"ปกรณ์" เผย เตรียมแก้กฎหมายคนเข้าเมืองเร่งกระบวนการส่งตัว "ผู้ต้องกัก" กลับประเทศทันที
(19 มิ.ย. 69) นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้พิจารณาปรับปรุงกฎหมายคนเข้าเมืองและระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า เป็นเรื่องกระบวนการส่งตัวผู้กระทำผิดกฎหมายกลับประเทศ เนื่องจากปัจจุบันประสบปัญหาเมื่อจับกุมแล้วกลายเป็นผู้ต้องกัก แต่หลังจากดำเนินคดีกลับไม่สามารถส่งตัวกลับประเทศได้สักที จนกลายเป็นประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ต้องกักที่มีจำนวนมาก เนื่องจากประเทศไทยเข้าเมืองได้ง่าย ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีดำริในเรื่องนี้ ประกอบกับในสหภาพยุโรปมีการปรับเปลี่ยนกฎหมายในลักษณะเดียวกันเพื่อให้รีบส่งตัวกลับ ประเทศไทยจึงต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
นายปกรณ์ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องแก้ไขพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง มาตรา 54 และมาตรา 55 เนื่องจากกฎหมายปัจจุบันระบุไว้ว่า บุคคลที่จะถูกส่งตัวกลับต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง แต่ในความเป็นจริงผู้ต้องกักส่วนใหญ่ไม่มีเงิน จึงต้องแก้ไขกฎหมายให้สามารถใช้เงินงบประมาณรัฐในการส่งตัวกลับ เพื่อให้กระบวนการผลักดันเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ต้องกักในระยะยาว โดยในสัปดาห์หน้า ตนเตรียมจะหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย ก่อนจะเสนอกฎหมายเพื่อแก้ไขให้เร็วที่สุด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กระบวนการนี้ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากหรือไม่ นายปกรณ์ ชี้แจงว่า หากส่งตัวกลับทันทีจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการดูแลไว้แล้วค่อยส่งกลับ เพราะการดูแลผู้ต้องกักต้องเสียเงินงบประมาณต่อเนื่องอีกหลายปี เมื่อคำนวณในทางเศรษฐศาสตร์แล้วถือว่ามีความคุ้มค่ามากกว่า
ส่วนคำถามย้ำถึงการคาดการณ์ตัวเลขงบประมาณที่ต้องใช้นั้น รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะต้องมีการหารือเพื่อตรวจสอบจำนวนผู้ต้องกักทั้งหมดก่อน แต่ประเมินว่าค่าใช้จ่ายในการส่งกลับจะหนักในปีแรก หลังจากนั้นแนวโน้มคงไม่สูงมาก เนื่องจากมาตรการเข้าเมืองของประเทศไทยจะมีความเข้มงวดและยากขึ้นหลังจากนี้