ไม่ดื่มก็เสี่ยง “โรคมะเร็งตับ” ภัยเงียบคนยุคใหม่ ระวังเบาหวาน-อ้วน-ไขมันพอกตับ
หลายคนมักเข้าใจว่า “โรคมะเร็งตับ” เป็นโรคที่เกิดกับผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์หนักๆ เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีผู้คนอีกหลายกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคนี้โดยไม่รู้ตัว
ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มะเร็งตับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย โดยพบเป็นอันดับ 1 ในเพศชาย และอันดับ 4 ในเพศหญิง สิ่งที่น่ากังวลคือโรคนี้มักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้กว่าจะรู้ตัวก็มักเข้าสู่ระยะรุนแรงแล้ว การทำความเข้าใจสาเหตุและการดูแลตัวเองแต่เนิ่นๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
มะเร็งตับเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมผู้ชายถึงเสี่ยงกว่า
มะเร็งตับเกิดจากการที่เซลล์ในตับกลายพันธุ์และแบ่งตัวผิดปกติจนกลายเป็นก้อนเนื้องอก โรคนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทันที แต่ค่อยๆ ก่อตัวจากการอักเสบเรื้อรังสะสมเป็นเวลานาน เมื่อเซลล์ตับถูกทำลายและซ่อมแซมซ้ำๆ ก็จะเพิ่มโอกาสกลายพันธุ์เป็นมะเร็งในที่สุด โดยมักพบมากในช่วงอายุ 50 ถึง 70 ปี ที่น่าสนใจคือผู้ชายมีความเสี่ยงมากกว่าผู้หญิงถึง 2 ถึง 3 เท่า เนื่องจากมีอัตราการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบและมีแนวโน้มการดื่มแอลกอฮอล์ที่สูงกว่า รวมถึงมีข้อมูลที่ระบุว่าฮอร์โมนเพศชายอาจมีส่วนไปกระตุ้นเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย
สารพัดปัจจัยเสี่ยงใกล้ตัว ที่คนไม่ดื่มก็เป็นได้
ประเด็นนี้ พญ.สาวินี จิริยะสิน แพทย์เฉพาะทางอายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลวิมุต ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า การดื่มแอลกอฮอล์หนักเป็นเพียงหนึ่งในหลายสาเหตุเท่านั้น ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญยังมีทั้งการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีซึ่งพบมากที่สุดในคนไทย ไวรัสตับอักเสบซี ภาวะตับแข็ง โรคทางพันธุกรรม ไปจนถึงการได้รับสารพิษอะฟลาท็อกซินจากอาหารที่ขึ้นรา และผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งตับ
นอกจากนี้ ภัยเงียบที่น่ากลัวสำหรับคนยุคใหม่คือ ภาวะไขมันพอกตับจากระบบเผาผลาญผิดปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้คนอายุน้อยป่วยเป็นมะเร็งตับกันมากขึ้น ภาวะนี้สัมพันธ์โดยตรงกับโรคฮิตอย่างโรคอ้วน เบาหวาน ภาวะลงพุง พฤติกรรมติดกินหวาน กินอาหารแปรรูป และการไม่ออกกำลังกาย ทำให้หลายคนกำลังใช้ชีวิตตามปกติโดยไม่รู้เลยว่ากำลังทำร้ายตับของตัวเองอยู่
สังเกตสัญญาณเตือน อย่ารอให้แสดงอาการ
มะเร็งตับได้ชื่อว่าเป็นภัยเงียบเพราะในระยะแรกมักจะไม่มีอาการใดๆ ผู้ป่วยมักตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งบางครั้งอาจเข้าสู่ระยะที่ลุกลามแล้ว ดังนั้นหากเริ่มมีสัญญาณเตือน เช่น เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงโดยไม่มีสาเหตุ คลำพบก้อนหรือมีอาการปวดบริเวณชายโครงขวา ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือมีอาการท้องโตจากการมีน้ำในช่องท้อง ควรรีบพบแพทย์ทันที สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง คุณหมอแนะนำว่าไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนเกิดอาการ แต่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตับทุกๆ 6 เดือน
ตรวจพบไว รักษาได้ โอกาสหายขาดสูง
ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ ทั้งการทำอัลตราซาวนด์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ทำให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด โดยแนวทางการรักษามีหลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับระยะของโรคและสภาพตับของผู้ป่วย ตั้งแต่การผ่าตัด การจี้ก้อนมะเร็งด้วยคลื่นความร้อน การรักษาผ่านสายสวนหลอดเลือด ไปจนถึงการใช้ยามุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด หากสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะแรก ผู้ป่วยก็จะมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้สูง
ท้ายนี้ พญ.สาวินี ได้ฝากข้อคิดไว้ว่า อยากให้ทุกคนมองการดูแลตับเป็นเรื่องใกล้ตัว ไม่ใช่แค่เรื่องของคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ เพราะหลายคนที่ดูแข็งแรงดีก็อาจมีความเสี่ยงอยู่โดยไม่รู้ตัว การป้องกันสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในสมดุล การฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและการดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนใครที่เป็นกลุ่มเสี่ยงก็ควรตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ เพราะการตรวจพบโรคไวคือโอกาสสำคัญที่จะรักษาได้ทันท่วงที
ข้อมูล : โรงพยาบาลวิมุต
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไม่ดื่มก็เสี่ยง “โรคมะเร็งตับ” ภัยเงียบคนยุคใหม่ ระวังเบาหวาน-อ้วน-ไขมันพอกตับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ไม่ดื่มก็เสี่ยง “โรคมะเร็งตับ” ภัยเงียบคนยุคใหม่ ระวังเบาหวาน-อ้วน-ไขมันพอกตับ
- ดอกดาหลากินได้ไหม? เปิดประโยชน์ของ "ดอกดาหลา" ใช้ทำเมนูอะไรได้บ้าง
- อย่าเพิ่งชาร์จ 3 ข้อห้ามเด็ดขาด หากมือถือรอดไฟไหม้ เสี่ยงพังถาวร
- รู้จัก Scenic Eclipse เรือสำราญระดับโลก เปิดตัวในไทย เตรียมเจาะตลาดท่องเที่ยวลักชูรี
- คู่มือฉุกเฉินเหยื่อไฟไหม้ วิธีเรียกค่าขาดรายได้ เรียกสิทธิอะไรได้บ้าง นอกจากค่ารักษา
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath