บีโอไอปั้นไทยฮับการบินเอเชีย หนุนแอร์บัสขยายฐานดิจิทัล-วิศวกรรม
วันนี้ (31 ส.ค.2569) นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังหารือกับ Mr. Bert Porteman ประธานบริษัทแอร์บัส ประเทศไทย ว่า แอร์บัสให้ความสำคัญกับไทยในฐานะหนึ่งในฐานธุรกิจหลักของบริษัท และเดินหน้ายกระดับบทบาทไทยสู่ฐานธุรกิจดิจิทัลและวิศวกรรมการบินของภูมิภาคแอร์บัสได้จัดตั้ง Flight Operations Center of Excellence ระดับภูมิภาคในประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านดิจิทัลที่ใช้ไทยเป็นสำนักงานภูมิภาค ครอบคลุมการดูแลตลาดทั่วเอเชีย และสนับสนุนการพัฒนาระบบการบินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่
ปัจจุบันแอร์บัสมีบุคลากรในไทยกว่า 200 คน เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าจากปี 2565 โดย 85% เป็นคนไทย ประกอบด้วยวิศวกรการบินและอวกาศ วิศวกรซอฟต์แวร์ นักออกแบบกราฟิก ช่างเทคนิค และบุคลากรทักษะสูงอื่น ๆ พร้อมเตรียมขยายกิจการและจ้างงานเพิ่มอีกกว่า 40 คนภายในปีนี้
สำหรับงานด้านดิจิทัล แอร์บัสจะขยายบทบาทของ Skywise ซึ่งให้บริการสายการบินตั้งแต่การจัดทำคู่มือนักบิน การวิเคราะห์ข้อมูลการบิน การบริหารจัดการความปลอดภัย การวางแผนเที่ยวบินและลูกเรือ ไปจนถึงระบบคาดการณ์การซ่อมบำรุงอากาศยาน โดยใช้แพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของสายการบิน โดยแอร์บัสเตรียมใช้ไทยเป็น ฐานทดสอบซอฟต์แวร์เพียงแห่งเดียวสำหรับให้บริการลูกค้าทั่วโลก โดยมีกรุงเทพฯ เป็นสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชีย ครอบคลุมอาเซียน จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพไทยในการรองรับเทคโนโลยีขั้นสูง งานวิศวกรรม และบุคลากรทักษะสูง
ขณะเดียวกัน บีโอไอและแอร์บัสได้หารือแนวทางยกระดับอุตสาหกรรมการบินไทย ตั้งแต่การต่อยอดอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไปสู่ห่วงโซ่อุปทานชิ้นส่วนอากาศยาน การพัฒนาบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) รวมถึงการผลักดันไทยเป็นฐานผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ปัจจุบันประเทศไทยมีเครื่องบินพาณิชย์มากกว่า 150 ลำ โดยมีสายการบินสำคัญเป็นลูกค้า เช่น การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ ไทยแอร์เอเชีย และไทยเวียดเจ็ต รวมถึงเฮลิคอปเตอร์เกือบ 80 ลำ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้งานโดยกองทัพและหน่วยงานภาครัฐ
นอกจากนี้ แอร์บัสยังมีความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคเอกชนไทยหลายแห่ง ทั้งด้านอวกาศกับ GISTDA การซ่อมบำรุงอากาศยานกับบริษัทอุตสาหกรรมการบิน (TAI)เป็นต้น
ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินโลก ผู้บริหารแอร์บัสประเมินว่า ปริมาณผู้โดยสารและขนาดฝูงบินทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในช่วง 20 ปีข้างหน้า ทำให้มีความต้องการเครื่องบินใหม่มากกว่า 20,000 ลำ ขณะที่แอร์บัสมียอดคำสั่งซื้อรอส่งมอบมากกว่า 9,000 ลำ หรือเทียบเท่ากำลังการผลิตกว่า 10 ปี
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มกำลังการผลิตยังเผชิญข้อจำกัดจากปัญหาห่วงโซ่อุปทาน การขาดแคลนบุคลากร ต้นทุนวัตถุดิบ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ผู้ผลิตอากาศยานทั่วโลกต้องเร่งกระจายฐานการผลิตและลดความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน
ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์และคุณภาพบุคลากรไทย เป็นจุดแข็งที่เปิดโอกาสให้ไทยรองรับการกระจายห่วงโซ่อุปทานอากาศยาน โดยควรกำหนดสาขาที่ต้องการสร้างความเชี่ยวชาญ และต่อยอดจากอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะชิ้นส่วนยานยนต์และชิ้นส่วนความแม่นยำสูงไปสู่การผลิตโครงสร้างอากาศยาน ทั้งนี้ ปัจจุบันแอร์บัสมีซัพพลายเออร์ในไทยตั้งแต่ Tier 1-3 แล้วประมาณ 80 บริษัท
เลขาธิการบีโอไอ กล่าวอีกว่า การหารือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทไทยในอุตสาหกรรมการบินโลก ครอบคลุมตั้งแต่งานดิจิทัลและซอฟต์แวร์ การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและบุคลากร การสร้างขีดความสามารถด้าน MRO ไปจนถึงการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน โดยบีโอไอพร้อมประสานความร่วมมือกับแอร์บัสและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันไทยสู่ฐานอุตสาหกรรมการบินและเทคโนโลยีขั้นสูงของภูมิภาค
อ่านข่าว:
จับตาเกณฑ์ล้อมคอกธุรกิจ Data Center ในไทย
ญี่ปุ่นยังเชื่อมั่นไทย BOI ผนึกเจโทร-หอการค้า เร่งยกระดับฐานผลิต