โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คิดจะให้โลกพัก คิดถึงคิทแคท

นิตยสารคิด

อัพเดต 20 ธ.ค. 2564 เวลา 03.19 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2564 เวลา 03.19 น.
Kit-Kat-cover

“คิดจะพัก คิดถึงคิทแคท” คือสโลแกนสุดฮิตติดหูของขนมหวานยอดนิยมอย่าง “คิทแคท” ที่ครองใจผู้คนทุกเพศทุกวัยทั่วโลกมาอย่างยาวนาน ส่งผลสู่การผลิตกว่าพันล้านชิ้นต่อปี แน่นอนว่าความอร่อยจำนวนมหาศาลนั้นย่อมแลกมาด้วยจำนวนขยะจากหีบห่อที่บรรจุความอร่อยนั้นมาจำนวนมากเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เนสท์เล่ บริษัทเจ้าของขนมยอดฮิตนี้ก็มีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น โดยได้ตั้งเป้าหมายและมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้สามารถรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 100% ตลอดจนลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่ลง 1 ใน 3 ภายในปี 2025 และมุ่งหวังว่าจะไม่มีบรรจุภัณฑ์ของบริษัทหลุดลอยไปสู่แหล่งน้ำและกลายเป็นขยะฝังกลบอีกด้วย ดังนี้แล้วคิทแคทจึงเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ตอบรับกับนโยบาย และกลายมาเป็นขนมที่ทั้งดีต่อใจและดีต่อโลกมากขึ้น

Nestlé Japan

แน่นอนว่าหนึ่งในดินแดนสวรรค์สำหรับคนรักคิทแคทคงไม่พ้นที่จะเป็นญี่ปุ่น ดินแดนที่รังสรรค์ความแปลกใหม่ให้กับขนมเวเฟอร์เคลือบช็อกโกแลตนี้อย่างไม่รู้จบ จนกลายเป็นหนึ่งในไอเท็มของฝากสุดฮิตที่นักท่องเที่ยวหลายคนต้องหิ้วกลับไปฝากคนทางบ้าน พร้อมด้วยความสะดวกของบรรจุภัณฑ์ที่ห่อเป็นชิ้นเล็ก ๆ ภายในห่อใหญ่ ทำให้ง่ายต่อการแจกจ่ายให้กับเพื่อน ๆ ได้ลิ้มลอง อย่างไรก็ตามเมื่อทางแบรนด์ได้สร้างพันธกิจเพื่อโลกขึ้น คิทแคทญี่ปุ่นเองจึงพยายามที่จะปรับเปลี่ยนแพคเก็จจิงให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย โดยในปี 2019 คิทแคทได้เริ่มเปลี่ยนวัสดุของบรรจุภัณฑ์ห่อใหญ่จากเดิมที่เคยใช้พลาสติกมาเป็น “กระดาษ” ซึ่งคาดว่าจะสามารถลดปริมาณของพลาสติกกว่า 380 ล้านตันต่อปี โดยนำร่องด้วย 4 รสชาติคือออริจินัล มัทฉะ และรส Adult Sweetness ของทั้ง 2 รสชาติ ทั้งนี้ห่อกระดาษยังซ่อนกิมมิกเล็ก ๆ สุดคาวาอี้ เมื่อห่อกระดาษนั้นสามารถนำไปใช้เป็นวัสดุสำหรับพับโอริกามิเป็นรูปนกกระเรียนได้ โดยนกกระเรียนนั้นเป็นสัญลักษณ์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นในการถ่ายทอดความคิดและคำอวยพรให้แก่คนที่คุณรัก ดังนั้นแล้ว นกกระเรียนคิทแคทจึงยิ่งย้ำชัดถึงการส่งต่อคำหวานให้แก่คนที่คุณห่วงใย ดังเช่นแคมเปญก่อนหน้าที่ได้เคยดีไซน์ห่อขนมให้มีพื้นที่สำหรับเขียนความปรารถนาดีเพื่อส่งต่อให้กัน นอกจากนี้ กิมมิกนกกระเรียนยังสัมพันธ์กับความเชื่อมโยงของแบรนด์ (Brand Association) ในฐานะเครื่องรางนำโชค เนื่องจากการออกเสียงแบรนด์คิทแคทในภาษาญี่ปุ่นนั้นคล้องไปกับคำว่า kitto katsu ที่แปลอย่างคร่าว ๆ ได้ว่า “คุณจะชนะอย่างแน่นอน” นั่นเอง ในช่วงปี 2020 ที่ผ่านมาคิทแคทญี่ปุ่นยังได้เปิดตัวรสชาติใหม่ชื่อว่า “Ocean Salt” พร้อมกับห่อบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากกระดาษลายน่ารักถึง 4 เวอร์ชั่น ทั้งยังมีวิธีการพับโอริกามิในรูปใหม่ ๆ นอกเหนือจากนกกระเรียน ได้แก่ เต่าทะเล แมวน้ำ กระเบน และโลมา เพื่อต้อนรับรสชาติแห่งท้องทะเล ทั้งยังหักรายได้ 10 เยนต่อห่อเพื่อบริจาคให้กับภารกิจ “Zero Waste Japan” อีกด้วย 

KitKat - Give The Planet A Break from KitKat on Vimeo.

ในขณะเดียวกัน คิทแคทออสเตรเลียก็ได้ปล่อยแคมเปญ “Give the Planet a Break” เพื่อรณรงค์ให้ผู้บริโภคสามารถทำการรีไซเคิลขยะได้อย่างถูกต้อง หลังจากที่ผลสำรวจชี้ว่าชาวออสเตรเลียเกือบครึ่งรีไซเคิลไม่ถูกวิธี ห่อบรรจุภัณฑ์ของคิทแคทซึ่งเป็นพลาสติกอ่อน (Soft Plastic) นั้น ต้องการกระบวนการรีไซเคิลที่แตกต่างไปจากพลาสติกอื่น ๆ โครงการนี้จึงมีการจัดตั้งถังขยะ Redcycle สำหรับรับขยะพลาสติกอ่อนทั้งจากบรรจุภัณฑ์ของคิทแคทและห่อขนมอื่น ๆ เพื่อนำไปรีไซเคิลกลายเป็นสิ่งของต่าง ๆ ทั้งม้านั่งหรือรั้วได้ต่อไป นอกจากนี้ตัวแพคเก็จจิงของคิทแคทยังมีดีไซน์ใหม่เพื่อตอบรับกับโครงการดังกล่าว กลายมาเป็นรูปคิทแคทที่เรียงตัวเป็นสัญลักษณ์รีไซเคิลแทนรูปปกติที่เราเห็นจนชินตา ทั้งนี้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาคิทแคทออสเตรเลียยังได้ร่วมมือกับบริษัทอื่น ๆ ในการสร้างวงจรที่สมบูรณ์สำหรับพลาสติกอ่อนบรรจุอาหาร โดยหลังจากที่ได้มีการแยกขยะพลาสติกอ่อนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พลาสติกเหล่านั้นจะถูกนำไปแปรให้เป็นน้ำมันเพื่อใช้ในการผลิตห่อบรรจุภัณฑ์แบบฟู๊ดเกรดต่อไป ซึ่งพลาสติกอ่อนที่ผลิตได้นั้นมาจากการรีไซเคิลถึง 30% นับได้ว่าปรากฏการณ์ดังกล่าว รวมถึงแคมเปญที่มีอยู่ก่อนหน้าล้วนแล้วแต่ช่วยลดจำนวนของพลาสติกอ่อนที่ต้องไปจบชีวิตอยู่ในหลุมฝังกลบอย่างมหาศาลเลยทีเดียว 

สำหรับในประเทศไทยเอง แม้ว่าจะยังไม่เห็นการปรับตัวของห่อบรรจุคิทแคทที่แน่ชัด แต่เราก็ยังเห็นความพยายามในด้านการเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อาทิ ซองไอศกรีมและกาแฟที่ผลิตจากกระดาษ หรือการเปลี่ยนกระป๋องเหล็กเป็นอลูมิเนียมที่สามารถรีไซเคิลได้ รวมถึงการออกแบบขวดที่ใช้พลาสติกน้อยลงด้วย นี่จึงเป็นที่คาดหวังว่าในอนาคตห่อคิทแคทของประเทศเราอาจจะมีลูกเล่นที่รักโลกดังเช่นประเทศอื่น ๆ บ้าง 

เพราะคงไม่ใช่แค่เราที่อยากจะพัก แต่โลกก็คงอยากจะพักจากสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายนี้แล้วเช่นกัน 

ที่มา :
บทความ “From KitKat packaging to origami” โดย Elisabeth Skoda จาก packtouchpoints.com
บทความ “KitKat replaces outer plastic packaging for paper you can fold into origami” จาก jamieduriesgroundswell.com 
บทความ “Zero-Waste Origami Packaging” โดย Laura McQuarrie จาก trendhunter.com 
บทความ “KitKat Dives Into Zero Waste With Origami Wrappers You Can Fold Into Sea Animals” โดย Mikelle Leow จาก designtaxi.com 
บทความ “KitKat Dives Into Zero Waste With Origami Wrappers You Can Fold Into Sea Animals” โดย Mikelle Leow จาก designtaxi.com 
บทความ “GIVE THE PLANET A BREAK” จาก kitkat.com.au
บทความ “KitKat pack prototypes recycled soft plastic wrapper” โดย Lindy Hughson & Jan Arreza จาก packagingnews.com.au 
บทความ “สานต่อพันธกิจความยั่งยืนด้วยบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” จาก nestle.co.th 
บทความ “ ‘KitKat’ ปรับแพ็กเกจจิ้ง เปลี่ยนโลโก้ เป็นสัญลักษณ์ ‘รีไซเคิล’ พร้อมเปิดแคมเปญ ‘Give the planet a break’”  โดย wp จาก brandbuffet.in.th

เรื่อง : บุษกร บุษปธำรง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

พลิกโฉมอุตสาหกรรมอวกาศ! จีนเปิดตัวจรวดลองมาร์ช-10 บี (Long March-10B) พร้อมความสำเร็จในการกู้คืนจรวดกลางทะเล

SPACEMAN

ไอเทมรับมือหน้าฝนอย่างมือโปร เปลี่ยนความเปียกปอนให้กลายเป็นความคล่องตัว โดยน้องกบ

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

ทรงกลมเหล็กปริศนาโผล่หาดออสเตรเลีย! องค์การอวกาศออสเตรเลีย คาดเป็นขยะอวกาศตกสู่โลก

SPACEMAN

ทอดผ้าป่าสามัคคีวัดกล้าขอุ่ม! ระดมทุนเทพื้นญาปนสถาน-พัฒนาการศึกษาโรงเรียนปทุมธานี

77kaoded

มนุษย์โกงความตายได้จริงไหม? เมื่อความหมกมุ่นกับอายุขัยและสุขภาพมากเกินไป อาจทำให้ชีวิตเคร่งเครียดเกินความจำเป็น

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

เมื่อเสียงดนตรีและเพลงป๊อปกลายเป็นผู้เล่นคนที่ 12 ในศึกฟุตบอลโลก

THE STANDARD
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...