โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มนุษย์โกงความตายได้จริงไหม? เมื่อความหมกมุ่นกับอายุขัยและสุขภาพมากเกินไป อาจทำให้ชีวิตเคร่งเครียดเกินความจำเป็น

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ในหนังไซไฟเรื่อง Prometheus ตัวละครชื่อ ปีเตอร์ เวย์แลนด์ เป็นนักวิทยาศาสตร์และนักสร้างหุ่นดรอยด์ที่สร้างโปรเจกต์พานักวิทยาศาสตร์ไปพบกับผู้สร้างมนุษย์ที่นอกโลก โดยอ้างว่าเป็นการค้นคว้าครั้งสำคัญของมนุษยชาติ แต่ภายหลังเวย์แลนด์กลับวางแผนทั้งหมดเพื่อต่อรองกับผู้สร้างมนุษย์รายนี้เพื่อทำให้ตัวเองกลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้ง หนังเรื่องนี้ไม่บอกเล่าแค่เพียงความบันเทิง แต่ยังสื่อสารถึงความกระเสือกกระสนของมนุษย์ที่อยากจะมีอายุยืนยาวให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ มนุษย์อยากจะเป็นมากกว่ามนุษย์ คือการอยากจะเป็นพระเจ้าเสียเอง และยังสะท้อนให้เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อปรารถนาเหนือธรรมชาติของมนุษย์กับเทคโนโลยีล้ำสมัยมาอยู่ด้วยกัน

เช่นเดียวกันกับนิยายคลาสสิกเรื่อง The Picture of Dorian Gray ที่ ดอเรียน เกรย์ อยากคงความเป็นเยาวน์จึงยอมแลกวิญญาณเข้าแลกกับภาพวาด จนเกิดกลายเป็นคำว่า ดอเรียนเกรย์ซินโดรม (Dorian Gray Syndrome) เพราะแนวคิดเรื่องความยืนยาวของชีวิต หรือความเป็นอมตะนั้นปรากฏอยู่ในตำนานเรื่องเล่าของมนุษย์มาช้านาน มนุษย์มีความโหยหาสิ่งนี้อยู่เสมอ เพราะต่างกลัวในสิ่งเดียวกันคือ “ความตาย”

ในโลกความจริงนั้นการมีชีวิตยืนยาวเป็นสิ่งที่ ไบรอัน จอห์นสัน (Bryan Johnson) กำลังทำให้เห็นเป็นรูปธรรมเมื่อมนุษย์สามารถกอบโกยทุน ค้นคว้า และทดลองเพื่อให้ชะลอความชราให้กลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง ดังนั้น ถ้าพูดถึงคนที่สุดโต่งในเรื่องของความยืนยาวของชีวิต หรือ Longevity นั้นก็คงไม่มีใครไม่รู้จักเขา

ไบรอัน จอห์นสัน เป็นชายวัย 48 ปี และยังเป็นผู้ประกอบการ ผู้ก่อตั้งและอดีตซีอีโอบริษัท Kernel ซึ่งเป็นบริษัทที่สร้างอุปกรณ์ในการบันทึกตรวจจับการทำงานของสมอง สิ่งที่เขาหมกมุ่นมากที่สุดคือการทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวเองมีชีวิตยืนยาว และชะลอความชราเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น เขาจึงทุ่มตัวเองด้วยการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ทำการบำบัดด้วยออกซิเจน และใช้เงินลงทุนสร้างบริษัทสตาร์ทอัป Blueprint เพื่อขายสินค้าเกี่ยวกับอาหารเสริมเพื่อดูแลร่างกายกับผม และ Blueprint Protocol ชุดมาตรฐานสำหรับคนที่อยากชะลอวัยประกอบด้วยตารางการกินอาหาร ตารางการนอน การออกกำลังกาย และการบำบัดที่สร้างขึ้นโดยจอห์นสันกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

บริษัท Blueprint สามารถเรี่ยไรเงินได้กว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากบรรดานักลงทุนในซิลิคอนวัลลีย์ และดาราดังอย่าง คิม คาร์เดเชียน และปารีส ฮิลตัน สะท้อนให้เห็นว่าในบรรดากลุ่มคนฐานะที่ดีพร้อมจ่ายเพื่อให้ตัวเองหนีห่างไกลกับคำว่า แก่ชรา และความตาย ให้ได้มากที่สุด

สิ่งที่ทำให้จอห์นสันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือการที่เขาฉีดมีเซนไคมัลสเตมเซลส์ (Mesenchymal Stem Cell หรือ MSCs) หรือเซลล์ต้นกำเนิดชนิดมีเซนไคม์ที่พบได้ในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เข้าร่างกายจำนวนกว่า 300 ล้านเซลล์ โดยเฉพาะบริเวณข้อต่อ แม้ว่าการฉีดสเตมเซลล์จะเป็นที่ยอมรับในวงการแพทย์ในเรื่องของวิธีการฟื้นฟูร่างกาย แต่จำนวนที่จอห์นสันใช้นั้นนับว่าเยอะจนน่าเป็นห่วง

ไม่พอเขายังเดินทางไปที่หาคลินิกผู้เชี่ยวชาญในประเทศฮอนดูรัสเมื่อปี 2023 เพื่อทำการบำบัดยีนตัวเองในราคา 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ วิธีการคือการฉีดพลาสมิดดีเอ็นเอหรือโมเลกุลดีเอ็นเอวงกลมขนาดเล็กเพื่อเป็นการสั่งเซลล์ให้สร้างโปรตีนที่เรียกว่าฟอลลิสแตติน (follistatin) ออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งฟอลลิสแตตินจะช่วยลบล้างไมโอสแตตินหรือโปรตีนที่ทำหน้าที่ควบคุมและจำกัดการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ หลังจากหยุดให้กล้ามเนื้อหยุดสร้าง การบำบัดจะเป็นการบังคับให้ร่างกายสร้างและคงไว้ซึ่งมวลกายไร้ไขมันโดยไม่จำเป็นต้องออกกำลังเสริม จอห์นสันกล่าวว่าหลังจากที่เขาทำบัดบัดตรงนี้มา เขาสามารถสร้างฟอลลิสแตตินมากถึง 160 เปอร์เซ็นต์ และสามารถเพิ่มมวลกล้ามเนื้อจำนวน 7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งกระบวนทั้งหมดนี้ทำให้เขาอ่อนวัยลงจากเดิม

จอห์นสันยังคงหาวิธีในการชะลอวัยอยู่เรื่อยๆ โดยล่าสุดเขาทำการทดลองเกี่ยวกับพลาสมาด้วยการรับพลาสมาเป็นลิตรจากลูกชายวัย 17 ปี และนำพลาสมาของตัวเองไปให้กับพ่อวัย 70 ปี แต่ผลลัพธ์คือร่างกายเขานั้นมีความเสถียรภาพอยู่แล้ว จึงไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด แต่พ่อของจอห์นสันที่มีสภาพร่างกายทรุดโทรมมีการพัฒนาขึ้นในเรื่องของพลังงาน การเคลื่อนไหวของร่างกาย หลังจากที่ได้รับพลาสมามาจากจอห์นสัน

ทว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จอห์นสันทำการโพสต์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ว่าเขาประสบกับภาวะกระเพาะอักเสบจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (Autoimmune Gastritis หรือ AIG) เขาเชื่อว่าโรคภูมิต้านทานตนเองนี้เกิดขึ้นมาเมื่อ 20 ปีก่อน และโทษว่าเกิดจากอาหารการกินเมื่อครั้งยังเด็ก อย่าง อาหารแปรรูป หรืออาหารฟาสต์ฟู้ด จึงทำให้เขาขาดธาตุเหล็ก และวิตามิน B12 รวมถึงภาวะเครียดเรื้อรังและซึมเศร้าเมื่อครั้งที่เขาเพิ่งเริ่มสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง ขณะเดียวกันก็มีคนบางกลุ่มแสดงความคิดเห็นว่าเป็นเพราะ Blueprint Protocol ที่เขาปฏิบัติอยู่ทุกวันทำให้ร่างกายเขาเกิดการรวน แต่ผู้เชี่ยวชาญออกมาชี้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่ไม่ได้ส่งผลขนาดนั้น แต่ก็มีอยู่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ

อีธาน โอคุนาส (Ethan Okunas) ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการออกมาอธิบายเกี่ยวกับกรณีของจอห์นสันว่า มีสิ่งหนึ่งที่จอห์นสันมองผิดไปคือเรื่องปริมาณวิตามิน D นั้นสามารถรับได้ผ่านการกินอาหารเสริม เขาทำการโพสต์อัปเดตเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ออกมาเล่าผลการเจาะเลือดโดยสร้างหัวข้อที่น่าสนใจว่า “แสงแดดส่งผลต่อระบบคุ้มกันในโรคเรื้อรังจริงๆ อย่างไร”

จอห์นสันให้คำอธิบานว่าวิตามิน D นั้นส่งผลต่อเรื่องภูมิคุ้มกัน และเมื่อร่างกายของเขานั้นมีปริมาณวิตามิน D ในระดับดีก็คงจะเพียงพอและครอบคลุมทุกอย่างแล้ว แต่ความจริงนั้นไม่ใช่ ปรากฏว่าอาหารเสริมวิตามิน D ไม่ได้ให้ผลเหมือนวิตามิน D ที่ผิวสร้างขึ้นจากแสงแดดจริง เพราะแดดให้สเปกตรัมความยาวคลื่นที่ทำปฏิกิริยากับคอเลสเตอรอลใต้ผิวหนังและเปลี่ยนเป็นสารตั้งต้นในแบบที่วิตามิน D จากอาหารเสริมทำไม่ได้ แสงแดดคือสัญญาณพื้นฐานที่ทรงพลังที่สุดที่เรามีสำหรับการควบคุมภูมิคุ้มกัน การทำงานของไมโทคอนเดรีย และความสอดคล้องทางชีวภาพโดยรวม จากจุดนี้โอคุนาสได้สร้างความเข้าใจให้กับทุกคนว่า “แสงแดดจากธรรมชาติสำคัญที่สุดต่อระบบภูมิคุ้มกัน”

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเรื่องภูมิคุ้มกันอธิบายว่าเป็นไปได้ยากที่จอห์นสันจะเป็นโรคนี้จากปัจจัยเรื่องอาหารการกิน แต่เป็นไปได้ที่เขาจะรับมาผ่านพันธุกรรม อีกทั้งเขายังเคยถูกตรวจพบว่าเป็นโรคไฮโปไทรอยด์เมื่อช่วงอายุ 20 ซึ่งสามารถเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดต้านทานภูมิคุ้มกันตนเองได้อีกด้วย

บทเรียนสำคัญจากกรณีของ ไบรอัน จอห์นสัน

สิ่งที่จอห์นสันประสบนั้นการแสดงให้เห็นถึงการที่คนๆ หนึ่ง แม้จะมีเงินทุนสูงแค่ไหนในการยืดอายุและรักษาความยืนยาวของชีวิต แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ปฏิเสธต่อธรรมชาติของร่างกายไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกรรมพันธุ์หรือยีน ดังนั้น เราจึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อทำให้รักษาสมดุลหรือยืดความยืนยาวของชีวิต ไม่จำเป็นต้องพึ่งความสุดโต่ง แต่ต้องอาศัยความพอดี แม้ในแง่หนึ่งจอห์นสันจะถูกเรียกว่าเป็นคนที่หมกมุ่นกับความยืนยาวของชีวิตจนเกินไป รวมถึงความตั้งใจที่จะอุทิศชีวิตตัวเองให้เป็นตัวอย่างของการทดลองเหล่านี้ เขาเลือกกินวิตามินเสริมวันละเกือบร้อยเม็ดต่อวัน กินอาหารมื้อสุดท้ายคือ 11 โมง และหาวิธีต่างๆ ในการชะลอวัยด้วยการเพิ่มเซลล์เข้าร่างกาย ทั้งหมดไม่ได้ปล่อยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมหรือพัฒนาไปตามธรรมชาติ

ที่สำคัญคือเราควรรู้ประวัติโรคภัยที่ปรากฏอยู่ในครอบครัวตัวเอง เพราะเมื่อใดที่รู้ว่าโรคใดคือโรคทางพันธุกรรม ต่อให้เราจะพยายามในการหลีกเลี่ยงแค่ไหนก็ไม่สามารถทำได้ สิ่งเดียวที่เราทำได้คือการประคับประคอง และเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคภัยนั้น

ทุกวันนี้วิทยาศาสตร์ไม่มีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพอะไรไปมากกว่าเรื่องพื้นฐาน ได้แก่ การนอนหลับให้เพียงพอ กินอาหารให้หลากหลาย (ครบ 5 หมู่) ออกกำลังกายสม่ำเสมอ จัดการความเครียดให้ดี และหลีกเลี่ยงสิ่งเสพติดอย่างแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดชนิดอื่น การกินอาหารเสริมนั้นอาจมีความสำคัญเนื่องจากทุกวันเราไม่สามารถบริโภคในปริมาณที่มากพอ แค่เราต้องอย่าลืมบริโภคสารอาหารจากธรรมชาติ หรือรับแสงแดดดีๆ ในยามเช้า ถึงจะฟังเป็นเรื่องง่าย แต่ก็ต้องอาศัยวินัยในตัวเองเช่นกัน มนุษย์อาจไม่สามารถยืดอายุขัยให้ยืนยาวหรือดูเยาว์วัยได้ตลอดเวลา แต่มนุษย์สามารถมีความสุขกับทุกย่างก้าวชีวิตด้วยการจัดการกับตัวเองที่พอดี

อ้างอิง:

Ethan Okunas. Bryan Johnson’s Stomach Is Eating Itself — Sunlight Deficiency and Nutrient Deficiency Are Likely the Real Culprits (Immune System and Light). Substack. https://substack.com/@quantumdietitian/p-204690473

Jude Cramer. What everyone got wrong about biohacker Bryan Johnson’s viral diagnosis: A medical expert weighs in. Fast Company. https://www.fastcompany.com/91570128/bryan-johnson-autoimmune-gastritis-aig-diagnosis-medical-expert-on-what-people-got-wrong-biohacking-viral-disease

Rejoy Health. Bryan Johnson Reveals Autoimmune Gastritis Diagnosis During His Mission to Slow Aging. https://www.rejoyhealth.com/blog/bryan-johnson-reveals-autoimmune-gastritis-diagnosis-during-his-mission-to-slow-aging

บทความต้นฉบับได้ที่ : มนุษย์โกงความตายได้จริงไหม? เมื่อความหมกมุ่นกับอายุขัยและสุขภาพมากเกินไป อาจทำให้ชีวิตเคร่งเครียดเกินความจำเป็น

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...