โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดรายชื่อ 3 แคนดิเดต “ผอ.การท่าเรือ” คนใหม่

ไทยโพสต์

อัพเดต 31 สิงหาคม 2569 เวลา 23.44 น. • เผยแพร่ 58 นาทีที่แล้ว

เปิดรายชื่อ 3 แคนดิเดต "ผอ.การท่าเรือ" คนใหม่ คาดได้ตัวจริง พ.ย. นี้ ด้านตัวเต็ง "จิระพงศ์" รองปลัดคมนาคม พร้อมลาออกราชการ ลุยสมัครทำงานรัฐวิสาหกิจ เผยตั้งใจทำงานสำเร็จตามเป้า ดันประโยชน์องค์กรสูงสุด

31 ส.ค. 2569 -ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า ภายหลังจากที่นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.) ได้หมดวาระ ผอ .กทท.เมื่อวันที่ 31ม.ค.69 ทางคณะกรรมการบอร์ด กทท. ที่มีนายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ ประธานบอร์ด กทท.ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการ กทท. ที่มีนายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า(จท) เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาฯ ได้เปิดประกาศรับสมัครผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ การท่าเรือแห่งประเทศไทย คนใหม่ เมื่อ 4 ส.ค.69-28ส.ค.69 ซึ่งตามกระบวนการหลังจาก รับสมัครแล้วก็จะเข้าสู่การพิจารณาคุณสมบัติ แสดงวิสัยทัศน์ ไปจนกระทั่งเจรจาต่อรองผลตอบแทน และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 เดือน หรือได้ตัวผู้อำนวยการกทท. คาดว่าจะไม่เกินเดือน พ.ย.69

สำหรับรายชื่อผู้ที่สมัครเข้ารับการคัดเลือกสรรหามาดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.)คนใหม่ แทน นายเกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข อดีต ผอ กทท. ที่ครบวาระ ประกอบด้วย นายนรินทร์ศักย์ สัทธาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า , นายอัษฎากร นาทิเลศ ทูตสันถวไมตรี ประจำภูมิภาคอาเซียนและ นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม

ด้านนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 ผู้สมัคร เข้ารับการสรรหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง ผอ.กทท.คนใหม่ กล่าวว่า แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะทำงานในด้านรับราชการก็มองว่าการทำงานสามารถทำงานได้ในหลายรูปแบบ และสามารถทำงานได้หลากหลาย ดังนั้นจึงได้เข้ามาสมัครในงานที่เป็นสายรัฐวิสาหกิจ และก็เชื่อว่าหากตั้งใจทำงาน จะไม่ว่าสายงาน รูปแบบไหน ก็สามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้ถ้าเราตั้งใจทำงาน และมีเป้าหมายที่จะทำให้องค์กรได้ประโยชน์สูงสุด

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) คนใหม่ นั้นจะต้องเข้ามาสานต่อนโยบายและภารกิจสำคัญในการยกระดับศักยภาพการบริหารจัดการท่าเรือของประเทศไทย โดยหนึ่งในนโยบายสำคัญคือการศึกษาการย้ายภารกิจของท่าเรือกรุงเทพ (คลองเตย) ไปยังท่าเรือแหลมฉบังทั้งหมดเพื่อปรับโครงสร้างระบบท่าเรือสินค้าของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมุ่งสู่การมีท่าเรือสินค้าหลักเพียงแห่งเดียว

ทั้งนี้โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความซ้ำซ้อนและต้นทุนในการบริหารจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ รวมทั้งทำให้การบริหารจัดการสินค้าและการเชื่อมโยงระบบขนส่งเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถรองรับปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลที่เพิ่มขึ้น และใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือแหลมฉบังได้อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งในด้านการรองรับเรือสินค้า การขนถ่ายสินค้า และการเชื่อมโยงกับระบบขนส่งทางถนนและทางราง

นอกจากนี้ต้องเร่งดำเนินการ ผลักดันโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ให้มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการหาข้อสรุปแนวทางการดำเนินงานท่าเทียบเรือ F1 และ F2 ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งรัดเพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าตามเป้าหมาย และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการขนส่งสินค้าทางทะเลของประเทศในอนาคต

ขณะเดียวกัน ยังมีภารกิจด้านการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ โดยจะต้องเดินหน้าศึกษาและพัฒนาโครงการท่าเรืออัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ลดขั้นตอนการดำเนินงาน และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการพื้นที่และการขนถ่ายสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการบริหารจัดการพื้นที่ลานวางตู้สินค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด สามารถใช้พื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างคุ้มค่า และรองรับปริมาณตู้สินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ต้องเร่งยกระดับการบริหารจัดการศูนย์กระจายสินค้าและคลังสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ลดระยะเวลาและต้นทุนในการเคลื่อนย้ายสินค้า ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการแก่ผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาท่าเรือภูมิภาค เพื่อกระจายศักยภาพด้านการขนส่งทางน้ำออกไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ และสนับสนุนการเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้าของแต่ละภูมิภาคกับระบบโลจิสติกส์ระดับประเทศ

ขณะเดียวกันต้องเร่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการท่าเรืออย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับ กทท. ไปสู่การเป็น Smart Port โดยมุ่งพัฒนาระบบงานให้มีความทันสมัย ลดการใช้กระบวนการที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมท่าเรือ

ทั้งนี้โดยเฉพาะการผลักดันระบบ PCS (Port Community System) ให้สามารถใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการนำเข้าและส่งออกสินค้า ทำให้ข้อมูลสามารถแลกเปลี่ยนและประสานการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอน ลดระยะเวลา และเพิ่มความโปร่งใสในการให้บริการ

สำหรับภาพรวมของภารกิจดังกล่าวจึงถือเป็นโจทย์สำคัญสำหรับผู้อำนวยการ กทท. คนใหม่ ทั้งการวางทิศทางระยะยาวในการปรับโครงสร้างบทบาทของท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบัง การเร่งรัดโครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 โดยเฉพาะ F1 และ F2 การพัฒนาท่าเรือกรุงเทพสู่ระบบอัตโนมัติ การใช้พื้นที่ลานตู้สินค้าและศูนย์กระจายสินค้าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนการพัฒนาท่าเรือภูมิภาค.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...