โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“Mixed-Use” ทางรอดเมืองอึดอัด ผสมผสานพื้นที่อย่างคุ้มค่า สู่การพัฒนาเมืองแห่งอนาคต

นิตยสารคิด

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 20.06 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 20.06 น.
mixed-use-cover

ในยุคที่เมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่พื้นที่ใช้สอยนั้นกลับมีอยู่อย่างจำกัด แนวคิด “Mixed-use Development” หรือการพัฒนาเมืองแบบผสมผสาน จึงกลายเป็นคำตอบสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่ โครงการ Mixed Use ไม่เพียงแต่รวมหลายฟังก์ชันไว้ในที่เดียวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สอย แต่ยังสะท้อนการออกแบบเมืองที่เน้น “ชีวิต” มากกว่ารูปแบบ เพื่อสร้างเป็นเมืองที่ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างสะดวก ปลอดภัย มีชีวิตชีวา และยั่งยืนในระยะยาว ทั้งยังเป็นแนวทางในการสร้างเมืองที่ฉลาดกว่าและเข้าถึงได้มากขึ้น

แนวคิดไม่ใหม่ แต่ตอบโจทย์เมืองยุคใหม่
ในสมัยก่อน เมืองส่วนใหญ่มักมีขนาดกะทัดรัดแต่ประชากรกลับหนาแน่นขึ้นทุก ๆ ปี ทำให้หลายเมืองจำเป็นต้องบูรณาการการใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายและใช้พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แนวคิดนี้เองที่กลายเป็นรากฐานของ “Mixed-use Development” หรือการใช้พื้นที่แบบผสมผสานเพื่อการพัฒนาเมืองให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเมืองในประวัติศาสตร์อย่างโรม เอเธนส์ และคอนสแตนติโนเปิล ต่างก็ใช้แนวทางนี้ในการพัฒนาเมืองมาแล้ว เพื่อให้พื้นที่ขนาดจำกัดสามารถรองรับการอยู่อาศัย พาณิชยกรรม และสาธารณูปโภคได้ในเวลาเดียวกัน

โครงการแบบ Mixed Use เป็นโครงการที่รวมฟังก์ชันการใช้งานไว้หลากหลายภายในพื้นที่เดียว ทั้งพื้นที่เชิงพาณิชย์ ที่พักอาศัย ศูนย์วัฒนธรรม สถาบันการศึกษา ไปจนถึงพื้นที่อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกัน แนวคิดนี้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองรุ่นใหม่ที่ต้องการทำหลายอย่างได้ในเวลาจำกัด ไม่ต้องเดินทางไกล ที่สำคัญคือแนวคิดนี้เปลี่ยนมุมมองการปฏิสัมพันธ์ของผู้คนกับเมือง จากเมืองที่แยกบทบาทเป็นส่วน ๆ ให้กลายเป็นเมืองที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน

(Artem Manchenkov / Unsplash)

พัฒนาเมือง–เพิ่มคุณค่าพื้นที่
นอกจากจะตอบโจทย์การอยู่อาศัยและการใช้ชีวิตแล้ว Mixed-use Development ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มกำไรและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในแวดวงอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย เพราะสามารถเพิ่มมูลค่าพื้นที่ เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากหลายช่องทาง และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า จึงเรียกได้ว่าเป็นการผสานการ “ใช้ชีวิต การทำงาน และการพักผ่อน” เข้าด้วยกัน ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมของชุมชนที่เอื้อต่อการปฏิสัมพันธ์ และส่งเสริมความมีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง

โดยแนวคิดการพัฒนาเมืองแบบผสมผสานหรือ Mixed-Use Development สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

  • Vertical Mixed-Use Development การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสานในแนวตั้ง เช่น อาคารสูงที่มีความหลากหลายของการใช้งานในโครงสร้างเดียว เหมาะสำหรับเมืองที่มีพื้นที่จำกัด
  • Horizontal Mixed-Use Developments การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสานในแนวนอน โดยเป็นการกระจายอาคารต่าง ๆ ไปในพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น โครงการชุมชนที่อยู่อาศัย ร้านค้า สวนสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่ส่งเสริมการเดินและเชื่อมโยงกันในชุมชน

แนวโน้มการเติบโตของ Mixed Use ในปัจจุบัน
เมื่อเวลาผ่านไป การปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 18 และ 19 เปลี่ยนโฉมภูมิทัศน์ของเมืองไปอย่างสิ้นเชิง เมืองต่าง ๆ เริ่มเผชิญกับการเติบโตของจำนวนประชากร การขยายตัวของระบบคมนาคมเนื่องจากการใช้รถยนต์ที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่การกำหนดกฎหมายและข้อบังคับในการแบ่งเขตพื้นที่อย่างชัดเจน ซึ่งแม้จะมีประโยชน์ในด้านการจัดระเบียบ แต่ก็ทำให้เมืองแยกออกจากกันทั้งในเชิงฟังก์ชันและชุมชน อย่างไรก็ตาม แนวคิดการแบ่งเขตพื้นที่แบบ Mixed-use Development ก็ได้กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 และยิ่งทวีความสำคัญขึ้นในศตวรรษที่ 21

นับเป็นเวลาหลายปีที่สหราชอาณาจักรต้องอยู่ท่ามกลาง “วิกฤตที่อยู่อาศัย” โดยเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา Home Builders Federation (HBF) รายงานว่า จำนวนการสร้างบ้านในอังกฤษลดลงเหลือเพียง 120,000 หลังต่อปี ต่ำที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเป้าหมายที่รัฐบาลอังกฤษตั้งไว้ 300,000 หลังต่อปี ขณะที่จำนวนการสร้างบ้านลดลง แต่ความต้องการบ้านกลับยังคงเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของประชากร สถาปนิกและนักวางผังเมืองจึงเริ่มมองหาแนวทางและเทคนิคการพัฒนาใหม่ ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Mixed Use ที่กลายมาเป็นคำตอบที่ได้รับความสนใจมากขึ้นสำหรับแนวทางแก้ไขวิกฤตที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในแง่มุมที่เชื่อมโยงกับ “ความยั่งยืน” และ “การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า”

ปัจจุบัน อังกฤษและเมืองใหญ่ในอเมริกาเหนือได้นำแนวคิดการก่อสร้างโครงการแบบผสมผสานนี้มาใช้จริงในการวางผังเมืองและพัฒนาโครงการทางสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ช่วยตอบโจทย์คุณภาพชีวิต โดยสภาพแวดล้อมของพื้นที่แบบ Mixed Use ไม่เพียงช่วยบรรเทาวิกฤตที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความรู้สึกถึงการเป็นชุมชน ตลอดจนอำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัยในการเข้าถึงบริการสาธารณะ และการใช้ชีวิตท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความหลากหลายและยั่งยืนอีกด้วย

(Denise Jans / Unsplash)

ความท้าทายในการพัฒนาเมืองแบบผสมผสาน
ถึงแม้ว่าการพัฒนาแบบผสมผสานจะเป็นแนวทางที่ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ในทางปฏิบัติยังมีความท้าทายหลายประการที่นักออกแบบเมืองและสถาปนิกต้องเผชิญในระหว่างการดำเนินการ

  • การจัดระบบที่จอดรถและการขนส่ง เนื่องการโครงการแบบผสมผสานมักดึงดูดผู้คนให้มาใช้ชีวิตและสัญจรผ่านพื้นที่ตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ความต้องการพื้นที่จอดรถเพิ่มขึ้นตามไปด้วย การออกแบบจึงต้องคำนึงถึงแนวทางที่ยั่งยืนเพื่อตอบสนองความต้องการทั้งการใช้รถยนต์และการส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงการปั่นจักรยานและการเดินเท้าในเวลาเดียวกัน
  • การสร้างสมดุลระหว่างความต้องการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งสำหรับผู้อยู่อาศัย ธุรกิจ และชุมชนโดยรอบ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการรักษาเอกลักษณ์ของพื้นที่และความโปร่งใสในการดำเนินงานจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการพัฒนาชุมชนร่วมกัน
  • ข้อจำกัดด้านการแบ่งเขตและข้อบังคับทางกฎหมาย ซึ่งมักให้ความสำคัญกับการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบแยกประเภท ทำให้เป็นอุปสรรคต่อผู้พัฒนาโครงการที่ต้องการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่าและสร้างผลกำไรสูงสุด ข้อจำกัดทางกฎหมายเกี่ยวกับความหนาแน่นของอาคาร การจัดสรรพื้นที่จอดรถและการขนส่ง รวมไปถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนและการอนุรักษ์พื้นที่ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ อาจยังไม่สอดคล้องกับแนวทาง Mixed-use ที่เน้นความยืดหยุ่นและการผสมผสานของพื้นที่ใช้งานเท่าที่ควร

(Brett Wharton / Unsplash)

3 ตัวอย่างพื้นที่ผสมผสาน กลมกลืนและลงตัว
Galerie Pardubice
โครงการฟื้นฟูพื้นที่เมืองในปาร์ดูบิตแซ สาธารณรัฐเช็ก ที่เปลี่ยนพื้นที่โรงงานกลั่นสุราเก่าซึ่งถูกปล่อยทิ้งไว้ ให้กลายเป็นพื้นที่ศูนย์รวมของกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ประกอบด้วยสำนักงาน พื้นที่พักผ่อน โรงแรม ศูนย์วัฒนธรรมอเนกประสงค์ อพาร์ตเมนต์ และร้านค้าหลากหลายประเภท ตัวอาคารออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ใช้วัสดุที่ได้แรงบันดาลใจมาจากบริบทท้องถิ่น เช่น การใช้อิฐเพื่อกลมกลืนกับสถานีรถไฟเก่าที่เป็นอาคารอนุรักษ์ อีกทั้งยังเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อเชื่อมโยงโครงการเข้ากับสวนสาธารณะใกล้เคียงใกล้เคียงอย่างกลมกลืน พร้อมส่งเสริมกิจกรรมทางวัฒนธรรมด้วยการจัดเวทีกิจกรรมกลางแจ้งและพื้นที่พบปะพักผ่อนของชุมชน ทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นมากกว่าศูนย์กลางในระดับภูมิภาค แต่ยังกลายเป็นจุดหมายสำคัญสำหรับการจัดประชุม นิทรรศการและกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่าง ๆ รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มายังเมืองปาร์ดูบิตแซได้อีกด้วย

The Domain In Austin เป็นโครงการพัฒนาแบบผสมผสานที่มีชีวิตชีวาในรัฐเท็กซัส ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 304 เอเคอร์ รวบรวมที่อยู่อาศัย ร้านอาหาร สำนักงาน และพื้นที่กลางแจ้งเข้าไว้ด้วยกันอย่างครบถ้วน โครงการแห่งนี้มีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมที่ทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายและพื้นที่สีเขียวที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตกลางแจ้ง จึงสามารถดึงดูดผู้อยู่อาศัยและผู้มาเยือนได้อย่างต่อเนื่อง ความกลมกลืนระหว่างผู้คนกับสถานที่ภายใต้กลิ่นอายของเมืองร่วมสมัย ทำให้ที่นี่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มองหาทั้งความสะดวกสบาย ความมีชีวิตชีวา และบรรยากาศที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตแบบสมดุล

Riverwalk San Diego โครงการพัฒนาแบบผสมผสานอีกแห่งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำในเมืองซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งชุมชนแห่งนี้ออกแบบเพื่อเชื่อมโยงชีวิตเมืองกับธรรมชาติอย่างลงตัว มีทั้งที่อยู่อาศัย อพาร์ตเมนต์ ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางบรรยากาศริมน้ำที่สวยงาม ทัยสมัย การออกแบบสถาปัตยกรรมของโครงการผสมผสานพื้นที่สีเขียวและกิจกรรมทางวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างกลมกลืน นับว่าเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของโครงการที่ช่วยสร้างชุมชนที่เจริญรุ่งเรือง มีชีวิตชีวา และสะท้อนถึงความเป็นเมืองที่ใส่ใจทั้งผู้อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างสมดุล

เมื่อเมืองเติบโต ประชากรเพิ่มขึ้น ทว่าพื้นที่ใช้สอยยังคงมีอยู่อย่างจำกัด แนวคิดการพัฒนาเมืองแบบผสมผสาน (Mixed-use Development) จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญสำหรับการออกแบบเมืองยุคใหม่ ที่ไม่ได้เป็นเพียงตอบโจทย์ในด้านการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด แต่ยังคำนึงถึงความต้องการของผู้คนอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย พื้นที่สำนักงาน พื้นที่สาธารณะ หรือกิจกรรมทางวัฒนธรรม ทั้งหมดถูกหลอมรวมในโครงการเดียว เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตกับสิ่งแวดล้อมเมือง แนวคิดนี้จึงไม่ใช่แค่รูปแบบของอสังหาริมทรัพย์ แต่คือการวางแผนเมืองเพื่ออนาคต ที่เน้นความยั่งยืน ความหลากหลาย และความเป็นชุมชนอย่างแท้จริง

ที่มา : บทความ “What are mixed-use developments (and are they the future of construction)?” จาก ube.ac.uk
บทความ “What Is Mixed-Use Development?” โดย Emeka Nnadi
บทความ “Why mixed-use developments are on the rise - and why they're a smart investment” โดย Gearoid Collins
บทความ “Five of our current mixed-use projects that are regenerating European urban areas” จาก chapmantaylor.com
บทความ “Chengdu Mixed Use Development” จาก 10design.co
บทความ “Mixed-use คืออะไร? เจาะลึกเทรนด์อสังหาฯ พร้อมอัปเดตทำเลฮอตในกรุงเทพฯ” จาก bkkcitismart.com
บทความ “โครงการ Mixed-Use คืออะไร ทำไมใครๆ ก็อยากลงทุน” จาก kaidee.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

“ไก่” กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญ (อย่างหนึ่ง) ของฝรั่งเศส ด้วยผลจากการปฏิวัติ

ศิลปวัฒนธรรม

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันศุกร์ที่ 10 ก.ค. 69

PostToday

ไขปริศนา “สี่แยกบ้านแขก” แขกนี้คือแขกอะไร?

ศิลปวัฒนธรรม

ฟิตหุ่นแต่หน้าโทรม? ต้องรีบเติม ‘ไขมันดี’ ถ้าไม่อยากดูแก่เพราะออกกำลังกาย

Manager Online

Netflix เนรมิต “วังหลวงต้องคำสาป” จากซีรีส์ “บูรพาอาถรรพ์” ที่ทรงวาด เปิดรั้ววังให้เข้าชมฟรี 18-26 ก.ค. นี้

Insight Daily

POINTX และ Expedia Group เผยอินไซต์ผ่าน XTravel ชี้เทรนด์ใช้พอยท์เพื่อการเดินทางเติบโต

Insight Daily
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...