ประจักษ์วิเคราะห์ : "เท้ง" เปิดศึก 89 สว. ซัดเอเยนต์ระบอบสีน้ำเงิน
ตอกย้ำความชัดเจนและเขม็งเกลียว เมื่อ 89 สว. นำโดยนายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ โฆษกวิปวุฒิสภา แถลงตอบโต้กลับ กรณี "หัวหน้าเท้ง" นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พูดพาดพิง สว.กล่าวหาเป็นระบอบสีน้ำเงิน และมรดกจากรัฐประหาร
ทั้งยังเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์ แถลงขอโทษภายใน 3 วัน หาไม่แล้ว จะดำเนินคดีตามกฎหมาย
แต่ยังคงโดนตอกกลับจาก "หัวหน้าเท้ง" ไม่รับปากขอโทษ สว. ทำให้ดีกรียิ่งร้อนระอุ และส่อเค้าชัดแบบไม่ต้องลุ้นว่า ความสัมพันธ์ต่อไประหว่างพรรคประชาชนกับ สว. เสียงส่วนใหญ่จะเป็นอย่างไร
ประกอบกับ 89 สว. ยังยืนกรานรักษาอำนาจของ สว. ในการโหวตแก้รัฐธรรมนูญ ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ตามมาตรา 256 ตามเดิม จึงเป็นประเด็นสำคัญว่า หาก "หัวหน้าเท้ง" ยืนยันไม่ขอโทษ สว. ภายใน 3 วัน ดังข้อเรียกร้องที่ถูกมองว่าเป็นเสมือนการข่มขู่ สว. จะฟ้องกลับ หรือดำเนินการทางกฎหมายจริงหรือไม่
หรืออาจใช้แนวทางอื่น ในการสกัดเล่นงาน "หัวหน้าเท้ง" และพรรคประชาชนหรือไม่
เหมือนก่อนหน้านี้ ที่ สว. เข้าชื่อยื่นเรื่องขาดความซื่อสัตย์สุจริต และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ทั้งนายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จนกระเด็นตกจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรีมาแล้ว แม้บริบทและข้อกล่าวหาจะต่างจากนายณัฐพงษ์ก็ตาม
แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นการใช้ "นิติสงคราม" เข้าห้ำหั่นจัดการกับผู้ที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นวิธีที่ฝ่ายการเมืองชอบนำมาใช้บ่อยครั้ง หลังรัฐธรรมนูญ 2560 บังคับใช้
ขณะที่ "หัวหน้าเท้ง" ก็อยู่ในสภาพหลังพิงฝา ถูกกดดันเล่นงานต่อเนื่อง รวมทั้งกรณีเป็น 1 ใน 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล และปัจจุบัน เป็น 1 ใน 10 สส. พรรคประชาชน ลงชื่อสนับสนุนแก้ไขมาตรา 112 ใกล้จะถึงปลายทางสุดท้ายเต็มทีแล้ว
ท่ามกลางกระแสปลุกเร้า "ไม่รอด" โดนกันถ้วนหน้า จึงได้เห็นระดับดีกรีความแรงของ "หัวหน้าเท้ง" กับคำพูดที่ว่า "ระบอบสีน้ำเงินใหญ่กว่าพรรคภูมิใจไทย"
ราวกับจะเป็นการทิ้งทวนครั้งสำคัญ หลังจากเพิ่งตกเป็นเป้าโดนถล่มจากกลุ่มขั้วอนุรักษ์นิยม กรณีพูดเรื่ององคมนตรี 9 ท่าน รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปร่วมวงสังเกตการณ์ และให้คำแนะนำการประชุมรับมือภัยแล้ง ปี 69 ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม เมื่อ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา
หนำซ้ำพรรคประชาชนยังออกแถลงการณ์จากกรณีดังกล่าว ทำนองเป็นเรื่อง "มิบังควร"
อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง ก็อาจมองได้เช่นกันว่า การเปิดศึกกับ 89 สว. ของ "หัวหน้าเท้ง" เกิดขึ้นในช่วงเวลานับถอยหลังสู่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ และสมาชิกสภา กทม. หรือ ส.ก. ในอีกไม่นานจากนี้
เป็นการปลุกเร้ากระแสต่อต้านคัดค้าน สว. ในกลุ่มด้อมส้ม และคนกรุงเทพฯ ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะการได้เป็น สว. ของชุดนี้ ส่วนหนึ่งยังเป็นที่ค้างคาใจผู้คน โดนทั้งคดีและถูกกล่าวหาว่า "ฮั้วเลือก สว."
และยังถูกมองอย่างสงสัยว่าเชื่อมโยงไปถึง "ระบอบสีน้ำเงิน" ที่กุมกลไกและมีอำนาจทางการเมืองอยู่ในขณะนี้ ดังที่ "หัวหน้าเท้ง" ได้เปิดเกมรุกไว้ แม้แกนนำสำคัญอย่างนายอนุทิน หัวหน้าพรรค ได้ยืนยันปฏิเสธเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น
เท่ากับกระตุ้นเตือน จะเลือกใครเป็นผู้ว่าฯ บริหารเมืองหลวงของไทยต่อไป จะเป็นคนใหม่ ที่ชูนโยบาย "กรุงเทพฯ ง่ายๆ บาย (BY) ผู้ว่าฯประชาชน" ที่ค่ายสีส้มเปิดแคมเปญรณรงค์หาเสียงไว้
หรือจะเลือกคนเดิม ที่ชอบแก้ปัญหาแบบ "รากฝอย" ไม่แตะเรื่องใหญ่ในเชิงโครงสร้าง แต่ยอมตกอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของกระทรวงมหาดไทยตามกฎหมายกรุงเทพฯ
จึงอาจเป็นคำตอบสำคัญอยู่ในที สำหรับการเปิดประเด็นท้าชน "ระบอบสีน้ำเงิน" ของ "หัวหน้าเท้ง" ก็เป็นได้
วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว :
"ภราดร" คาด พ.ร.บ.โอนงบฯ ปี 69 ได้ราว 20,000 ล้านบาท
"สุริยะ" พร้อมทำงานเต็มที่ หลังวูบที่อุดรธานี ยันอาการดีขึ้น 80%
ไชยชนก ถก META หลังไลฟ์อนาจารหลุด เตือนคนแชร์ต่อเสี่ยงผิดกฎหมาย