โดนคนอื่น Gaslight ว่าแย่แล้ว Self-gaslighting ยิ่งแย่กว่า ชวนรีเช็กตัวเองอีกทีว่า เรากำลังลดทอนคุณค่า และใจร้ายกับตัวเองเกินไปหรือเปล่า
คำว่า Gaslighting เคยเป็นคำแห่งปี 2022 โดยพจนานุกรม Merriam-Webster จนตอนนี้ คำๆ นี้กลายเป็นอีกหนึ่งคำที่ใช้อธิบายพฤติกรรมบางอย่างที่มักจะเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ ซึ่งหมายถึงการที่ใครสักคนทำให้เรารู้สึกสงสัยในคุณค่าตัวเอง ทำให้สูญเสียความมั่นใจ ทำให้รู้สึกว่าทำอะไรก็ผิดไปหมด และเกิดความรู้สึกเหมือนว่าไม่เคยดีพอสักอย่าง
แต่การโดน Gaslight ไม่ได้เกิดขึ้นได้แค่ในความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนอื่นๆ เท่านั้น มันยังสามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างเราและความสัมพันธ์กับตัวเราเองด้วย
“การถูก Gaslight ก็คือการที่เราถูกคนอื่นหลอกใช้ทางอารมณ์ ถูกปั่นหัวให้สับสนงุนงง และเกิดคำถาม Self-gaslighting เองก็เป็นแบบนั้น มันคือการที่เราปั่นหัวตัวเอง” Lauren Auer นักจิตบำบัดกล่าว
ทว่า Self-gaslighting กลับไม่ได้เหมือน Negative self-talk หรือการพูดแต่เรื่องในแง่ลบๆ วิพากษ์ตัวเองแรงๆ เจ็บๆ เสียทีเดียว หากแต่ Self-gaslighting เหมือนกับการ ‘บิดเบือน’ ความจริงของตัวเราไปทีละนิดให้ค่อยๆ เชื่อในสิ่งที่อาจไม่ตรงกับความเป็นจริง เป็นการยอมให้ ‘เสียง’ จากภายนอก เช่นจากสังคมหรือคนอื่นๆ รอบข้าง เข้ามามีอิทธิพล มาชี้นำ มาเป็นส่วนหนึ่งของตัวและความคิดเรา จนกระทั่งวันหนึ่งเสียงของคนอื่นมันกลายเป็นเสียงของเราขึ้นมาจริงๆ นั่นเอง
โอกาสนี้ เราเลยอยากลองชวนมารีเช็กกันดูหน่อยว่า ก่อนที่คนอื่นจะลดทอนคุณค่าในตัวเรา เป็นเราหรือเปล่าที่กำลังทำสิ่งนั้นกับตัวเองอยู่
Self-gaslight คืออะไร?
เมื่อไรก็ตามที่เราบอกความต้องการของตัวเองออกไป แต่กลับได้รับการทรีตที่ไม่ดีนักจากคนอื่นในความสัมพันธ์ Self-gaslighting มักจะทำให้รู้สึกว่า หรือเป็นเราที่กำลัง ‘ดราม่าไปไหม’ ‘อ่อนไหวเกินหรือเปล่า’ ‘เรียกร้องมากเกินไป’ กลายเป็นการพร่ำโทษตัวเองว่าเป็นฝ่ายผิด ทั้งที่เราอาจแค่ชัดเจนกับความรู้สึก และการถูกทรีตกลับมาไม่ดีจากคนอื่นก็ทำให้รู้สึกเจ็บ
หรืออีกทางหนึ่งของ Self-gaslighting คือการที่เราหลอกตัวเองว่าไม่ได้แคร์ ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ไม่เป็นไร เราโอเค ฯลฯ ได้เหมือนกัน
นั่นเป็นเพราะเราต่างมี ‘Defense Mechanism’ กลไกที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวด ซึ่งเกิดขึ้นการจากหล่อหลอมประสบการณ์ในอดีตต่างๆ ที่เราอาจเคยถูกทำให้รู้สึกไม่ดี ถูกลดทอนคุณค่า ไม่ได้รับการเติมเต็ม การไม่ได้รับการใส่ใจเท่าที่ควร หรือถูกละเลย โดยเฉพาะทางความรู้สึก และมันก็มักจะทำให้เรา Gaslight ตัวเองว่า ‘ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก’ ทั้งที่มันอาจจะแย่จริงๆ เช่นเดียวกับการหาข้ออ้างให้คนอื่นเวลาที่ถูกคนคนนั้นทรีตไม่ดี หรือลดทอนคุณค่าบางอย่างของเราไป ด้วยเหตุผลประมาณว่า ‘นั่นไม่ใช่ความผิดของเขา’ หรือ ‘เขาต้องมีเหตุผลที่ทำแย่ๆ กับเราแบบนั้น’ ฯลฯ
กลไกนี้มีข้อดีอยู่บ้างตรงที่ช่วยให้เรารับมือกับความเจ็บปวดได้ชั่วครั้งชั่วคราว แต่จริงๆ แล้วค่อนข้างอันตราย เพราะมันคือการสะท้อนว่าเราคิดและมองตัวเองอย่างไร ให้ความสำคัญกับรู้สึกของตัวเองอย่างไร ซึ่งหาก Gaslight ตัวเองด้วยแพทเทิร์นแบบนี้ซ้ำๆ ก็อาจนำมาสู่ Self-invalidation ที่ทำให้ละเลยความรู้สึกและความต้องการของตัวเองไปโดยปริยาย จนเราตัวเล็กลงเรื่อยๆ เพราะคิดว่าตัวเองเรียกร้องมากเกินไป หรือไม่มีคุณค่าพอจะได้รับสิ่งนั้น
แล้วเราต่างเผลอ Gaslight ตัวเองบ่อยๆ ตอนไหน?
คำตอบคือ บ่อยครั้งที่ Self-gaslighting เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ที่เรากลัวจะสูญเสีย กลัวความขัดแย้งมากกว่าการซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก จนเผลอทำอะไรที่ใจร้ายกับตัวเอง เพราะต้องการจะรักษาความสัมพันธ์นั้นเอาไว้ แม้ว่านั่นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เฮลธ์ตี้เท่าไรก็ตาม
“มันเป็นเรื่องปกติและเข้าใจได้มากๆ โดยเฉพาะกับคนที่มีบาดเเผลอันเกิดจากความสัมพันธ์” Jill Vance นักจิตวิทยาคลินิกในชิคาโกกล่าว “บ่อยครั้งความสัมพันธ์ที่อีกฝ่ายหนึ่งเป็นพวก Narcissists หลงตัวเอง มีตัวเองเป็นศูนย์กลาง และชอบทำให้คนอื่นตัวเล็กลง หรือหนักกว่านั้นคือคนที่เป็นโรคจิต (Psychopathic) มักทำให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกเหมือนถูกหลอกใช้ทางอารมณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งมันค่อยๆ ซึบซับลงไปในตัวคนคนนั้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของแพทเทิร์นพฤติกรรมแย่ๆ ที่เขาใช้ทำกับตัวเองในที่สุด”
วิธีที่จะบอกลาแพทเทิร์นการ Gaslight ตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งเมื่อเราทำสิ่งนี้มาอย่างยาวนานด้วยแล้ว ก็อาจพบว่ามันช่างเป็นความไม่สบายตัวเอาเสียเลยที่จะคิดอีกแบบ นักจิตบำบัดแนะนำว่า ลองถามตัวเองด้วยคำถามง่ายๆ แต่ฝึกทำบ่อยๆ ว่า ตอนนี้เรารู้สึกอย่างไร ยอมรับว่าเรากำลังรู้สึกแบบนั้น และหากเรารู้สึกเจ็บปวดจากการกระทำของคนอื่น มีวิธีไหนบ้างที่เราจะสื่อสารออกไป หรือรับมือกับมันได้บ้าง และเราจะยัง ‘เลือก’ ความต้องการของตัวเองอยู่ไหม หากมันทำให้เกิดความขัดแย้ง หรือได้รับการทรีตกลับมาไม่ดีอีกในครั้งหน้า คำถามเหล่านี้จะช่วยให้เรากลับมา Grounding กับความเป็นจริง ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก ความต้องการ และไม่ละเลยตัวเอง
อ้างอิง
https://time.com/7331769/gaslighting-myself-mental-health/
บทความต้นฉบับได้ที่ : โดนคนอื่น Gaslight ว่าแย่แล้ว Self-gaslighting ยิ่งแย่กว่า ชวนรีเช็กตัวเองอีกทีว่า เรากำลังลดทอนคุณค่า และใจร้ายกับตัวเองเกินไปหรือเปล่า
บทความที่เกี่ยวข้อง
- โดนคนอื่น Gaslight ว่าแย่แล้ว Self-gaslighting ยิ่งแย่กว่า ชวนรีเช็กตัวเองอีกทีว่า เรากำลังลดทอนคุณค่า และใจร้ายกับตัวเองเกินไปหรือเปล่า
- Ice Cream Man. เพลงที่เล่าบาดแผลจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ของ RAYE ได้รับรางวัลแกรมมี่สาขาพิเศษ ในฐานะเพลงที่สร้างความเปลี่ยนแปลงทางสังคม
- 3 สปีชทรงพลังจากคนบันเทิงที่อยากเชียร์ให้ทุกคน ‘เปล่งประกาย’ ในทางของตัวเอง จากงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำครั้งที่ 83
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com