พิธา ย้ำ 44 สส. เข้าชื่อแก้ ม.112 ไม่ได้ล้มล้างการปกครอง ลั่นไม่ควรเป็นคดี แต่โดน "นิติสงคราม"
พิธา ย้ำ 44 สส. เข้าชื่อแก้ ม.112 ไม่ได้ล้มล้างการปกครอง ชี้ฝ่ายนิติบัญญัติถกในสภาเป็นวิถีทางตามระบอบประชาธิปไตย ลั่นไม่ควรเป็นคดี แต่โดน "นิติสงคราม" ค้านปมสั่ง 10 สส.หยุดปฏิบัติหน้าที่
วันที่ 23 เม.ย. 2569 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ผมขอยืนยันเจตนาของพวกเราว่า การเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติในครั้งนั้น มิได้เป็นการเซาะกร่อน บ่อนทำลาย หรือล้มล้างการปกครองแต่อย่างใด
แต่เป็นความพยายามที่จะใช้ “สภาผู้แทนราษฎร” ในฐานะพื้นที่ของผู้แทนประชาชนที่มีความแตกต่างหลากหลาย ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างสันติ เพื่อคลี่คลายความตึงเครียดในสังคมที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ ให้อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
ในช่วงเวลานั้น สังคมไทยมีความเห็นที่แตกต่างกันอย่างรุนแรง หากปล่อยให้ความขัดแย้งดำรงอยู่โดยไม่มีพื้นที่ปลอดภัยและมีความชอบธรรม ก็มีความเสี่ยงที่จะลุกลามบานปลายเกินกว่าที่พี่น้องประชาชนจะคาดคิด
ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่เราในฐานะ “ผู้แทนราษฎร” ทำ คือนำเรื่องนี้กลับเข้ามาอยู่ในกระบวนการนิติบัญญัติ เพื่อให้มีการอภิปราย และแลกเปลี่ยนกันอย่างมีวุฒิภาวะในสภาที่มีข้อบังคับชัดเจน ซึ่งเป็นวิถีทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับระบอบประชาธิปไตย และได้รับการยอมรับโดยทั่วไปในนานาอารยประเทศ
ในความเป็นจริงแล้ว การกระทำดังกล่าวไม่ควรเป็นคดีมาตั้งแต่ต้น แต่ทั้งหมดคือกระบวนการ “นิติสงคราม” ที่มุ่งหยุดยั้งความพยายามในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคมผ่านกระบวนการรัฐสภาของพวกเรา ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล มาจนถึงพรรคประชาชน
ผมอยากให้ทุกฝ่ายลองมองอีกมุมหนึ่งว่า โดยหลักการแล้ว การใช้ “มาตรฐานทางจริยธรรม” อย่างเข้มข้น โดยไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน หรือถูกใช้แบบเลือกปฏิบัติ ไร้การถ่วงดุลและตรวจสอบ “มาตรฐานทางจริยธรรม”อาจถูกนำมาเป็นเครื่องมือทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างสิ้นเชิงและไร้สัดส่วนได้ และสิ่งนั้นต่างหากที่กำลังเซาะกร่อน บ่อนทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยของเราทุกคน
สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 10 คน ที่ยังปฏิบัติหน้าที่อยู่ ในมุมของคนที่ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่มาก่อน 6 เดือนก่อนกลับเข้าสภา ผมเห็นว่า พวกเขาไม่มีความจำเป็นต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เพราะ
หนึ่ง การปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขาอยู่ภายใต้กลไกการควบคุมตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว มิได้ก่อให้เกิดความเสียหายที่ไม่อาจเยียวยาแก้ไขได้ในภายหลัง
สอง พวกเขามีบทบาทสำคัญในการทำงานของสภา ทั้งการตรากฎหมาย และการควบคุมตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
และสาม ด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียง 10 คน ก็ไม่สามารถดำเนินการเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายต่อสภาในลักษณะเดิมซ้ำได้อยู่แล้ว
ดังนั้น การให้ทั้ง 10 คนยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จึงมิได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐหรือการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ทำให้ฝ่ายค้านอ่อนแอลง แต่เป็นการพิทักษ์รักษาระบอบรัฐสภา และความต่อเนื่องของการทำงานเพื่อประชาชนอย่างเข้มแข็งในระหว่างที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระบวนการยุติธรรม
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิธา ย้ำ 44 สส. เข้าชื่อแก้ ม.112 ไม่ได้ล้มล้างการปกครอง ลั่นไม่ควรเป็นคดี แต่โดน "นิติสงคราม"
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th