5 วิธีเยียวยาใจด้วยเสียง เทรนด์ยอดนิยมของชาวมิลเลนเนียลและเจนซี
ท่ามกลางปัญหาและความท้าทายมากมายที่ผู้คนในยุคนี้ต้องเผชิญ ล้วนส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ สมาธิ และอารมณ์ของผู้คน หลายคนจึงหันไปพึ่ง Audio/ Sound Healing (Wellness Music) เทรนด์การฟังเสียงเพื่อเยียวยาและบำบัดจิตใจ บรรเทาความเจ็บปวดของร่างกาย รวมถึงสร้างการเชื่อมต่อระหว่างร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณให้เป็นหนึ่งเดียว
ผลการสำรวจจากรายงาน Culture Next ของ Spotify แพลตฟอร์มสตรีมมิงเพลงและพอดแคสต์ระดับโลกที่เผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคมปีนี้ พบว่า 76% ของชาวมิลเลนเนียล (Millennial) และเจนซี (Gen Z) ใช้เสียงเพื่อลดระดับความเครียด โดย 75% ของกลุ่มมิลเลนเนียลเชื่อว่าการฟังเสียงเป็นแหล่งเสริมสร้างสุขภาพจิต และ 76% ของเจนซีเห็นด้วยว่าเสียงสามารถเยียวยาจิตใจได้
รายงานเดียวกันยังพบว่า 36% ของมิลเลนเนียลและเจนซีเชื่อสิ่งที่ได้ฟังจากพอดแคสต์มากกว่าจากช่องทางสื่อร่วมสมัยอื่น ๆ โดย 60% ของมิลเลนเนียลและ 58% ของเจนซีเห็นตรงกันว่าบางครั้งรู้สึกว่าพิธีกร/นักจัดรายการทางพอดแคสต์ “เป็นเหมือนเพื่อน” ของพวกเขา ทั้งนี้การฟังพอดแคสต์โดยเฉลี่ยในออสเตรเลียสูงขึ้นมากถึง 61% ในกลุ่มมิลเลนเนียลและ 51% ในกลุ่มเจนซี โดยเฉพาะการฟังในหมวดสุขภาพจิต การพัฒนาตัวเอง จิตวิญญาณ โดย 66% ของมิลเลนเนียลและ 63% ของเจนซี เชื่อว่าการฟังพอดแคสต์ในหัวข้อเหล่านี้เป็นการสร้าง “วิถีปกติที่ดียิ่งกว่า” (Better Normal) ของพวกเขาท่ามกลางการระบาดของโควิด-19
และหากตอนนี้พบว่าตัวเองกำลังเกิดความเครียดสะสม มาลองพิจารณาทางเลือกเหล่านี้เพื่อการฮีลใจด้วยเสียงและดนตรีในรูปแบบต่าง ๆ ที่เริ่มต้นได้ไม่ยาก ดังนี้
1. ASMR เทรนด์เสียงบำบัดกระตุ้นความผ่อนคลาย
แอพพลิเคชันฟังเสียงกำลังเติบโตอย่างสูงในอุตสาหกรรมดูแลสุขภาพ (Wellness Industry) ดนตรี การบำบัดด้วยเสียง และเสียง ASMR (Autonomous Sensory Meridian Response) ล้วนเข้ามาครองพื้นที่ในด้านการดูแลสุขภาพจิต การผ่อนคลาย และกิจวัตรเพื่อสุขภาวะ ทั้งนี้ ASMR คืออาการตอบสนองต่อประสาทรับความรู้สึกอัตโนมัติ เป็นปรากฏการณ์ที่ประสาทรับรู้ของเรามีการตอบสนองในเชิงผ่อนคลายต่อสิ่งเร้าที่เกิดขึ้น เมื่อได้ยิน มองเห็น หรือสัมผัสอะไรบางอย่างแล้วทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างอธิบายไม่ถูก เช่น เสียงฝนตก เสียงคลื่นกระทบฝั่ง เสียงเพลงเบา ๆ ที่มีจังหวะคงที่ เสียงกระซิบ เสียงขบเคี้ยวขนมหรืออาหาร เสียงเปิดหน้าหนังสือ ตลอดจนการที่มีคนมาลูบหัวเราอย่างแผ่วเบาซ้ำไปซ้ำมา ทำให้รู้สึกเคลิ้ม ผ่อนคลาย หายเครียด ทั้งหมดนี้อาจเรียกว่าเป็น ASMR ได้ทั้งนั้น
หากพิจารณาจาก Google Trends จะพบว่าผลการค้นหาคำว่า ASMR จากยูทูบเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วง 3-4 ปีมานี้ โดยเฉพาะตั้งแต่ปลายปี 2017 โดยเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ผู้คนค้นหาหาคำว่า ASMR มากที่สุด อีดงกวี (Lee Dong-Gwi) ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยยอนเซ ให้ความเห็นว่าเหตุผลหนึ่งที่ ASMR เป็นที่นิยมเป็นเพราะสังคมเกาหลีใต้มีความกดดันเรื่องความมั่นคงและหน้าที่การงานค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมีสิ่งเร้ามากมาย ทำให้ผู้คนรู้สึกเหนื่อยล้า จึงหันมาพึ่งพาเทรนด์เสียง ASMR เพื่อช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น บำบัดความเครียดให้ลดลง
เสียง ASMR ยังสร้างพื้นที่ในอุตสาหกรรมดนตรีปีนี้ เห็นได้จากการที่ศิลปินวัยรุ่นชื่อดังชาวอเมริกันอย่างบิลลี่ อายลิช (Billie Eilish) และศิลปินชาวสวีเดนซาร่า ลาร์สสัน (Zara Larsson) ได้นำเสียง ASMR มาประยุกต์ใช้ในเพลงของพวกเธอ ในขณะที่แบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างโอบรับกระแส ASMR เช่นกัน เช่น แบรนด์เฟอร์นิเจอร์จากสวีเดน IKEA ที่ทำคลิปสอนจัดห้องขนาดเล็ก โดยตลอดทั้งคลิปมีเสียงบรรยายแบบกระซิบแผ่วเบาที่ชวนให้สบายใจ, LEGO Group บริษัทผู้ผลิตของเล่นตัวต่อจากเดนมาร์ก เปิดตัว LEGO® White Noise ในเดือนพฤษภาคม โดยเป็นเพลย์ลิสต์ทั้งหมด 7 แทร็กที่อัดขึ้นจากเสียงการต่อตัวต่ออันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อช่วยให้ผู้ฟังรู้สึกผ่อนคลายจากช่วงเวลาที่วุ่นวายตลอดทั้งวัน มีสมาธิจดจ่อ หรือขับกล่อมให้หลับง่ายขึ้น
2. เสียงธรรมชาติ พลังเยียวยามนุษย์
เสียงธรรมชาติมีพลังในการเยียวยามนุษย์เสมอมา ผลการวิจัยล่าสุดที่ตีพิมพ์ใน Proceedings of the National Academy of Sciences ในสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนเมษายนปีนี้ พบว่าการฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งหรือเสียงนกร้องในขณะที่กำลังพักผ่อนช่วยเยียวยาความเจ็บปวดได้จริง ผลการวิจัยยังชี้ว่าการฟังเสียงธรรมชาติส่งผลดีต่อสุขภาพ และช่วยให้ผู้ฟังอารมณ์ดี พัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ (Cognitive Ability) รวมถึงบรรเทาความรู้สึกเจ็บปวดได้
3. การบำบัดผู้ป่วยด้วยห้องแห่งความเงียบสงบ
โรงพยาบาลบางแห่งกำลังทดลองใช้เสียงในการบำบัดผู้ป่วยที่อยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมการรักษาแบบดั้งเดิม เช่น Henry Mayo Newhall Hospital ในแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ทำการทดลองร่วมกับนักศึกษาจาก California Institute of the Arts และ Spatial สตาร์ตอัปด้านเสียง เพื่อสร้างสรรค์ห้องที่ให้ประสบการณ์เสียงที่มอบบรรยากาศอันเงียบสงบ ผ่อนคลาย ให้ทั้งผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาและบุคลากรที่ทำงานในโรงพยาบาล ตัวห้องจะกันเสียงจอแจจากห้องโถงหรือทางเดินด้านนอก และใช้เสียงธรรมชาติเข้ามาเป็นตัวช่วยให้การกระตุ้นการบำบัด เยียวยา ฟื้นฟู และรักษาผู้ป่วย
คอนเซปต์หลักคือ Tranquility Room หรือห้องแห่งความเงียบสงบ ที่ออกแบบขึ้นเพื่อให้ครอบครัวร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยซึ่งกำลังอยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิต ด้วยการใช้เสียงบำบัดและช่วยให้ทุกคนรู้สึกเชื่อมโยงผ่านประสบการณ์การรักษาเยียวยาร่วมกัน นอกจากนี้ยังมี Resilience Room หรือห้องฟื้นฟู ที่ออกแบบขึ้นเพื่อมอบสภาพแวดล้อมที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายและจิตใจให้แก่ผู้ให้บริการทางการแพทย์ที่เพิ่งสูญเสียคนไข้ไป แนวคิดการสร้างสรรค์ทั้ง 2 ห้องนี้มีขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านสุขภาพ ที่อาจเกิดจากความตึงเครียดทางอารมณ์จากการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (End-of-Life Care)
ดาร์เรลล์ โรดริเกซ (Darrell Rodriguez) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Spatial ออกความเห็นว่า Immersive Sound หรือระบบเสียงแบบ 3 มิติเสมือนจริง มีศักยภาพในการเป็นเครื่องมือในการบำบัด (Therapeutic Tool) และบริษัท Spatial ก็ต้องการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในเรื่องนี้
4. แอพพลิเคชันเสียงที่ส่งเสริมสุขภาวะทางเพศ
จากการวิจัยพบว่าเสียงที่ส่งผลต่อร่างกายเมื่อนำมาปรับใช้ควบคู่กับเทคโนโลยี สามารถส่งเสริมแนวคิดการดูแลตัวเองทั้งเรื่องความใกล้ชิด ความสัมพันธ์ทางเพศ ตลอดจนความต้องการทางเพศได้ Dipsea คือแอพพลิเคชันเสียงที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ที่แตกต่าง โดยจะช่วยให้ผู้ใช้หลับง่ายขึ้นจากการฟังหลากหลายเรื่องราวอีโรติกแบบผู้ใหญ่ ผสมผสานไปกับเสียงที่ฟังสบาย ผ่อนคลายอารมณ์ โดยเฉพาะเสียงจากธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีแอพฯ ที่นำเสนอเรื่องราวอีโรติกเพื่อดูแลด้านสุขภาวะทางเพศอื่น ๆ เช่น Kama และแบรนด์ด้านสุขภาวะทางเพศ Maude ซึ่งทางแบรนด์ Maude เผยว่าต้องการสร้างพื้นที่ให้ผู้คนคิดว่าเซ็กซ์คือการดูแลตัวเองรูปแบบหนึ่ง และมองเห็นว่าสุขภาวะทางเพศเป็นส่วนหนึ่งของการมีสุขภาพที่ดีและมีความสุขแบบองค์รวมของเราด้วย
5. การอาบเสียงด้วยเครื่องดนตรีและถ้วยคริสตัล
อีกหนึ่งรูปแบบการบำบัดด้วยเสียงที่เป็นที่นิยมไม่ว่าจะเป็นการฟังเสียงเหล่านั้นด้วยตัวเองหรือผ่านการฟังเสียงที่บันทึกไว้เป็นไฟล์เสียง ทางแอพพลิเคชัน ยูทูบ หรือแพลตฟอร์มโซเชียลต่าง ๆ คือการฟังเสียงเครื่องดนตรีที่ช่วยเยียวยาและบำบัดจิตใจ (Sound Healing Instrument) เครื่องดนตรีที่ผู้ใช้เสียงในการบำบัด (Healer) ใช้ มีเสียงที่แตกต่างกันไป อาจนุ่มนวล เบาสบาย ก้องกังวาน ผ่อนคลาย หรือส่งพลังงานที่เป็นแรงกระตุ้นบางอย่าง เช่น ขันทิเบต ถ้วยคริสตัลหินควอตซ์ ฉิ่งทิเบต ฆ้อง กลองรูปแบบต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการปรับโทนเสียงของเราเองก็ช่วยบำบัดเยียวยาตัวเองได้เช่นกัน ความหลากหลายของการปรับโทนเสียงนี้ก็คือการสวดมนต์ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นเสียงบำบัดรูปแบบแรก ๆ ที่มีมานานหลายพันปี และทุกวันนี้ยังคงมีอยู่ในหลายวัฒนธรรมรวมทั้งในประเทศไทย
โดยหลักแล้วการบำบัดด้วยเสียงเครื่องดนตรีคือการใช้การสั่นสะเทือน (Vibration) ของคลื่นเสียงและความถี่ (Frequency) ในการบำบัดสุขภาพ ร่างกาย และจิตใจ นักวิจัยเป็นจำนวนมากยืนยันว่าความแตกต่างของคลื่นเสียงและความถี่ที่เกิดจากเครื่องดนตรีเหล่านี้ ช่วยบำบัดร่างกายและฟื้นฟูปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ที่เกิดจากความเจ็บปวดหรือการติดเชื้อ ความผิดปกติของการไหลเวียนเลือด ความเครียด หรือความวิตกกังวลได้ ทั้งหมดนี้มาจากความเข้าใจพื้นฐานที่ว่ามนุษย์ล้วนต้องการมีสุขภาพดี และร่างกายจะมีโอกาสฟื้นฟูจากอาการเจ็บป่วยได้ดียิ่งขึ้น ก็ต่อเมื่อร่างกายโดยองค์รวม ทั้งเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อ กระดูก อวัยวะ ต่อม และเซลล์ต่าง ๆ ปราศจากความเครียดและรู้สึกผ่อนคลาย
จะเห็นได้ว่าเราใช้เสียงเป็นเครื่องมือในการมอบความรู้สึกผ่อนคลาย “เสียง” จึงไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงล้วน ๆ ดังเช่นเมื่อก่อนอีกต่อไป หากยังช่วยบำบัด เยียวยา รวมทั้งสร้างสมดุลให้ชีวิตและจิตใจของผู้คนจากทุกพิกัดทั่วโลกได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง อาจเริ่มต้นง่าย ๆ จากการฟังเสียงธรรมชาติใกล้ตัวเรานี่เอง
ที่มาภาพ : Spatial, freepik, Dipsea, Whisperlodgeม, Susanna Marsiglia, Conscious Design และ Magic Bowls
ที่มา :
บทความ “ฟังหรือยัง? LEGO รับกระแส ASMR เปิดตัว ‘White Noise’ เพลย์ลิสต์ที่เกิดจากเสียงต่อ LEGO” โดย ปณชัย อารีเพิ่มพร จาก thestandard.co
บทความ “ศาสตร์การทำ ASMR Content แบบจบครบทุกประเด็น ฉบับมือใหม่” จาก eic.cmkl.ac.th
บทความ “Sound Bath นอนอาบเสียง ให้ความสงบช่วยชี้ทางเพื่อเยียวยาความรู้สึกที่ติดค้างในใจ” โดย วิชิตา คะแนนสิน จาก becommon.co
บทความ “Audio Healing” โดย Carla Calandra จาก wundermanthompson.com
บทความ “ ‘Audio Is Healing’ & Other Insights From Spotify’s Culture Next Report” โดย Will Brewster จาก themusicnetwork.com
บทความ “Sound Healing Is the New Self-Care Trend For Many People” จาก healingcoursesonline.com
เรื่อง : มินทิวา อรุณสุวรรณ