่องมือที่ใช้เชื่อมต่อกับผู้คนรอบตัว
(alpha.school/ Alpha School Miami)
เช่นเดียวกับด้านการเรียน Alpha School ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการศึกษารูปแบบเดิม นั่นคือการใช้เทคโนโลยีเอไอเพื่อการเรียนรู้ ด้วยระบบประเมินผลแบบเรียลไทม์ พร้อมให้คำแนะนำในการสร้างประสิทธิผลและความก้าวหน้าด้านการศึกษา ช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้เชิงวิชาการได้ครบถ้วนภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง ส่วนเวลาที่เหลือของวันจึงแบ่งไว้สำหรับการเรียนรู้เชิงทักษะชีวิต โปรเจ็กต์ที่สนใจ และกิจกรรมเสริมหลักสูตร ครูผู้สอนจะถูกเรียกว่า “ผู้ให้คำแนะนำ (Guides)” โดยไม่ได้ทำหน้าที่บรรยายหรือให้คะแนนผลงานในหลักสูตร แต่จะทำหน้าที่เป็นผู้สร้างแรงจูงใจ (Motivator) และที่ปรึกษา เพื่อช่วยให้ผู้เรียนยังคงมีส่วนร่วมและอยู่ในแนวทางที่ถูกต้อง โครงสร้าง Alpha School ถือเป็นรูปแบบผสมผสานที่สร้างสมดุลระหว่างการเรียนรู้ด้วยตนเองกับการมีส่วนร่วมกับผู้อื่น แนวทางนี้ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น 2 ประเด็นหลัก นั่นคือการสอนแบบเหมือนกันทั้งหมด (One-Size-Fits-All Instruction) และการเรียนรู้เฉพาะบุคคลที่ไม่มีประสิทธิภาพ Alpha School ยังคงรักษาข้อดีเชิงสังคมของการเรียนในโรงเรียนไว้ พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนตามจังหวะของตนเอง แต่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่จัดสรรไว้อย่างเหมาะสม
ปัจจุบัน เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกเกี่ยวกับทัศนคติของผู้ปกครองที่มีต่อเทคโนโลยี แม้ว่าส่วนใหญ่จะยังคงวิตกกังวลเรื่องการใช้เทคโนโลยี แต่ผลการวิจัยจาก Razorfish ในปี 2025 แสดงให้เห็นว่าผู้ปกครองของเจนอัลฟามองเห็นประโยชน์บางประการที่เทคโนโลยีมีต่อชีวิตของลูก ๆ ของพวกเขา ข้อมูลจากการตอบแบบสอบถามพบว่าผู้ปกครองราว 66% เชื่อว่าลูกของตนเองมีอิสระทางความคิดมากกว่าพวกเขาในช่วงวัยเดียวกัน และ 61% รู้สึกว่าลูก ๆ สามารถเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(Getty Images/ Unsplash)
การได้เชื่อมต่อกับเทคโนโลยีและสื่อต่าง ๆ อาจช่วยให้เจนอัลฟามีความสนใจที่กว้างขึ้นและค้นพบสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้น ผลการวิจัยยังแสดงให้เห็นว่าเจนอัลฟาช่วงอายุ 13 ปี สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้มากเท่ากับผู้ใหญ่ทั่วโลกโดยเฉลี่ย หรืออาจจะมากกว่า และเจนอัลฟากว่า 43% ยังใช้อุปกรณ์เหล่านั้นเพื่อเรียนรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในโลก เจนอัลฟาส่วนใหญ่ชอบคอนเทนต์ที่อ่านได้ไว เข้าใจง่าย และให้ความบันเทิง สื่อการเรียนรู้ที่ชื่นชอบมากที่สุดคือวิดีโอฮาวทูและงานดีไอวาย ในขณะที่วิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุดคือเกมและประสบการณ์แบบอินเทอร์แอ็กทีฟ ทางด้านแนวคิดเหมารวมที่ว่าเจนอัลฟาเชื่อมต่อกันผ่านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว ผู้ปกครองราว 62% กล่าวว่าลูกของตนเองเข้าสังคมมากกว่าตนในช่วงอายุเดียวกัน
(Julia M Cameron/ pexels)
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาสุขภาวะทางดิจิทัลยังต้องได้รับการใส่ใจควบคู่กันไป เพื่อลดการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์และการใช้โซเชียลมีเดียที่มากเกินไป ทั้งจากการออกแบบเพื่อลดสิ่งกระตุ้นการใช้งาน และ UX ที่เน้นย้ำความสำคัญของการพักเบรก ข้อมูลรายงานจาก Mintel ปี 2024 ระบุว่าเด็กอายุ 12-14 ปี จำนวน 6 ใน 10 คนในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่าพ่อแม่แนะนำให้พวกเขาดูแลสุขภาพจิต และรู้ว่าช่วงเวลาใดควรออกจากการใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสุขภาพจิตที่แข็งแรง
จากรูปแบบพฤติกรรมของเจนอัลฟา เราเริ่มเห็นแนวโน้มรูปแบบการเรียนรู้และการเข้าถึงสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งแนวโน้มนี้กำลังส่งต่อมายังเจนซี รุ่นพี่ที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยีและถือเป็น “ดิจิทัลเนทีฟ” อย่างแท้จริง พวกเขาไม่เพียงใช้ YouTube และ TikTok เพื่อความบันเทิง แต่ยังใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญอีกด้วย แพลตฟอร์มเหล่านี้นำเสนอวิดีโอเพื่อการศึกษามากมายที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา คอนเทนต์ครีเอเตอร์มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดเนื้อหาที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย ด้วยภาพและอินเทอร์แอ็กทีฟ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของเจนซีที่มองหาประสบการณ์การเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม เจนซีสามารถเลือกเรียนรู้หัวข้อที่สนใจ หยุด ดูย้อนหลัง หรือดูซ้ำได้ตามต้องการ วิดีโอยังช่วยให้พวกเขาสามารถสำรวจหัวข้อใหม่ ๆ ฝึกฝนทักษะ และเพิ่มพูนความรู้ในรูปแบบที่ทั้งสนุกและมีประสิทธิภาพ จึงไม่แปลกที่วิดีโอจะกลายเป็นสื่ออันทรงพลังในการสร้างแรงบันดาลใจและเชื่อมโยงผู้ที่สนใจกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เปลี่ยนการเรียนรู้ให้เป็นประสบการณ์ที่เข้าถึงง่าย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของพวกเขาอย่างแท้จริง
(Getty Images/ Unsplash)
การพัฒนาของเทคโนโลยีเอไอในระบบการศึกษาอย่างก้าวกระโดด ทำให้เกิดการปูพื้นฐานสำคัญสำหรับคนรุ่นใหม่ เพื่อให้สามารถเท่าทันนวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มไอวีลีกของสหรัฐอเมริกา ได้ก้าวขึ้นมาเป็นสถาบันแรกที่เปิดสอนหลักสูตรเฉพาะทางด้านเอไอ โดยมีการปรับเนื้อหาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นักศึกษาสามารถเลือกเรียนวิชาต่าง ๆ ทั้งการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ระบบอัลกอริทึม การวิเคราะห์ดาต้า และหุ่นยนต์ ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มการเรียนรู้ทางออนไลน์อย่าง Khan Academy เปิดตัวแชตบอต “Khanmigo” ซึ่งช่วยให้นักศึกษาสามารถคิดแก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์ได้ด้วยตนเอง แทนที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ปกครองหรือครูเท่านั้น
แม้ว่าการเรียนรู้จะเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญตั้งแต่วัยเด็ก แต่ระบบการเรียนรู้แบบคำนึงถึงคนทุกกลุ่มจะดึงดูดนักเรียนทุกวัย และปรับกรอบการศึกษาใหม่ให้เป็นการลงทุนตลอดชีวิต แนวทางนี้กำลังค่อย ๆ ปรับตัวเพื่อเน้นความสนใจและพรสวรรค์เฉพาะบุคคล มากกว่าการเติบโตในอาชีพการงานเพียงอย่างเดียว
(Getty Images/ Unsplash)
Road Scholar ช่วยวางแผนการเดินทางสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งมองว่าตนเองเป็น “นักเรียนรู้ที่กระตือรือร้น” โดยเน้นการเดินทางเพื่อเปิดประสบการณ์และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เป็นหลัก เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในสหรัฐอเมริกา ที่เปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่สำหรับผู้สนใจเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยนำเสนอหลักสูตรที่ไม่ใช่วุฒิปริญญา พร้อมกิจกรรมและเนื้อหาที่ถ่ายทอดผ่านเสียง เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาตนเองในสาขาต่าง ๆ ตามความสนใจ
ในแวดวงการทำงาน แม้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเอไอจะสร้างโอกาสใหม่ในการเติบโตทางธุรกิจ แต่ก็สร้างความกังวลให้กับพนักงานไม่น้อย โดยเฉพาะความกลัวว่าจะถูกเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ บริษัทควรให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพนักงานมากกว่าการมุ่งเน้นผลกำไรเพียงอย่างเดียว และมองว่าเอไอคือเครื่องมือที่สามารถช่วยยกระดับชีวิตการทำงานให้ดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัท ควรแสดงความโปร่งใสเกี่ยวกับแผนการนำเอไอมาปรับใช้ โดยสื่อสารให้พนักงานเข้าใจทิศทางและวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้วยการจัดประชุมและนำเสนอข้อมูล เพื่อให้พนักงานสามารถให้ข้อเสนอแนะและแสดงความกังวลในประเด็นต่าง ๆ ได้
(ThisisEngineering/ Unsplash)
บริษัทควรให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน ทั้งการยกระดับทักษะและการฝึกทักษะใหม่ผ่านหลักสูตรออนไลน์ เวิร์กช็อป และสัมมนา เพื่อให้พนักงานเข้าใจประสิทธิผลจากเอไอ หากบริษัทมีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะปรับลดพนักงานบางแผนกลงเนื่องจากมีการนำเอไอมาใช้งาน ควรมีการเตรียมแผนรองรับที่ชัดเจน เช่น การเสนอบทบาทใหม่และโอกาสให้กับพนักงานในตำแหน่งอื่น ๆ นอกจากนี้ ทักษะทางสังคม (Soft Skills) ทั้งความฉลาดทางอารมณ์ การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การทำงานเป็นทีม การเคารพซึ่งกันและกัน ความยืดหยุ่น ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการแก้ปัญหา และการคิดอย่างมีเหตุผล ยังคงมีความสำคัญต่อการทำงานในทุกยุคสมัย ทักษะเหล่านี้คือสิ่งที่เอไอยังไม่สามารถทดแทนได้ และเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานอย่างยั่งยืนในอนาคต
ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อโลกกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาที่ปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่เพียงเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างชีวิตประจำวัน แม้เอไอจะช่วยเพิ่มความเร็ว ประสิทธิภาพ และความสามารถในการจัดการความซับซ้อนของโลกยุคใหม่ได้อย่างมหาศาล แต่ในขณะเดียวกัน ผู้คนกลับยิ่งโหยหาคุณค่าที่เทคโนโลยีไม่อาจทดแทนได้ นั่นคือความหมายของการเป็นมนุษย์ ความรู้สึก ความสัมพันธ์ และการมีอยู่ของ “ชีวิตจริง” ท่ามกลางโลกดิจิทัลที่ไม่เคยหยุดทำงาน แนวคิด “USE AI, BUT VALUE HUMANITY ใช้เอไอแต่ไม่ลืมคุณค่าความเป็นมนุษย์” จึงไม่ใช่คำเตือนให้ถอยห่างจากเทคโนโลยี หากแต่เป็นคำชวนให้เราตั้งหลักและออกแบบอนาคตที่เอไอทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ช่วย ขณะที่มนุษย์ยังคงเป็นศูนย์กลางของความหมายและการตัดสินใจ
Key Takeaways
- การเล่นช่วยส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และความกล้าในการพัฒนาความสนใจ เพิ่มความสามารถ ช่วยปูพื้นฐานสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนเสริมสร้างทักษะ สุขภาวะที่ดีด้านอารมณ์และทักษะทางสังคม แม้ต้องเผชิญสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดก็ตาม
- Alpha School ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการศึกษารูปแบบเดิม ด้วยการใช้เทคโนโลยีเอไอเพื่อการเรียนรู้ ระบบประเมินผลแบบเรียลไทม์ พร้อมการให้คำแนะนำเพื่อเพิ่มประสิทธิผลและข้อแนะนำเพื่อความก้าวหน้าในการเรียนรู้ ซึ่งช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนรู้เชิงวิชาการ ทักษะชีวิต โปรเจกต์ที่สนใจ รวมทั้งกิจกรรมเสริมหลักสูตรตามความสนใจ
- ข้อมูลรายงานจาก Mintel ปี 2024 ระบุว่า 6 ใน 10 คนของเด็กอายุ 12-14 ปีในสหรัฐอเมริกา กล่าวว่าพ่อแม่แนะนำให้พวกเขาดูแลสุขภาพจิต และรู้ว่าช่วงเวลาใดควรหยุดใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสุขภาพจิตที่แข็งแรง
- แม้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเอไอจะสร้างโอกาสใหม่ในการเติบโตทางธุรกิจ แต่ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้พนักงานรู้สึกกังวลว่าจะถูกเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่ บริษัทจึงควรให้ความสำคัญด้านการใช้ชีวิตของพนักงาน มากกว่ามุ่งหวังเป้าหมายด้านผลกำไรเพียงอย่างเดียว และใช้เอไอเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยยกระดับชีวิตการทำงานให้ดีขึ้น
คุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับกรอบความคิดแบบเด็ก เช่น ความอยากรู้อยากเห็น ความสงสัย และความคิดเชิงจินตนาการ ซึ่งสะท้อนถึงอิสระในการสำรวจและการเปิดรับความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ช่วยปูพื้นฐานสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต สอดคล้องกับรูปแบบการเรียนรู้ด้วยตนเองที่มีความหลงใหลของผู้เรียนเป็นตัวขับเคลื่อนและเป็นจุดตั้งต้นหลัก การเข้าถึงชุดข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบทั้งแบบดั้งเดิม แพลตฟอร์มออนไลน์ การแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการมีส่วนร่วมผ่านโครงการหรือการตั้งโจทย์จากปัญหาที่ตนเองเผชิญอยู่ ทำให้ประสบการณ์ทางการศึกษามีชีวิต ตอบโจทย์ผู้เรียน ช่วยขยายผลในทิศทางที่กว้างขึ้น และสะท้อนความจริงในช่วงเวลานั้น ๆ มากกว่าที่เคยเป็น อย่างไรก็ดี แม้การเรียนรู้จะเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญตั้งแต่วัยเด็ก แต่ระบบการเรียนรู้แบบคำนึงถึงคนทุกกลุ่ม และการปรับกรอบการศึกษาใหม่เพื่อให้เป็นการลงทุนตลอดชีวิต จะค่อย ๆ ปรับตัวและดึงดูดนักเรียนทุกวัย โดยให้น้ำหนักเรื่องความสนใจและพรสวรรค์ส่วนบุคคลมากกว่าการเติบโตในอาชีพการงานเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีผลต่อแนวโน้มการนำเอไอมาใช้ในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้เป็นอย่างมาก แม้เอไอยังถือเป็นเรื่องใหม่ แต่บริษัทควรคำนึงถึงจริยธรรมและเป็นตัวอย่างที่ดี โดยให้ความสำคัญด้านการลงทุนกับคนทำงาน แทนที่จะมุ่งเน้นที่การลดต้นทุน ให้ลองพิจารณาว่าจะใช้เอไอเพิ่มประสิทธิผลมากขึ้นได้อย่างไรโดยเน้นคนเป็นศูนย์กลาง เช่น อนุญาตให้พนักงานทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน ลดวันทำงาน หรือการลาหยุด การใช้เอไอเพื่อประโยชน์เหล่านี้ มีส่วนทำให้ธุรกิจใส่ใจคนทุกกลุ่มมากขึ้น ถือเป็นการใช้เทคโนโลยีเชิงบวกพร้อมกับการพัฒนาคนไปพร้อมกัน
(Getty Images/ Unsplash)
The Power of Play พลังแห่งการเล่น
การเล่นเป็นวิธีสำคัญที่เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเองและโลกรอบตัว ตลอดจนกระตุ้นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และความกล้าในการพัฒนาความสนใจ ทั้งหมดนี้ช่วยปูพื้นฐานสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจสิ่งใหม่ ๆ การเอาชนะความกลัวและอุปสรรค ไปจนถึงการหาเพื่อนใหม่ นอกจากนี้ การเล่นยังมีความสำคัญต่อการเสริมสร้างทักษะ สุขภาวะที่ดีด้านอารมณ์ และความยืดหยุ่นที่จำเป็นต้องมี เพื่อพัฒนาทักษะทางสังคม อารมณ์ และความคิด แม้ต้องเผชิญสถานการณ์ที่ท้าทายที่สุดก็ตาม ด้วยเหตุนี้ การดึงศักยภาพผ่านกิจกรรมการเล่นต่าง ๆ พร้อมสร้างจินตนาการถึงโลกที่อยู่ การค้นหาความเป็นไปได้ของอนาคตมาใช้ ตลอดจนการปรับโครงสร้างโปรแกรมการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ภายใต้บริบทการเล่น ความอยากรู้อยากเห็น และการผจญภัย จึงเป็นเรื่องสำคัญ ตัวอย่างเช่นสิงคโปร์ หนึ่งในประเทศที่มีโปรแกรมการศึกษาชั้นนำระดับโลก กำหนดให้โรงเรียนให้การบ้านน้อยลง เพื่อให้นักเรียนมีเวลาสำหรับการค้นพบด้วยตนเองมากขึ้น
Kid Intelligence (KI) ความชาญฉลาดด้วยจิตวิญญาณแบบเด็ก
ความคิดสร้างสรรค์ไม่เพียงทำให้ชีวิตและการเรียนรู้มีชีวิตชีวาเท่านั้น แต่ยังช่วยบำบัดอารมณ์และเป็นการแสดงออกถึงตัวตน ที่สำคัญความชาญฉลาดด้วยจิตวิญญาณแบบเด็ก (Kid Intelligence: KI) ยังตอกย้ำคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับกรอบความคิดของเด็ก เช่น ความอยากรู้อยากเห็น ความสงสัย และความคิดเชิงจินตนาการ สะท้อนถึงอิสระในการสำรวจและการเปิดรับความเป็นไปได้ใหม่ ๆ เช่นเดียวกับความสามารถของเด็กในการเข้าถึงโลกด้วยความเปิดกว้างและความคิดสร้างสรรค์ ผลการศึกษาโดยศาสตราจารย์ดอนน่า แมตธิวส์ (Dona Matthews) นักจิตวิทยาพัฒนาการ ระบุไว้อย่างน่าสนใจว่ามีความเป็นไปได้และโอกาสที่น่าทึ่ง ว่าสมองสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ตลอดช่วงชีวิตผ่านกลไกที่เรียกว่าความยืดหยุ่นของระบบประสาท โดยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยชรา สมองจะพัฒนาขึ้นเมื่อปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบตัว ทำกิจกรรมที่มีความหมาย ตลอดจนท้าทายตัวเองให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
Self-Taught Generation ยุคแห่งการเรียนรู้ด้วยตนเอง
สตีฟ เลวิตต์ (Steve Levitt) มองว่าระบบการศึกษาในปัจจุบัน เป็นการสะสมการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทับซ้อนกันมาหลายร้อยปี จนทำให้ละเลยวัตถุประสงค์หลักของการศึกษา นั่นคือการสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีการปรับตัวที่ดี มีความอยากรู้อยากเห็น และตื่นเต้นกับโลก เมื่อสภาพแวดล้อมการเรียนรู้แบบเดิม ๆ กำลังถูกท้าทาย โมเดลการศึกษาแบบเรียนรู้ด้วยตนเองที่ให้ผู้เรียนเป็นเจ้าของ มีสิทธิ์ตัดสินใจประเด็นที่ตนเองสนใจ และแสวงหาประสบการณ์อย่างอิสระ ภายใต้หลักสูตรที่มีความหลงใหลของผู้เรียนเป็นตัวขับเคลื่อนและเป็นจุดตั้งต้นหลัก การเข้าถึงชุดข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบทั้งแบบดั้งเดิม แพลตฟอร์มออนไลน์ การแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการมีส่วนร่วมผ่านโครงการหรือการตั้งโจทย์จากปัญหาที่ตนเองเผชิญอยู่ ทำให้ประสบการณ์ทางการศึกษามีชีวิต ตอบโจทย์ผู้เรียน ขยายผลในทิศทางที่กว้างขึ้น และสะท้อนความจริงในช่วงเวลานั้น ๆ มากกว่าที่เคยเป็น ระบบการเรียนรู้รูปแบบดังกล่าวจึงครอบคลุมและดึงดูดผู้สนใจทุกกลุ่มวัย เป็นกรอบการศึกษาที่เน้นการพัฒนาตนเองตลอดชีวิตตามความสนใจส่วนบุคคล มากกว่าเน้นการเติบโตในสายอาชีพหรือการทำงานเพียงอย่างเดียว
The Dignity of Work ศักดิ์ศรีในที่ทำงาน
เพราะบริษัทไม่ได้ประกอบขึ้นด้วยตัวบริษัทเอง แต่เป็นเหล่าพนักงาน การเคารพในคุณค่าและศักดิ์ศรีในที่ทำงาน ซึ่งรวมถึงการให้เกียรติ ความเสมอภาค และการส่งเสริมสิทธิของพนักงานในที่ทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการเคารพความคิดเห็น การสนับสนุนการทำงานเป็นทีม และการปกป้องพนักงานจากการถูกเลือกปฏิบัติ จึงเป็นเรื่องสำคัญ ประเด็นนี้ชัดเจนมากขึ้นหลังการระบาดครั้งใหญ่ แอลิสัน โอเมนส์ (Alison Omens) ประธานบริษัท JUST Capital องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ดูแลการจัดอันดับบริษัทต่าง ๆ ตามประเด็นที่ชาวอเมริกันให้ความสนใจมากที่สุด ระบุว่างานเป็นสิ่งที่นำแต่ละคนมารวมกัน ทุกคนต่างรู้ความหมายของการทำงานหนัก เพราะต้องการดูแลครอบครัวและเป็นส่วนหนึ่งของคอมมิวนิตี้ งานจึงควรสะท้อนการเชื่อมโยงทั้งงานที่ดีและการมีศักดิ์ศรีในที่ทำงาน ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญที่ผู้นำทางธุรกิจต้องคำนึงถึง และเพื่อพิสูจน์เพิ่มเติมว่าสุขภาวะที่ดีของพนักงานจะส่งผลดีต่อประสิทธิผลของบริษัท การวิจัยจาก Fortune 500 แสดงให้เห็นว่าบริษัทที่ให้ความสำคัญกับบุคลากรและลงทุนด้านบุคลากรเป็นอันดับแรก มีตัวเลขด้านผลกำไรและการเติบโตสูงขึ้น 50%
ที่มา:
TREND 2026: MAZE OF ECHOES — วงกตแห่งเสียงสะท้อนที่ซ่อนโอกาสไว้ภายใน
สำรวจเทรนด์โลกในวันที่ “เสียงสะท้อน” จากอดีตและปัจจุบันกำลังก่อรูปอนาคตใหม่ พร้อมเข้าใจ 4 มิติแห่งการเปลี่ยนแปลงที่คุณต้องไม่พลาดกับอีบุ๊ก “เจาะเทรนด์โลก 2026 (TREND 2026)” โดย CEA ดาวน์โหลดฟรี ได้ที่
https://www.tcdc.or.th/…/resour…/e-book/35030-Trend-2026
พร้อมอีก 2 เล่มเพื่อเสริมและต่อยอดความเข้าใจเทรนด์อย่างลึกซึ้ง
Creative Resource: รวมฐานข้อมูลและแหล่งคลังแรงบันดาลใจจากเทรนด์ทั่วโลก
https://www.tcdc.or.th/…/35031-Creative-Resource-2026
Local Trend: สำรวจเทรนด์พื้นถิ่นไทยกับประเด็น Circular Fashion in the South อนาคตแฟชั่นหมุนเวียน “สงขลา–ปัตตานี” บนเส้นทางแห่งโอกาสและความท้าทาย
https://www.tcdc.or.th/…/e-book/35032-Local-Trend-2026