"ชวน" กรีดกลางสภา! ย้อนรอยนโยบาย "เก็บเรียบ" ต้นเหตุไฟใต้ลามไม่หยุด จี้รัฐบาลเลิกเมิน "สตูล" อย่ารอให้เดือดแล้วค่อยแก้!
">
ชายแดนใต้อย่าลืมสตูล! ‘ชวน‘ ขอรัฐบาลให้ความสำคัญ ติง ‘สมช.’ อย่าเห็นว่า ’สงบ‘ แล้วจะมองข้าม-ละเลยไม่พัฒนาพื้นที่ ย้อนรอยต้นเหตุ จุด ‘ไฟใต้’ ลามลุกถึงปัจจุบัน แนะเข้มใช้กม. แบบมีเหตุผล เข้าใจความต้องการพื้นที่ ยึดพระราชดำรัส ’เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา‘ แบบยั่งยืน อย่าทำแค่ผิวเผิน
เมื่อวันที่ 23 เม.ย.69 เวลา 19.10 น. ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณารับทราบร่างนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2568-2570 เสนอโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) โดยนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ตนอยากขอให้เลขาธิการ สมช. อธิบายกรอบแนวคิดและความเชื่อมโยงของนโยบายอันเป็นพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่อง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพราะรากเหง้าของปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เกิดจากนโยบายที่ผิดพลาดเมื่อวันที่ 8เม.ย.2544 ส่งผลให้เกิดการก่อความไม่สงบอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
นายชวน กล่าวต่อว่า การก่อตัวของความรุนแรงในห้วงปี 2547 เป็นเหตุการณ์ปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็ง จังหวัดนราธิวาส มีคนร้ายยิงเจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 4 นาย ได้ปืนไป 413 กระบอก ขณะที่นโยบาย 8 เมษายน 2544 เป็นนโยบายแก้ปัญหาภาคใต้ด้วยวิธี “เก็บซะ เดือนละ 10 คน 2 เดือนก็หมด” ในที่สุดกลุ่มมุสลิมก็ก่อตัวขึ้นมาใหม่ในชื่อ RKK และใช้เวลาอยู่ 3 ปี จนถึงวันที่ 4 มกราคม 2547 จึงเกิดการปล้นปืนที่ค่ายปิเหล็ง และปืนเหล่านั้นยังใช้ยิงประชาชนยิงเจ้าหน้าที่อยู่จนถึงทุกวันนี้ รวมไปถึงการยกเลิก ศอ.บต. ที่ตั้งไว้ในสมัย พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ การยกเลิกหน่วยความมั่นคง พตท. 43 ทำให้มองไม่เห็นปัญหา และเกิดเหตุร้ายมากขึ้นโดยลำดับ จนในที่สุดไม่สามารถแก้ปัญหาได้ รัฐบาลขณะนั้นจึงต้องเข้าเฝ้าในหลวง รัชกาลที่ 9 เพื่อถวายแนวทางแก้ปัญหา ดังนั้น “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” จึงเป็นเรื่องเจาะจงที่พระราชทานที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และคนที่รู้เรื่องนี้มีสองคน คนหนึ่งอยู่ที่เรือนจำ อีกคนหนึ่งคือนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ถ้าเราเข้าใจสิ่งเหล่านี้การแก้ปัญหาก็จะชัดขึ้น
“ความรุนแรงในภาคใต้ไม่ได้เกิดจากภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาด แต่เกิดจาก นโยบายที่ผิดพลาดในวันที่ 8เม.ย.44 ที่เชื่อว่าสามารถจัดการกับกลุ่มก่อความไม่สงบได้ด้วยการจัดการเดือนละ 10 คน ซึ่งในความเป็นจริง กลับทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง” นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวต่อว่า ตนขอถามไปยังรัฐบาล และสมช.ว่า ถ้าเราไม่ใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น แล้วเราจะใช้อะไร ถ้าเราใช้แนวทางนอกกฎหมาย หรือการเจรจาที่ไม่ชัดเจน ความรุนแรงจะยิ่งเพิ่มขึ้น แล้วใครจะรับผิดชอบ รัฐบาลต้องไม่หลีกเลี่ยงการใช้กฎหมายที่เข้มงวดในพื้นที่ แต่ต้องใช้กฎหมายอย่างมีเหตุผล ควบคู่กับการเข้าใจความต้องการของประชาชน และพัฒนาอย่างยั่งยืนแต่ไม่ใช่การพัฒนาอย่างผิวเผิน นอกจากนี้ ตนอยากให้เห็นถึงความสำคัญของจังหวัดสตูลด้วย ซึ่งตามนิยามของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา ขณะที่จังหวัดสตูลมักถูกละเลยในแผนพัฒนา แม้จะมีเหตุการณ์น้อย แต่ก็มีความต้องการพื้นฐาน เช่น ถนนเชื่อมระหว่างมะนังกับตัวจังหวัด หรือถนนสี่ช่องจราจรจากสตูลไปตรัง ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนามานานกว่า 20 ปี เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงการมองข้ามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ที่อาจนำไปสู่ความไม่พอใจในอนาคต
“ผมขอกราบเรียนท่านเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติว่า อย่ามองข้ามจังหวัดสตูล อย่ามองว่าสงบแล้วจึงไม่ต้องพัฒนา เพราะความสงบไม่ใช่สิ่งที่เกิดจากความเงียบ แต่เกิดจากความเข้าใจและโอกาสที่เท่าเทียม” นายชวน กล่าว