โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ประชุม UNSC เดือด! จีน-UN ประณามสหรัฐฯ จับกุมมาดูโร ผิด กม.ระหว่างประเทศ

Thai PBS

อัพเดต 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Thai PBS

วันนี้ (6 ม.ค.2568) รองผู้แทนถาวรจีน ประจำ UN เอ่ยชื่อสหรัฐฯ ตรงๆ โดยกล่าวโจมตีว่า สหรัฐฯ วางอำนาจของตัวเองอยู่เหนือพหุภาคีนิยม และยกให้การดำเนินการทางทหารอยู่เหนือความพยายามทางการทูต ซึ่งถือเป็นการคุกคามสันติภาพและความมั่นคงในลาตินอเมริกาและแคริบเบียน รวมไปถึงประชาคมระหว่างประเทศอย่างใหญ่หลวง
ท่าทีของจีนสอดคล้องกับความเห็นของ อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการ UN ที่มองว่า กฎหมายระหว่างประเทศมีเครื่องมือมากมายในการจัดการกับปัญหาการค้ายาเสพติด ข้อพิพาทเรื่องทรัพยากร และข้อกังวลเรื่องสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ซึ่งการใช้กำลังไม่ใช่ทางออก
นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่ง มองว่า การออกมาวิจารณ์สหรัฐฯ อย่างแข็งกร้าวในครั้งนี้ จะยิ่งยกระดับบทบาทนำของจีนในฐานะประเทศที่สนับสนุนกฎหมายระหว่างประเทศ แต่จริง ๆ แล้ว การขยับตัวของจีนยังเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของชาติในด้านอื่น ๆ ด้วย

ในอดีต สหรัฐฯ ถือเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่สุดของเวเนซุเอลา แต่เมื่อสหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรและห้ามซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลา ก็ทำให้เวเนซุเอลาต้องหันไปขายน้ำมันให้กับชาติอื่น ๆ แทน ซึ่ง "จีน" คือลูกค้ารายใหญ่ที่สุด โดยเมื่อปี 2566 เวเนซุเอลาส่งออกน้ำมันไปจีนมากถึงร้อยละ 68 ของปริมาณน้ำมันส่งออกทั้งหมด

ตามมาด้วยสหรัฐฯ ที่ร้อยละ 23 หลังจากผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร จากเดิมที่ระหว่างปี 2563 - 2565 ตัวเลขเวเนซุเอลาส่งออกน้ำมันไปสหรัฐฯ เป็น 0 ขณะที่สิงคโปร์และมาเลเซียก็ซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลาเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่เป็นการซื้อมาเพื่อส่งออกไปยังจีนอีกทอดหนึ่ง

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับเวเนซุเอลามีมากกว่าแค่เรื่องของน้ำมัน โดยเวเนซุเอลาทิ้งไต้หวัน และหันมาซบไหล่จีนตั้งแต่ปี 2517 ซึ่งความสัมพันธ์นี้แน่นแฟ้มมากขึ้นในสมัย อูโก ชาเวซ ที่ก้าวขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีในปี 2541 และทำให้เวเนซุเอลากลายเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของจีนในลาตินอเมริกา
ความสัมพันธ์นี้สืบต่อมาจนถึงยุคของมาดูโร ซึ่งตลอดช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา จีนกลายเป็นอัศวินขี่ม้าขาว-ช่วยกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจในเวเนซุเอลาที่บอบช้ำจากมาตรการกดดันของสหรัฐฯ โดยจีนให้เงินทุนสนับสนุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมน้ำมัน และก้าวขึ้นเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของเวเนซุเอลาตั้งแต่ปี 2550
เมื่อวันที่ 2 ม.ค. หรือไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่สหรัฐฯ จะบุกจับมาดูโร ผู้แทนพิเศษจีนด้านกิจการลาตินอเมริกา ก็ได้เข้าพบกับมาดูโรในกรุงการากัส ซึ่งการเยือนดังกล่าวมีขึ้นเพื่อติดตามความคืบหน้าของข้อตกลงที่ 2 ประเทศลงนามร่วมกันมากกว่า 600 ฉบับ แต่เวเนซุเอลาไม่ใช่ประเทศเดียวที่จีนหมายตาเอาไว้
ช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา จีนพยายามแผ่ขยายอิทธิพลไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก เพื่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ของประเทศ ผ่านการสนับสนุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ อย่างในลาตินอเมริกาและแคริบเบียน จีนให้เงินช่วยเหลือและปล่อยกู้ใน 3,293 โครงการ มูลค่ากว่า 302,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ถ้าดูเป็นรายประเทศ จะเห็นว่า เวเนซุเอลาได้รับเงินจากจีน คิดเป็น 1 ใน 3 ของเงินที่จีนสนับสนุนภูมิภาคนี้ทั้งภูมิภาค ซึ่งส่วนใหญ่กระจายไปในโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานในเวเนซุเอลา ตามมาด้วยบราซิล อาร์เจนตินา และเอกวาดอร์ นอกจากนี้ จีนยังเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของหลายประเทศในภูมิภาคนี้ด้วย ซึ่งจุดนี้เองที่อาจจะทำให้สหรัฐฯ ยอมไม่ได้

ภาพจาก Facebook ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ภาพนี้ ตอกย้ำถึงจุดยืนของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้เป็นอย่างดี เพราะพูดชัดเจนว่า ลาตินอเมริกาและแคริบเบียนเป็นซีกโลกของสหรัฐฯ และ ปธน.ทรัมป์ จะไม่ยอมให้ความมั่นคงของสหรัฐฯ ถูกคุกคาม

เมื่อ 2 วันก่อน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ออกมาแก้ตัวผ่านสื่อ ว่า สหรัฐฯ ไม่ได้ต้องการน้ำมันของเวเนซุเอลา แต่เป้าหมายของปฏิบัติการที่เกิดขึ้น คือ การขัดขวางไม่ให้ศัตรูของสหรัฐฯ เข้ามาลงทุนและควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา รูบิโอ ระบุว่า นี่คือซีกโลกตะวันตก ประเทศที่ไม่ได้อยู่ในภูมิภาคนี้ อย่างจีน รัสเซียและอิหร่าน จะยื่นมือเข้ามาทำไม ซึ่งสหรัฐฯ จะไม่ยอมให้ซีกโลกตะวันตกกลายเป็นฐานของศัตรู
ท่าทีนี้ทำให้จีนรู้สึกหวั่น ๆ โดยสำนักข่าว Bloomberg ระบุว่า สำนักงานกำกับดูแลการเงินแห่งชาติจีน ร้องขอให้ธนาคารต่าง ๆ ยกระดับการตรวจสอบ และติดตามความเสี่ยงของสินเชื่อทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเวเนซุเอลา รวมทั้งประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ปล่อยกู้จีนด้วย เพราะกังวลว่า อาจสูญหนี้ที่มีอยู่เกือบ 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เวเนซุเอลา ถือเป็นศูนย์กลางของโครงการข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง หรือ BRI ของจีนที่ขยายตัวครอบคลุมทั่วลาตินอเมริกา แต่การสูญเสียพันธมิตรที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคนี้ จะกระทบกับยุทธศาสตร์หลังบ้านสหรัฐฯ ของจีนมากแค่ไหน คงจะต้องรอดูความเคลื่อนไหวในช่วงนี้กันให้ดี ๆ

วิเคราะห์โดย : ทิพย์ตะวัน ธีรนัยพงศ์

อ่านข่าวอื่น :

ทรัมป์ปัดตก "มาชาโด" ขึ้นผู้นำเวเนซุเอลาคนใหม่ ชี้ขาดการยอมรับจากประชาชน

ทบ.โต้ข้อกล่าวหายึดบ้านพลเรือน ยืนยันรื้อสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเขตไทย

ป.ป.ช.เด้งกรรมการถูกกล่าวหาปมทองคำแท่ง พ้นกำกับดูแลสำนักไต่สวน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

นโยบายยกเลิกแบงก์ 500–1,000 บาท ปราบทุจริต นักวิชาการชี้ไม่ช่วยลดคอร์รัปชัน แนะเปลี่ยนพิมพ์ธนบัตรรุ่นใหม่แทน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทำลายป้ายหาเสียง-ตัดต่อ-โพสต์บิดเบือนข้อมูลผู้สมัครเลือกตั้ง ผิดกฎหมายแค่ไหน?

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ครั้งแรกกิจกรรมวิ่งรณรงค์ไปสู่การออกเสียง “เห็นชอบ” ในการทำประชามติ

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

25 องค์กรพันธมิตรสื่อ ผนึกกำลังรายงานผลเลือกตั้ง–ประชามติ 2569 แบบเรียลไทม์

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...