โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"พิธา" ยืนยัน 44 สส.เข้าชื่อแก้ มาตรา 112 ไม่ใช่การล้มล้างการปกครอง

Thai PBS

อัพเดต 54 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

จากกรณีศาลฎีกาจะนัดประชุมองค์คณะเพื่อพิจารณาคำร้องคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นเอาผิดอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ฐานกระทำผิดฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในวันพรุ่งนี้ (24 เม.ย. 69)

ล่าสุด วันนี้ (23 เม.ย.2569) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก Pita Limjaroenrat - พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ถึงกรณีดังกล่าว โดยมีเนื้อหาดังนี้

ผมขอยืนยันเจตนาของพวกเราว่า การเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติในครั้งนั้น มิได้เป็นการเซาะกร่อน บ่อนทำลาย หรือล้มล้างการปกครองแต่อย่างใด แต่เป็นความพยายามที่จะใช้ “สภาผู้แทนราษฎร” ในฐานะพื้นที่ของผู้แทนประชาชนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างสันติ เพื่อคลี่คลายความตึงเครียดในสังคม ที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ ให้อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

ในช่วงเวลานั้น สังคมไทยมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างรุนแรง หากปล่อยให้ความขัดแย้งดำรงอยู่ โดยไม่มีพื้นที่ปลอดภัยและมีความชอบธรรม ก็มีความเสี่ยงที่จะลุกลามบานปลายเกินกว่าที่พี่น้องประชาชนจะคาดคิด

ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่เราในฐานะ “ผู้แทนราษฎร” ทำ คือนำเรื่องนี้กลับเข้ามาอยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติ เพื่อให้มีการอภิปราย และแลกเปลี่ยนกันอย่างมีวุฒิภาวะในสภาที่มีข้อบังคับชัดเจน ซึ่งเป็นวิถีทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับระบอบประชาธิปไตย และได้รับการยอมรับโดยทั่วไปในนานาอารยประเทศ

ในความเป็นจริงแล้ว การกระทำดังกล่าวไม่ควรเป็นคดีมาตั้งแต่ต้น แต่ทั้งหมดคือกระบวนการ “นิติสงคราม” ที่มุ่งหยุดยั้งความพยายามในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมผ่านกระบวนการรัฐสภาของพวกเรา ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล มาจนถึงพรรคประชาชน

ผมอยากให้ทุกฝ่ายลองมองอีกมุมหนึ่งว่า โดยหลักการแล้ว การใช้ “มาตรฐานทางจริยธรรม” อย่างเข้มข้น โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน หรือถูกใช้แบบเลือกปฏิบัติ ไร้การถ่วงดุลและตรวจสอบ “มาตรฐานทางจริยธรรม” อาจถูกนำมาเป็นเครื่องมือทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างสิ้นเชิงและไร้สัดส่วนได้ และสิ่งนั้นต่างหากที่กำลังเซาะกร่อน บ่อนทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยของเราทุกคน

สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 10 คน ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ในมุมของคนที่ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่มาก่อน 6 เดือนก่อนกลับเข้าสภา ผมเห็นว่าพวกเขาไม่มีความจำเป็นต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะ

หนึ่ง การปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขาอยู่ภายใต้กลไกการควบคุม ตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว มิได้ก่อให้เกิดความเสียหายที่ไม่อาจเยียวยาแก้ไขได้ในภายหลัง

สอง พวกเขามีบทบาทสำคัญในการทำงานของสภา ทั้งการตรากฎหมาย และการควบคุมตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล

และสาม ด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียง 10 คน ก็ไม่สามารถดำเนินการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายต่อสภาในลักษณะเดิมซ้ำได้อยู่แล้ว

ดังนั้น การให้ทั้ง 10 คนยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จึงมิได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐหรือการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ทำให้ฝ่ายค้านอ่อนแอลง แต่เป็นการพิทักษ์รักษาระบอบรัฐสภา และความต่อเนื่องของการทำงานเพื่อประชาชนอย่างเข้มแข็ง ในระหว่างที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรม

อ่านข่าว

"ปกรณ์วุฒิ" ไม่หวั่น ศาลฎีกาชี้ชะตาคดี "44 สส."

ปชน.จัดทัพ รับวิกฤต ดัน "วีระยุทธ" หัวหน้าพรรค "ใต้ร่มเงาส้ม"

ปชน.ดัน “ดร.ต้น” หัวหน้าพรรคคนใหม่ “เท้ง” นั่ง เลขาพรรค วาง “ไอติม” ประธานวิปฯ ฝ่ายค้าน

“ปชน.” ลุ้นศาลฎีกา นัดฟังคำสั่งคดี 44 สส.24 เม.ย.นี้

ป.ป.ช.ยื่นศาลฎีกา คดี 44 สส.กระทำผิดจริยธรรม ปมแก้ไข มาตรา 112

“ณัฐพงษ์” ยันมีแผนรองรับ หากศาลฯสั่ง 44 สส.หยุดปฏิบัติหน้าที่

ป.ป.ช.ชี้มูล 44 สส.ก้าวไกลผิดจริยธรรมร้ายแรงชงแก้ ม.112 - ส่งศาลฎีกา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ดีเซลลดอีกพรุ่งนี้ (23 เม.ย.69) I ตรงประเด็น

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สมช.ยกเลิก MOU 44 ตั้ง ‘ฐนัตถ์’ หน.พูดคุยสันติสุขคนใหม่ (23 เม.ย.69) I ตรงประเด็น

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...