ชิงแถลง “ฟอเร็กซ์” โยงนักการเมือง ดิสเครดิตหรือเบี่ยงปม “ไทย-เอไอ พาสปอร์ต”
การตั้งโต๊ะแถลง คดีฟอเร็กซ์ ซึ่งเป็นคดีแชร์ลูกโซ่ ที่แอบอ้างการลงทุนเทรดเงินตราต่างประเทศ เพื่อหลอกลวงให้คนนำเงินมาร่วมลงทุน โดยจะให้ผลตอบแทนสูง เคยมีกรณีศึกษามาแล้ว จาก ฟอเร็กซ์ 3 ดี ที่เกิดขึ้นและเป็นคดีใหญ่ตั้งแต่ปี 2562
ปฏิบัติการล่าสุด 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีการสนธิกำลัง 4 หน่วยงาน นำโดยดีเอสไอ ตรวจค้น 24 จุดใน 5 จังหวัด รวมกรุงเทพฯ และมีรายงานคาดว่าอาจมีนักการเมืองและบุคคลในวงการบันเทิงเกี่ยวข้องด้วย
นำไปสู่การแถลงใหญ่ที่ดีเอสไอ เดิมจะมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นำทีม ก่อนจะเปลี่ยนเป็น พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ และหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการ ร่วมแถลง
พร้อมการเปิดแผนผังรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่เชื่อมโยงถึงนักการเมือง และคนในวงการบันเทิง นิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งโบรคเกอร์ที่เปิดเว็บเชิญชวนลงทุน กลุ่มบริษัทชักชวน แนะนำ และสอนให้ลงทุน และเพย์เมนต์ หรือการรับส่งเงินลงทุน
ชื่อ “นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” ที่รู้จักกันดีในแวดวงธุรกิจออนไลน์ แวดวงอีคอมเมิร์ซ และสตาร์ทอัพ ถูกระบุว่า อยู่ในกลุ่มที่ 3 มียอดโอนเงิน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 28 ล้านบาท
แม้ในการแถลงของตัวแทนองค์กรที่บูรณารร่วมกัน จะพยายามย้ำว่า ยังไม่ได้ชี้ชัดว่า จะมีความเกี่ยวโยงและมีความผิดหรือไม่ และดีเอสไอพร้อมที่จะรับข้อมูลคำชี้แจงอธิบายจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบให้เกิดความชัดเจนก่อน
แต่เมื่อมีการเอ่ยชื่อนายภาวุธในการแถลงข่าว รวมทั้งก่อนหน้าแถลง 1 วัน ได้มีการปล่อยชื่อนายภาวุธ ออกมาล่วงหน้า ทำให้ปฏิเสธไม่ได้ว่า เขาได้ตกเป็นเป้าหมายสำคัญในกระบวนการติดตามตรวจสอบเรื่องลงทุนฟอเร็กซ์ไปแล้วโดยปริยาย
ขณะที่การประชุมคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทน 2 คณะ คือ กมธ.งบประมาณ กมธ.กฎหมาย เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.เพื่อติดตามเรื่อง TH-AI พาสปอร์ต กลับไม่มีนายภาวุธ ที่ติดตามเรื่องนี้มาตลอดเข้าร่วม เช่นเดียวกับการประชุมสภา ที่เขาไม่ได้แจ้งลาประชุมเช่นกัน แต่กลับไม่มีใครเห็นนายภาวุธตลอดทั้งช่วงบ่าย ตามหาตัวกันให้วุ่น
ท่ามกลางการคัดค้านของ สส.ระดับอาวุโสของพรรคภูมิใจไทย ที่เห็นว่าการประชุมร่วม 2 กมธ.สภาผู้แทนฯไม่ถูกต้องตามขั้นตอนและกฎระเบียบ รวมทั้งนายสนธิญา สวัสดี นักร้องเรียนชื่อดัง ซึ่งสุดท้าย วอล์คเอ้าท์ประท้วงการประชุมของ 2 กมธ.
ก่อนหน้านี้ ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569 นายภาวุธ ได้อภิปรายตรวจสอบ โครงการ TH-AI Passport มูลค่ากว่า 1.6 พันล้านบาท ของกระทรวงดีอี ที่มีนายไชยชนก ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรี และตั้งเป้าให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโปร 5 ล้านคน เป็นเวลา 1 ปีเต็ม โดยใช้งบจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
มีการถามถึงการใช้งบถึง 1.6 พันล้านบาท ที่คิดเป็น 60-70% ของเงินกองทุนทั้งหมด แต่กลับไม่มีที่มาที่ไปของตัวเลขเป้าหมายคนใช้ 5 ล้านคน และตั้งคำถาม กสทช.ที่เป็นเลขากองทุน ทำไมตั้งของบเอง เข้าข่าย ตั้งเอง ชงเอง ตบเองหรือไม่
รวมทั้งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง แม้งบจะสูงแต่อนุมัติเร็วภายใน 34 วัน อีกทั้งบริษัทที่เข้าร่วมประมูล เป็นกลุ่มเดียวกับที่วางราคากลาง และยังพบว่าเกี่ยวข้องกับหลายโครงการดิจิทัล มูลค่าหลายพันล้านบาทของหน่วยงานรัฐ
ถือเป็นโครงการที่มีมูลค่าลงทุนสูงมาก แต่กลับอนุมัติเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ ใช้เวลาเพียง 34 วันตั้งแต่เปิดประกวดราคาจนถึงวันยื่นข้อเสนอ ทั้งที่ปกติจะใช้เวลา 3-6 เดือน จึงตั้งข้อสงสัยในเรื่องความผิดปกติ
ทั้งยังตั้งข้อสงสัยกลุ่มบริษัทที่เข้าร่วมประมูล ว่า เป็นกลุ่มเดียวกับที่วางราคากลาง และยังพบว่า 3 บริษัทเดียวกัน เข้าไปเกี่ยวข้องกับหลายโครงการดิจิทัลมูลค่าหลายพันล้านบาทของหน่วยงานรัฐ
ถือเป็นการเตะสกัดโครงการใหญ่เร่งด่วนของรัฐบาล โดยกูรูที่มีความรู้ความสามารถ จนแทบจะเรียกว่าเป็นการสอนมวย เพิ่มดีกรีคำถามจากผู้คน ถึงความเหมาะสมและโปร่งใสชัดเจนหรือไม่
สิ่งที่เกิดขึ้นตามมา โดยเฉพาะการปฏิบัติการ Shutdown the laundering ของ 4 หน่วยงาน ก่อนนำไปสู่การแถลงข่าวใหญ่เรื่องนี้ จึงไม่แคล้วถูกมองว่า เป็นการเททับบัฟเครดิต คนที่ตรวจสอบ TH-AI พาสปอร์ต หรือไม่
ทั้งยังมองได้ว่า เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นตรวจสอบโครงการ 1.6 พันล้านบาท โดยเอาเรื่องอื่นมาเปิดปมแทน เท็จจริงอย่างไร ต้องอดใจรอดูกันยาว ๆ
วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส
อ่านข่าว :
"น้ำเพชร" ผู้เสียหายคดีฟอเร็กซ์ เข้าให้ข้อมูล DSI สูญเงินหลายสิบล้าน
DSI แถลงคดี Forex โยง "ภาวุธ" สส.ปชน. "ฟิล์ม" มีเส้นเงินเอี่ยวโบรกเกอร์
"ภาวุธ" ปัดเอี่ยว Forex "โรม-ไอซ์" ยันไม่ป้องคนผิด หวังไม่ใช่เกมการเมือง