โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลสอบสวนเหตุเครนถล่มทับรถไฟ พบความปลอดภัยล้มเหลวเชิงระบบอย่างหนัก วิศวกรไม่อยู่หน้างาน บังคับเครนข้ามขั้นรุนแรง

The Momentum

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

วันนี้ (26 พฤษภาคม 2569) จิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคมและประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง แถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ตกทับขบวนรถไฟจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 31 ราย ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ตอนหนึ่งระบุว่า เหตุการณ์เกิดจากเครน Launching Gantry หรือเครนที่ทำหน้าที่ยกชิ้นส่วนคอนกรีตหลายร้อยตันไปวางต่อกันทีละช่วง จำเป็นต้องมีขั้นตอนกำหนดชัดเจนก่อนขยับไปข้างหน้า และจำเป็นต้องดึงขากลางมาชิดขาหน้าก่อนเสมอเพื่อช่วยรับน้ำหนักร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ในวันเกิดเหตุ ผู้ปฏิบัติงานหน้างานข้ามขั้นตอน โดยทำการเลื่อนจุดรองรับด้านหน้า (Front Support) แต่ไม่ยอมเลื่อนจุดรองรับตรงกลาง (Middle Support) มารับน้ำหนัก ทำให้คานเหล็กรับน้ำหนักไม่ไหว ฉีกขาด และร่วงทับรถไฟที่กำลังวิ่งผ่านด้านล่าง

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียง 1.88 วินาที ซึ่งหากรถไฟวิ่งเร็วกว่านั้นเพียง 2 วินาที ขบวนรถจะพ้นจุดเกิดเหตุพอดี

ขณะเดียวกัน การสอบสวนยังพบความหละหลวมเชิงระบบอย่างหนัก ได้แก่ การไม่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ไม่มีการขอปิดเส้นทางเดินรถไฟชั่วคราว วิศวกรผู้ควบคุมงานไม่ได้ประจำอยู่หน้างานจริง แต่อาศัยการเซ็นเอกสารอนุมัติย้อนหลัง และเครื่องจักรบางตัวมีใบตรวจประเมินความปลอดภัย (ปจ.1) ที่หมดอายุไปแล้ว

สำหรับพื้นที่เกิดเหตุนั้น อยู่ในส่วนงานของ สัญญาที่ 3-4: งานโยธาช่วงลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ซึ่งมีบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เป็นผู้รับจ้างหลัก และมีบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานคือ ไชน่า เรลเวย์ อินเตอร์แนชันแนล (CRIC) และไชน่า เรลเวย์ ดีไซน์ คอร์ปอเรชัน (CRDC) รัฐวิสาหกิจจากประเทศจีน

ขณะที่กรณีเครนถล่มที่ถนนพระราม 2 นั้น เกิดจากการวางขาเครนผิดตำแหน่ง นำจุดรับน้ำหนักไปวางบนชิ้นส่วนคอนกรีตที่บางเกินไป จนเป็นเหตุให้คอนกรีตแตกร้าวและรับน้ำหนักไม่ได้ ขณะเดียวกันยังหนุนแผ่นเหล็กสูงเกินไปจนสูญเสียความมั่นคง รวมถึงยังยึดเครนผิดหลักการ ไม่สามารถรองรับการยืดหดตัวของเหล็ก

อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมยังไม่บอกเลิกสัญญากับ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ฯ ในฐานะผู้รับเหมาโครงการ โดยเฉพาะโครงการถนนพระราม 2 พร้อมให้เหตุผลว่า ตัดสินใจ ‘ไม่บอกเลิกสัญญา’ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานระดับชาตินี้มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 88% หากยกเลิกสัญญาจะส่งผลให้โครงการหยุดชะงักเป็นเวลานาน สภาพการก่อสร้างที่ถูกทิ้งร้างจะเป็นอันตรายต่อประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนมากกว่าเดิม และอาจนำไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมายเรื่องการรับประกันผลงานกับผู้รับเหมารายใหม่

อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงได้ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการสั่ง ‘ปลดทีมงานปฏิบัติการชุดเดิมทั้งหมด’ และบังคับให้ผู้รับเหมาจัดหาบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน Launcher ระดับสากลเข้ามาจัดการแทน เพื่อดึงความเชื่อมั่นกลับคืนมา โดยผู้รับเหมาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด รวมถึงงบประมาณกว่า 11 ล้านบาทในการรื้อถอนและผลิตชิ้นส่วนคานที่เสียหายขึ้นมาใหม่

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมประกาศยกระดับความปลอดภัย โดยโครงการขนาดใหญ่ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569 เป็นต้นไป จะต้องมีการปรับปรุงสัญญาให้เข้มงวดขึ้น บังคับให้มี Safety Engineer ประจำหน้างานตลอดเวลา ติดตั้งระบบเซนเซอร์ตรวจสอบแบบ Real-Time และหากพบว่าผู้รับเหมาละเลยมาตรการความปลอดภัย กรมทางหลวงสงวนสิทธิในการสั่ง ‘ปรับเป็นรายวัน’ ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...